Anna เด็กไทยที่ร้องเรียน ปัญหาสิ่งแวดล้อมกับ “รัฐบาลญี่ปุ่น” ได้สำเร็จเป็นคนแรก!!

0
13280

Q: แนะนำตัวให้รู้จักกันหน่อย (เป็นมายังไงบ้าง ตอนนี้ทำอะไรอยู่ มีผลงานอะไรบ้าง)

สวัสดีค่า <3 ชื่อแอนนา เพิ่งจบ ป.ตรี สดๆ จาก Ritsumeikan Asia Pacific University (APU) จังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่นค่ะ 

ช่วงเรียนมหาลัยแอนนาชอบหากิจกรรมทำ จอยชมรม จอยโลคอลอีเวนท์เรื่อยๆ 

กิจกรรมที่ทุ่มเทสุดน่าเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

แอนนาเรียนเอก Environment & Development แต่ที่มหาลัยไม่มีชมรมสายตรงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ตอนปีสองแอนนากับรุ่นพี่ที่มหาลัยเลยช่วยกันตั้งชมรมสิ่งแวดล้อม  (ชื่อชมรม ECOS: Environmental Community for Sustainability) 

ตั้งแต่ตอนนั้นแอนนาก็ยุ่งกับชมรมตลอด ทำโปรเจค แคมเปญจ์ อีเวนท์นู่นนี่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมกับเพื่อนๆในชมรม

หนึ่งในโปรเจคใหญ่ที่สุดที่แอนนาร่วมก่อตั้งเป็นโปรเจคสร้าง Community Garden ให้นักเรียนกับคนท้องถิ่นมาปลูกผักออแกนิกด้วยกัน ชื่อโปรเจค Beppu Global Garden 

นอกจากนั้นเมื่อช่วงปลายปี 2019 แอนนากับเพื่อนในชมรมก็ได้ก่อตั้ง Fridays for Future Oita (Fridays for Future คืออะไรเดี๋ยวจะมีอธิบายเพิ่มนะคะ)

Q: ทำไม “สิ่งแวดล้อม” มันถึงเป็นสิ่งที่น้องแอนนาสนใจมากขนาดนี้อ่ะคะ 

จริงๆก่อนมาที่ญี่ปุ่นแอนนาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอะไรขนาดนี้ แค่ชอบธรรมชาติ ชอบสัตว์ แต่แอนนามีความฝันมาว่าอยากทำอะไรที่สามารถช่วยเหลือคนได้เยอะๆ พอเข้ามหาลัย เรียนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมพร้อมกับหาความรู้ไปเองเรื่อยๆแอนนาก็รู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมนี่สำคัญมากๆ เป็น solution ของทุกอย่างและปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาใหญ่และเร่งด่วนมาก แต่คนที่ตระหนักและทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังมีน้อย แอนนาเลยสนใจอยากทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะ 🙂

Q: ช่วยเล่าเกี่ยวกับ Fridays for Future และก็ #climatestrikeonline ให้รู้จักกันหน่อยได้มั๊ยคะ 

แอนนาคิดว่าหลายๆคนน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเกรตต้า ธันเบิร์ก (Greta Thunberg) น้องนักเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนอายุ 16 ขวบผู้โด่งดัง

Fridays for Future เป็น movement เริ่มโดยเกรตต้าด้วยวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้คน (โดยเฉพาะรัฐบาล) สนใจและทำอะไรเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อนมากขึ้น เริ่มเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2018

หลังจากเกรตต้าเริ่มเยาวชนทั่วโลกก็ร่วมจอย จนตอนนี้องค์กร Fridays for Future ได้กระจายไปทั่วโลก ที่ญี่ปุ่นก็มีองค์กร Fridays for Future ทั้วประเทศ เช่น Fridays for Future Tokyo, Frdays for Future Osaka, Fridays for Fukuoka 

สัญลักษณ์ของ movement นี้ที่คนคุ้นเคยจะเป็นการทำ Climate Strike โดดเรียนไปประท้วงโลกร้อนทุกวันศุกร์ แต่ตอนนี้เพราะโควิดกิจกรรม Climate Strike ตามปกติไม่สามารถทำได้ เกรตต้าเลยชวนทุกคนทำ Climate Strike Online แทน ทำได้ง่ายๆโดยการถ่ายรูปตัวเองกับป้ายประท้วงโลกร้อนแล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดียกับแฮชแทค #ClimateStrikeOnline 

แอนนาก็ทำอยู่เรื่อยๆ มาจอยด้วยกันนะคะ <3  

Q: เคยคิดมั๊ยว่าเรา (ในฐานะเด็กไทยคนนึง)​ จะสามารถร้องเรียนเกี่ยวกับทางรัฐบาล ปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ใหญ่ในจังหวัดโออิตะได้สำเร็จ 

ไม่เคยคิดเลยค่ะ เอาจริงๆตอนนี้ยังไม่อยากจะเชื่อเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก และง่ายกว่าที่แอนนาคิดเยอะเลย

แอนนาได้ยินมาว่าเพราะไม่ค่อยมีเยาวชนที่ญี่ปุ่นสนใจเกี่ยวกับเรื่องการเมือง พอมีแอนนากับเพื่อนๆทำ petition ไปยื่นให้รัฐบาลเค้าเลยตื่นเต้นดีใจ ให้ผ่านง่ายๆ (แอนนายื่น petition ให้รัฐบาลโออิตะประกาศ Climate Emergency) 

ตอนแอนนาไปคุยกับรัฐบาลจริงๆก็แอคให้เค้าเชื่อว่าเราสนใจและไฟแรงจริงๆ 55

Q: น้องแอนนาคิดว่าการมาเรียนต่อต่างประเทศให้อะไรกับตัวเราบ้าง

แอนนารู้สึกได้อะไรเยอะมากจากการมาเรียนที่ญี่ปุ่น แอนนาโตขึ้นมากๆ มีความรับผิดชอบกับตัวเองมากขึ้น มีวินัยขึ้น ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มองโลกในมุมที่ไม่เคยมอง ลองอะไรที่ไม่เคยลอง ค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบ เข้าใจตัวเองมากขึ้น

Q: แอนนามีอะไรอยากจากบอกพี่ๆ น้องๆ เกี่ยวกับการทำตามความฝัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการใหญ่ก็ตาม

แอนนาคิดว่าถ้าเราเชื่อว่าเราทำได้เราก็จะทำได้ ถ้าความฝันมันใหญ่ก็ลองแพลนดูว่าทำยังไงให้ฝันเป็นจริงได้แล้วค่อยๆทำตามแพลนไปทีละนิด 

ทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ สนุกไปกับมัน ไม่ต้องไปแข่งกับคนอื่น <3 

Q: หากนำวัฒนธรรมดีๆ (หรือค่านิยมดีๆ) ของญี่ปุ่นกลับมาพัฒนาประเทศไทยได้ 1 อย่าง สิ่งนั้นจะคืออะไร

ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม มีวินัย เช่น การแยกขยะ 

Q: อยากให้แอนนาเล่าประสบการณ์ที่พีคๆในญี่ปุ่นที่สุดให้ฟังกันหน่อย

แอนนาเป็นสายเที่ยวแบบประหยัดและโลคอลๆ เคยไปเที่ยวแบคแพครอบญี่ปุ่นกับเพื่อนแล้วใช้แอพ Coach Surfing ไปพักบ้านคนอื่นฟรีแล้วดันไปเจอคนเผยแผ่ศาสนา เค้าพาไปสวดมนต์ ก่อนออกจากบ้านก็ต้องสวดมนต์ คุยอะไรด้วยก็โยงเข้าศาสนา แล้วแอนนาไปกับเพื่อนคนเวียดนาม ปกติคุยกับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ โฮสต์ดันพูดภาษาอักฤษได้ คุยกับเพื่อนไม่ได้อีก โชคดีไปแค่สองวัน นานกว่านั้นโดนล้างสมองแน่ๆ (ที่ญี่ปุ่นคนเผยแพร่ศาสนาลัทธิเยอะอยู่ ระวังกันด้วยนะคะ!)

Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นบ้าง​​   

ชอบ

  • ปลอดภัย ของหายได้คืน 
  • คนทักทายกันตลอด คนไม่รู้จักเดินผ่านกันก็ทักทาย (แต่อาจจะเพราะเราอยู่ต่างจังหวัดด้วย)
  • ความครีเอทีพ ทุกอย่างน่ารัก

ไม่ชอบ

  • ไม่ Flexible   
  • Strong social expectation สังคมคาดหวังว่าผู้หญิงควรเป็นอย่างนี้ ผู้ชายควรเป็นอย่างนี้
  • คนทำอะไรตามๆกัน คนแปลกแยกโดนมอง

Q: Quote อะไรสอนชีวิตได้ดีที่สุด

Be the change you want to see in the world.”

Facebook Comments