เจี๊ยบ แอร์ฯที่ถูกหยุดบินเพราะโควิค สู่ โอกาสใหม่ “ขายของกินออนไลน์”

0
12254

Q: ช่วยแนะนำตัวเองกันหน่อยค่ะ 

สวัสดีค่ะ ชื่อ เจี๊ยบค่ะ ปัจจุบันทำงานเป็นลูกเรือ  (Cabin crew) ที่ สายการบิน Virgin Australia, Melbourne base ค่ะ ทำมาได้ 2 ปีพอดีเลยค่ะ

ก่อนจะมาอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย …  เรียนจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ภาคอินเตอร์ (BUIC) สาขา Communication Arts ค่ะ … ตอนนั้น เรียนจบปุ๊ปได้งานปั๊ป! ทำงานอยู่ที่ไทยเป็นเลขาและผู้ช่วย  ประมาณ 3 ปี จนมีวันนึง บังเอิญไปเจอว่า มหาวิทยาลัยแห่งนึงที่นี่ให้ทุน(บางส่วน) กับนักเรียนต่างชาติ บวกกับความที่เราอยากเรียนต่างประเทศ เราเลยลองยื่นเอกสารขอทุน ปรากฎว่าผ่าน ทางมหาวิทยาลัยให้ทุนเปล่า 25% (แบบไม่ต้องใช้คืน) ของค่าเรียนทั้งปี เลยได้มาเรียนปริญญาโท ที่ University of Tasmania สาขา Master of Business เรียนที่ Hobart หนึ่งปี หลังจากนั้น ย้ายมาเรียน Diploma of Event Management ที่ Melbourne นั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการอยู่ที่เมลเบิร์นจนถึงทุกวันนี้ค่ะ 

พอเรียนจบ ตอนนั้นยังไม่อยากกลับไทย แต่ไม่อยากเรียนแล้ว ประกอบกับช่วงนั้นทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารไทย เจ้าของร้านเลย ทำ Sponsor จ้างเราเป็นพนักงาน full-time ทำอยู่ประมาณ 6ปีค่ะ ก่อนที่จะได้งานที่ Virgin จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็อยู่ที่นี่มา 13 ปีแล้วค่า 

Q: ช่วง COVID นี้เราได้รับผลกระทบอะไรบ้างคะ

ได้รับผลกระทบโดยตรงและรุนแรงเลยก็ว่าได้ .. เริ่มตั้งแต่ที่สถานการณ์เริ่มแย่ลง บางรัฐเริ่มปิดพรมแดน ผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางข้ามรัฐได้ถ้าไม่จำเป็น ทางบริษัทจำเป็นต้องยกเลิกบางเที่ยวบินและบริษัทฯจำเป็นต้องเริ่มลดพนักงานในแต่ละวันลง บางวันที่เรามีบิน ก็อาจจะโดนเปลี่ยนเป็น Standby แทน 

จนวันที่เรารู้สึกว่ารุนแรงที่สุดในตอนนั้นคือ วันที่เราได้รับจดหมายจากบริษัทฯว่าให้พนักงาน พักงาน (Stand down) ทุกคนได้ leave without pay 1 เดือน (แต่ตอนนี้เพิ่มเป็น 3 เดือนค่ะ) 

ตอนนั้นมันคือความรู้สึกแบบพัง! ถามว่าเข้าใจมั้ย เข้าใจ แต่เข้าใจแบบงงๆ เข้าใจในสถานการณ์ความรุนแรงของโรคติดต่อ แต่ ก็งงๆ กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เพราะอย่างแรกที่คิดคือ ถ้าโดนพักงานแบบไม่จ่ายเงิน ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายทุกอย่างยังอยู่ ไม่ว่าจะเป็นค่าบ้าน ค่ารถ ค่ากิน และเงินที่ส่งให้ที่บ้าน เราจะทำยังไง จริงๆเราพอมีเงินเก็บค่ะ แต่แค่คิดว่า ไม่มีรายได้ เงินเก็บที่มี จะอยู่ได้นานแค่ไหน

ช่วงนั้นเครียดมากค่ะ คิดอะไรไม่ออกว่าเราจะต้องทำอะไรยังไงต่อ  แล้วบริษัทฯจะอีเมลส่งมาตลอดเวลา เข้ามาทุกชั่วโมง เพื่ออัพเดทสถานการณ์ บางทีไม่อยากอ่าน แต่มันกัออยากรู้ มันเหมือนเรา panic ตลอดเวลา 

มีแต่คำถามเต็มไปหมด แต่พอผ่านไปประมาณอาทิตย์นึง เราเริ่มปล่อยวางได้ เริ่มปรับตัวได้ เริ่มวางแผนว่าจะทำอะไรยังไงต่อ

Q: เรามีทิปในการประหยัดเงิน-หาเงิน หรือทิปการ survive ยังไงบ้างคะ

พอเริ่มหยุดงาน เราก็เริ่มมาวางแผนการใช้ชีวิตใหม่ ชีวิตแบบที่ไม่มีงานทำ จากที่เคยทำงานเกือบทุกวัน ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แต่นี่ต้องอยู่บ้านทุกวัน เราจะทำอะไรบ้างในแต่ละวัน 

ก็เริ่มจากการเปลี่ยนความคิดตัวเองก่อน เราเปลี่ยนสถานการณ์ไม่ได้ แต่เราปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ได้นะคะ ความปลอดภัยก็สำคัญ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ติดต่อค่อนข้างรุนแรง เราก็ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น แต่ยังออกไปวิ่งวันละสองรอบเช้าเย็น (เพื่อให้เวลาหมดไปแบบมีประโยชน์) ออกกำลังกายที่บ้านมากขึ้น และ เราเริ่มประหยัดมากขึ้น  ซื้อเฉพาะของที่จำเป็น อย่างเช่นของกิน ซื้อมาทำกินเองนะคะ ทำอะไรที่สามารถเก็บไว้กินได้หลายๆมื้อ พยายามประหยัดค่าใช้จ่ายทุกอย่าง 

แต่เรารู้สึกว่ามันไม่พอ ก็เริ่มสมัครงาน แต่งานที่สมัครไปส่วนใหญ่เป็น งาน call centre เราไม่ได้ถนัดงานประเภทนี้ แต่ตอนนั้นคิดว่า งานอะไรก็ได้ ขอแค่ให้มีงานทำ แต่ก็ยังไม่ได้ จนผ่านไปเดือนนึงที่ไม่ได้ทำงาน ก็เลยมาคิดว่า จะทำอะไรดี 

(จริงๆ เราเพิ่งจะได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่เรารู้สึกว่า อยากมีอะไรทำ ให้ตัวเองไม่ว่าง จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน) 

ตอนนั้นเราเห็นคนขายของในเพจที่นี่เยอะมาก เราเลยมีความคิดที่จะขายของ เลยไปเอาครีมมมาขาย ถามว่าขายดีมั้ยก็ขายดี แต่มันยังไม่ตอบโจทย์ เลยเปลี่ยนมาขายของกินแทนค่ะ .. ทีนี้ ขายดีเลย โชคดีที่เราคิดทำอะไรที่มันค่อนข้างน่าสนใจ หากินยาก คนไทยที่นี่สนใจกันเยอะ .. เลยคิดว่าน่าจะมาถูกทาง นี่ก็เลยทำให้เรามีรายได้ขึ้นมา 

Q: เราเปลี่ยนวิกฤติ COVID นี้ให้เป็นโอกาสยังไงบ้างคะ

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้นะคะ ว่า COVID เหมือนกับ แมทช์หยุดโลก .. หยุดทุกอย่างจริงๆ แต่เราหยุดไม่ได้ เรายังต้องเดินต่อ เพราะฉะนั้นเราต้องปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ให้ได้ … พยายามหาสิ่งที่คิดว่าอะไรที่พอจะทำได้เพื่อเป็นโอกาสขึ้นมา 

เราเลยทำอะไรที่เราไม่เคยทำ อย่างเช่นขายข้าว ซึ่งจนถึงวันนี้ เรารู้สึกสนุกที่ได้ทำ แล้วมีความสุขเวลาที่ผลตอบรับดีเกินคาด เรายังได้ทำอะไรที่เราชอบอ้างว่าไม่มีเวลาอย่างเช่นวิ่งหรือออกกำลังกาย ได้ใช้เวลากับตัวเองมากขึ้น แต่ที่สำคัญเลยที่รู้สึกว่า เราเปลี่ยนความคิดไปในทางที่ดีขึ้น มองหลายอย่างในมุมบวกมากขึ้น เราเริ่มเห็นน้ำใจของเพื่อนและคนทั่วๆไปมากขึ้นจริงๆ 

Q: มีวางแพลนชีวิตหลังช่วง COVID ยังไงบ้างคะ

พอหมดช่วง Covid ก็คงจะกลับไปทำงานเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงพักงาน ต้องรอว่าเมื่อไรจะได้กลับไปทำงาน จริงๆคิดถึงงานมาก อยากกลับไปบินแล้ว แต่ต้องรอไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นจริงๆ 

ส่วนเรื่องขายของ เอาจริงๆชอบไปแล้ว เรารู้สึกสนุกกับการได้ทำไปแล้ว ก็คิดว่าคงจะทำควบคู่กับงานประจำไป แต่อย่างที่บอกค่ะว่าจากเหตุการณ์นี้ ทำให้เราคิดอะไรได้หลายๆอย่าง ต่อไปเราคงจะใช้ชีวิตแบบไม่ประมาทและมีสติมากขึ้นค่ะ

Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไร เกี่ยวกับชีวิต COVID ในต่างประเทศยังไงบ้างคะ

ชอบ 

  • ความมีน้ำใจของคนไทยในต่างประเทศ อย่างเช่นมีการแจกสิ่งของ แจกข้าว ให้ที่อยู่ในช่วงที่บางคนเดือดร้อน .. มันอิ่มใจ เวลาที่เห็นคนไทยช่วยเหลือกันค่ะ
  • ได้เห็นหลายๆคนใช้ความสมารถที่มีเพื่อหารายได้ .. รวมถึงตัวเราด้วย
  • ได้คุย (โทรศัพท์และไลน์) กับครอบครัวและเพื่อนมากขึ้น จากที่ไม่ค่อยมีเวลา

ไม่ชอบ 

  • ช่วงแรกๆ เหงาและเบื่อมาก รู้สึกว่า ไม่มีอะไรทำ อยู่บ้านทุกวัน ไม่ชินเลยค่ะ 
  • ไม่ชอบที่คนส่วนใหญ่ (Aussie) ที่นี่ ไม่ใส่หน้ากากอนามัย พอเราใส่เพื่อป้องกันตัวเอง ก็มองเราแปลกๆ 

Q: มีอะไรอยากบอกคนไทยที่กำลังต่อสู้วิกฤตินี้ไปพร้อมๆกับเรา 

อยากจะบอกทุกคนว่า เหตุการณ์นี้ถือว่ารุนแรงที่สุดเหตุการณ์นึงก็ว่าได้ แต่อย่าเพิ่งท้อนะคะ แต่ถ้าวันไหนรู้สึกท้อ ต้องลุกให้ได้เร็วๆนะคะ  เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เราแค่ต้องปรับตัวแล้วอยู่กับมันให้ได้ เจี๊ยบอยากจะให้กำลังใจทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่นี่ ที่ไทย หรือที่ไหนก็ตาม อดทนกันหน่อยนะคะ สถานการณ์จะค่อยๆดีขึ้น หลังจากนี้ เราจะได้กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะคะ

Facebook Comments