พลอย นศ.ไทยที่ ดรอป! ไปค้นหาตัวเองในแอฟริกา

0
12464

Q: ช่วยแนะนำตัวเองกันหน่อยค่ะ 

สวัสดีค่าเพื่อนๆ เราชื่อพลอยนะคะ ย้อนกลับไปตอนเรียนมหาลัย เหตุผลที่เราเรียนจบช้าคือ เราดรอปเรียนตอนปี 2 เพื่อไปเป็นอาสาสมัครที่ทวีปแอฟริกา ประเทศเคนย่า แทนซาเนีย เอธิโอเปียและอูกันด้าค่ะ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้เจอครอบครัวอีกฝั่งฟ้า

ปัจจุบันทำงานกับบริษัทต่างชาติ เป็นล่ามในที่ประชุมให้ผู้บริหารและเป็น Personal Assistant ให้บอสแคนาดาค่ะ 


Q: หลายๆคนอยากเรียนจบไวๆ แต่เราคิดยังไงถึงดรอปเรียน เพื่อไปแอฟริกาคะ

ตอนเข้ามหาลัยปีแรก เรารู้ตัวว่าไม่ชอบคณะที่เรียนในตอนนั้น ตัวเราชอบเรียนภาษาและชอบท่องเที่ยว พอได้มาเจอโครงการอาสาสมัครต่างประเทศ เราตัดสินใจดรอปเรียนเพื่อไปต่างประเทศเลย 1 ปีเต็ม อยากไปค้นหาตัวเองด้วย อยากพัฒนาทักษะภาษา ได้ไปเรียนรู้ชีวิตนอกห้องเรียน คิดไว้แหละว่ากลับมาต้องได้อะไรบ้างแน่นอน และการตัดสินใจครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตและความคิดเราไปตลอดกาลเลย ซึ่งในโครงการก็มีกว่า 80 ประเทศให้เลือกเลยค่ะ แต่เราเลือกไปประเทศในแถบแอฟริกา เพราะตั้งใจว่า ถ้าจะดรอปเรียนทั้งทีก็อยากเอาเวลาที่เสียไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์เพื่อคนอื่นเนอะ 

Q: ชีวิตอาสาสมัครที่แอฟริกาเป็นยังไงบ้างอยากช่วยเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ

ถ้าให้พูดถึงชีวิตที่แอฟริกา บอกตรง ๆ ว่า ‘ลำบากค่ะ’ ขึ้นชื่อว่าแอฟริกาก็เป็นไปตามแบบที่ทุกคนคิดเลย แต่ใต้ความลำบากมันกลับมีความสนุก สนุกที่ได้ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องเครียด ได้ใช้เวลากับเพื่อน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมใหม่ๆ ตื่นเช้ามามีกิจกรรมให้ทำตลอดทั้งปี ใช้ชีวิตกับเพื่อนอาสาสมัครจากหลายประเทศทั่วโลก

กิจกรรมที่ทำ ส่วนใหญ่จะไปสอนศิลปะตามโรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนบนเขา แล้วก็จัดแคมป์ให้เด็กวัยรุ่นแอฟริกันค่ะ ต้องเต้น ร้องเพลง เป็นพิธีกร ทำทุกอย่างที่ไม่เคยได้ทำเลยค่ะ แล้วก็มีแคมป์ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ภาษาสเปน ภาษาจีน 

แคมป์สำหรับคนที่อยากไปเป็นอาสาสมัครต่างประเทศแบบพวกเราก็มี แคมป์เผยแพร่วัฒนธรรมประเทศเรา ต้องแต่งชุดประจำชาติ ทำอาหารประจำชาติ และเต้นเพลงช้าง คนที่นู้นชอบมาก 55555  ที่บ้านเราจะจัดแคมป์เด็ก จัดทุกอาทิตย์เลย 

Q: ไปแอฟริกาใหม่ๆ มีอุปสรรคอะไรบ้างมั๊ยคะ

ปีที่เราไปอยู่มีอาสาสมัครต่างชาติ 15 คน เพราะฉะนั้นปัญหาและอุปสรรคที่ตามมา แน่นอนว่าเป็นเรื่องภาษาค่ะ ไม่ใช่ทุกคนจะเก่งสปีค อิงลิชตั้งแต่แรกเนอะ แต่ภาษาที่อาสาสมัครทุกคนต้องใช้สื่อสารกันเวลาอยู่ที่แอฟริกา คือภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก บางครั้งต้องออกไปทำกิจกรรมกับคนพื้นเมืองก็ต้องหัดพูดภาษาสวาฮิลีค่ะ เป็นภาษาพื้นเมือง 

แต่อุปสรรคที่ใหญ่กว่าภาษาคือเรื่องอาหารค่ะ ไม่ใช่อาหารไม่อร่อย แต่มันหิวตลอดเวลาเลยย คิดถึงต้มยำกุ้งมาก อาหารมีน้อยหมดแล้วหมดเลย น้ำก็มีน้อย อาบได้แค่วันละครั้ง ครั้งละถัง แถมต้องแบกถังไปเอาน้ำมาใช้เองด้วย 55555

Q: เห็นบอกว่าไปเที่ยวแบบ Moneyless trip ด้วย มันเป็นยังไงคะ

เราชอบมากค่ะ “การไปเยี่ยมบ้านชาวพื้นเมืองและเดินทางแบบ Moneyless trip” โฮสจะจัดกลุ่มอาสาสมัครต่างชาติกับคนพื้นเมืองส่งไปตามเมืองต่าง ๆ โดยใช้วิธีโบกรถไปค่ะ โบกแล้วโบกอีกจนกว่าจะถึงจุดหมาย ได้เจอชนเผ่าพื้นเมือง มาไซมาร่าระหว่างทางด้วย 

บางที่ข้ามประเทศก็ต้องนอนบนรถ กินบนรถ ชมสัตว์ระหว่างทางไปพลางๆ ฟังดูเหมือนลำบากนะ แต่ตื่นเต้นมาก คนแอฟริกาใจดีมาก เราเคยไปบ้านนึงที่เคนย่า เป็นบ้านดิน ฐานะยากจน ไม่มีห้องอาบน้ำ ใช้ส้วมหลุม เค้ายกเตียงและห้องนอนให้พวกเรา ส่วนตัวเค้ากับลูกปูเสื่อกางมุ้งนอนค่ะ แง้! น่ารักมาก ต้อนรับพวกเราดีมากๆเลยอยากกินอะไรหาให้ 

Q: คนที่แอฟริกาเป็นยังไงบ้าง 

เป็นมิตรมากๆค่ะ ไปเดินตลาดคนพื้นเมืองก็ชอบเข้ามาทักทาย ทักกันตลอดเส้นถนนเลยค่ะ พอรู้ว่าเราพูดภาษาสวาฮิลีได้ เค้าจะประทับใจมาก ๆ เอาของกินที่ขายมาให้พวกเราฟรีๆ คนแอฟริกันจะชอบช่วยเหลือมาก อยากช่วยไปหมดทุกอย่างเลย มีอะไรดี ๆ ก็แบ่งให้ น้ำใจล้นมากค่ะ 

แล้วก็เป็นคนประเภทสนุกสนานกับชีวิต เต้นเก่ง ร้องเพลงเพราะ เล่าเรื่องอะไรก็ฟังดูตลกไปหมด อยู่ด้วยแล้วไม่เครียดเลยค่ะ หัวเราะกันตลอด อีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือชอบแต่งตัวกันมาก ใส่เดรสสวยๆ สีสันเยอะๆ  ถักผมเปีย เด็กๆแอฟริกันจะชอบมาขอเส้นผมเรามาก เพราะเค้าอยากมีผมยาวค่ะ 😊

Q: มีอะไรอยากจะบอก “คนที่อยากทำตามฝัน” แต่กล้าๆกล้ว ไม่ยอมลงมือทำสักที

เราเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่แอฟริกาถึงหนึ่งปี ภาษาก็ไม่แข็ง แต่รู้มั้ยคะตอนที่เรามีโอกาสแต่ไม่คว้าเอาไว้ มันน่าเสียใจนะคะที่มัวแต่กลัว.. กลัวผิดหวัง กลัวคำวิจารณ์ของคนอื่น สุดท้ายต้องยอมทิ้งความฝันแล้วมานั่งเสียดาย 

เราอยากบอกทุกคนอย่างหนึ่ง “Criticism is just part of the journey” ก่อนไปเราก็เจอคำวิจารณ์มากมาย ไปทำไมเสียเวลาเรียน บ้ารึป่าว?! ดรอปเรียนไปแอฟริกา แต่หลังจากกลับมา ทุกอย่างที่เราได้รับมันเป็นคำตอบให้พวกเค้าเองค่ะ เสียดายที่ไม่ได้ทำตอนมีโอกาส กับเสียใจที่ทำลงไป อย่างแรกน่ากลัวกว่าค่ะ

เชื่อเรา “ลงมือทำเลยค่ะ” สู้ๆ เราเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีฝัน ตัวเราเองถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราก็จะยังเลือกไปตามความฝันอยู่ดี แต่ถ้าเราไม่ได้ทำในตอนนั้น วันนี้เราคงยังนั่งสงสัยและถามตัวเองอยู่เลยค่ะว่าชีวิตจะเป็นยังไง 


Q: ช่วยเล่าเรื่องที่พีคที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในแอฟริกา

เรื่องพีคสำหรับเราคือ ชนเผ่ามาไซมาร่า ค่ะ เป็นชนเผ่าพื้นเมืองของแอฟริกา ที่ยังคงความเป็นแอฟริกาจนถึงปัจจุบันนี้ หลายคนอาจจะมองว่าล้าหลัง ไม่หมุนตามโลกหรืออะไรก็ตาม สำหรับเรามันกลายเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นแอฟริกาและวัฒนธรรมของเค้า 

ตอนไปอยู่เดือนแรกเราต้องจัดแคมป์ที่เมืองหลวง เจอชนเผ่ามาไซมาร่วมแคมป์ด้วย พวกเค้าถือไม้ยาวๆ ใส่ชุดสีแดงน้ำเงิน ลักษณะจะคล้ายจีวรพระเลยค่ะ ไม่มีเสื้อ กางเกง เป็นชุดเดียวยาวๆ เจาะหูใหญ่มาก เราได้มีโอกาสคุยกับเค้า เค้าบอกว่าแคมป์ขององค์กรเราดังมาก ๆ เค้ายอมเดินเท้ามาร้อยกิโล เป็นเวลาสิบกว่าวันเพื่อมาเข้าแคมป์พวกเรา เราอึ้งมากค่ะ 

พอถามเรื่องล่าสิงโต เราเคยอ่านมาว่าเผ่ามาไซสามารถล่าสิงโตได้ เลยอยากรู้ว่าจริงหรือเปล่า เค้าตอบว่าจริง บางคนในเผ่าเค้าทำได้ตั้งแต่อายุน้อย ๆ ถูกส่งเค้าป่าพร้อมไม้ยาวไปล่า รวมถึงซาฟารีบางแห่งที่เปิดให้นักท่องเที่ยว นักส่องสัตว์ได้เข้าไปนอนค้างคืน ก็จะจ้างพวกชนเผ่ามาไซนี่แหละค่ะ คอยดูแลนักท่องเที่ยวเวลากลางคืน เผ่านี้ไม่ชอบให้ถ่ายรูปนะคะ แล้วส่วนใหญ่จะไม่เป็นมิตรกับคนต่างชาติ พูดอังกฤษไม่ได้ สายตาจะน่าเกรงขามและกระโดดได้สูงเป็นเมตรเลยค่ะ


Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไร เกี่ยวกับชีวิตในแอฟริกาบ้างคะ 

สิ่งที่ชอบ

  • ความมีน้ำใจ (แบบล้นมาก!) ประเทศเค้ายากจนมากนะคะ บางอย่างเรายังคิดเลยนะ ว่าถ้าเป็นเรา เราจะให้คนอื่นได้มั้ย มหัศจรรย์มาก ๆ ที่คนมีน้อยนิด พร้อมที่จะเป็นผู้ให้ไม่ใช่ผู้รับ
  • เรื่องเต้น ร้อง เอนเตอร์เทนต้องยกให้เค้าล่ะ 55555 ลองไปเปิดหาคลิปที่คนแอฟริกันเต้นดูค่ะ เต้นเป็นทีม แต่เจ๋งมาก อยากลงไปแจมด้วย ฮ่า คือท่าเต้นเค้าเป็นเอกลักษณ์นะ ขำด้วยว่าคิดได้ไงอะ มันส์!!
  • ชอบความมีวัฒนธรรมของเค้า และยังคงรักษาความเป็นแอฟริกาไว้ได้ถึงตอนนี้ เห็นแล้วสัมผัสได้ถึงความเป็นแอฟริกาเลยจ้า วันแรกที่ไปเหยียบพื้นดินคลุ้งฝุ่นสีแดงๆ ปุ๊บ ได้กลิ่นอายวัฒนธรรมเค้าปั๊บเลยค่ะ

สิ่งที่ไม่ชอบ

  • ความไม่เป็นระเบียบ พวกเค้าจะแย่งกันขึ้นรถประจำทางตลอด บางทีเราก็รู้สึกว่ามันอันตรายนะ
  • ไม่ชอบเวลาที่เราหยิบของอะไรขึ้นมาแล้วเค้าจะหันมามองกันเป็นตาเดียว อย่างเช่น พวกกล้องดิจิตอล โทรศัพท์มือถือดีๆ ด้วยความที่พวกเค้าไม่เคยมี พอเห็นก็เลยให้ความสนใจมากเกินไปหน่อย 55555
  • แม่มดค่ะ อิอิ ก่อนไปแอฟริกา เราได้อ่านข่าวในอินเทอร์เน็ต มีประเทศนึงในแถบแอฟริกาออกกฎหมายห้ามแม่มดบินสูงเกินร้อยห้าสิบเมตร ไม่งั้นถูกปรับหลักล้านเลย เราแบบว้าวมาก อยากเห็นอะไรแบบนี้ค่ะ พอไปถึงจริง ๆ พวกแม่มดเค้าก็ไม่ได้บินหรอกค่ะ แต่จะไม่ค่อยเป็นมิตร สายตาค่อนข้าแข็งกร้าวพอสมควร แฮ่~


Q: หากนำวัฒนธรรมหรือค่านิยมที่แอฟริกากลับไปพัฒนาบ้านเราได้ 1 อย่าง สิ่งนั้นจะเป็นอะไร

เราชอบความ Minimal ของเค้าค่ะ คนรวยในประเทศแถบนี้มีเยอะเหมือนกัน ขับรถหรู ใช้ไอโฟน บ้านมีสระว่ายน้ำ ปลูกต้นปาล์มหน้าประตูรั้ว ใส่ทองเส้นใหญ่ แต่ทุกคนยังคงความเป็นแอฟริกา กินอาหารพื้นเมือง นั่งกับพื้นข้างทาง และช่วยเหลือกันเสมอ แค่เราไปเคาะประตูบ้าน ต่อให้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนนะคะ เค้าชวนเข้าบ้าน ทำอาหารเลี้ยงมื้อใหญ่ จัดห้องนอนให้นอน คือมาคิดว่าคนไทยจะทำขนาดนี้มั้ย ทำให้เราประทับใจมาก ๆเลย

Q: Quote ที่สอนชีวิตได้ดีที่สุด

เราได้ยินจากเพื่อนต่างชาติคนนึง ‘Carpe Diem’ (หรือ Seize the day) เป็นวลีภาษาละติน มีที่มาจากภาพยนตร์ระดับตำนาน The Dead Poets Society ค่ะ แปลว่า จงฉกฉวยวันเวลา พูดง่าย ๆ คืออย่ามัวรีรอ อยากทำไรให้รีบทำ เรานึกถึงคำพูดนี้ของเพื่อนฝรั่งทีไร มันทำให้เราฉุกคิดได้เลยค่ะว่าจะไม่ยอมเสียดายโอกาสดี ๆ ที่เข้ามาในชีวิต สุดท้ายอยากขอบคุณทุกคนที่อ่านเรื่องราวชีวิตของเราในดินแดนอีกฝั่งฟ้าจนจบ อย่าลืมนะคะ “Take every chance you get in life, because somethings only happen once” 😊

Facebook Comments