Opal ตกงานเพราะ COVID สู่ ครูสอนศิลปะออนไลน์ ในออสเตรเลีย

0
11734

Q: ช่วยแนะนำตัวเองกันหน่อยค่ะ

ชื่อโอปอล์ค่ะหรือเรียกว่าโอปก็ได้ เด็กไทยตัวดำที่อยากออกจากความสุขสบายที่บ้านมาสร้างความท้าทายในชีวิตที่ออสเตรเลีย เกิดและโตที่ไทย เรียนจบ ICT มหิดลภาคอินเตอร์ จบมาแบบงงๆแล้วก็ทำงานสาย QA Analyst, Business Improvement, และ Data Analyst กับบริษัทต่างชาติมาตลอด 6 ปี แล้วก็มีโอกาสทำงานด้านศิลปะที่ตัวเองชอบด้วย คือเคยเป็น Part-time Art Instructor ที่ Paintbar Bangkok ค่ะ

ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ Sydney, Australia ถามว่าจู่ๆมาได้ไง เริ่มด้วยโอปโดนจ้างออกจากบริษัทแห่งหนึ่ง ความเคว้งทำให้เราควานหาโอกาสใหม่ทุกอย่าง จนมาเจอโครงการ Work and Hoiday Visa (Australia/New Zealand) แต้มบุญถึงจึงทำให้โอปได้โควต้ามา ตอนนี้ก็มาอยู่ที่นี่ได้ปีกว่าแล้วค่ะ ปีแรกโอปทำงานด้านศิลปะ งานในฝันของโอป สอนศิลปะที่ Studio Cork and Canvas Sydney ตอนนี้ได้ต่อเป็น Student Visa เพื่อเรียนต่อด้าน Telecommunication Network Engineering

Q: ช่วง COVID นี้คนไทยหลายๆคนกลับประเทศไปเยอะเลย ทำไมเราถึงอยู่ต่อคะ

เราลงทุนสมัครเรียน จ่ายค่าวีซ่าอะไรต่างๆไปหมดแล้ว เลยรู้สึกว่าถ้ากลับไทยไป (แล้วก็ไม่รู้จะได้กลับมาอีกเมื่อไหร่ เพราะ ณ ตอนนั้นสถานการณ์ไม่ได้ใบ้อะไรให้เราได้รู้แนวโน้มของอนาคตเลย) คงเสียโอกาสทุกอย่างที่เรากำลังจะสร้างมันมาค่ะ 

อีกอย่างโอปยังอยากลองกัดฟันดิ้นรนก่อน ที่บ้านก็อยากให้กลับนะคะ เพราะเขาเป็นห่วงมากๆ เนื่องจากเราตกงานทันทีหลังจากรัฐสั่งปิดกิจการชั่วคราว โอปเชื่อว่าโอปสู้ได้ โอปก็พยายามหาโอกาสงานใหม่และช่องทางความช่วยเหลือจากรัฐอยู่ทุกวัน

Q: เรามีทิปในการประหยัดเงิน-หาเงิน หรือทิปการ survive ยังไงบ้างคะ

โอปจะนึกถึงปัจจัยสี่+งานเป็น 1st Priority ค่ะ สิ่งพื้นฐานที่ทำให้เรามีชีวิต สิ่งนอกจากนั้นโอปตัดออกหมดเลยค่ะ กัดฟันบอกตัวเองว่า “ยังไม่จำเป็น” เพราะสถานการณ์ไม่ได้ให้อิสระทางการเงินแก่เรา เราต้องสร้างพฤติกรรมการจับจ่ายให้เหมือนว่าเราไม่มีงาน มันอาจจะเครียดและอึดอัดอยู่บ้าง แต่นั่นคือความจริงค่ะ เพราะเงินที่ใช้เพื่อดำรงชีพอยู่นั้นคือ “เงินเก็บ” (ปาดน้ำตา กระชิกๆ) 

อาหารที่มีประโยชน์ไม่ให้เราอดตาย บ้านที่มีหลังคาให้เรานอนพัก ยาห้ามขาดเวลาไม่สบาย เสื้อผ้าที่สะอาด ส่วนงานคือสิ่งที่ให้รายได้กับเรา โอปไม่หยุดหางาน และไม่เกี่ยงสายงานเลยจุดนี้ สมัครมันทุกระดับ งานทำความสะอาด งาน supermarkets งานสอนพิเศษ และงานไอทีแบบ work from home แถมโอปไม่เจาะตลาดแรงงานแค่ที่ออสเตรเลีย โอปไปตอดๆฝั่งไทยมาด้วย เพราะในเมื่อเราออกจากบ้านไม่ได้ ทำงานออนไลน์ได้ ตลาดงานเราก็จะไปต่างประเทศได้เช่นกัน 

อีกทิปหนึ่งที่อยากแนะนำคือการ Keep in touch with you connection ค่ะ ถามไถ่ว่าแวดวงเพื่อนร่วมงาน กลุ่มลูกค้าว่ามีโอกาสงานอะไรให้เราได้หยิบจับบ้างไหม เพราะถ้าเรามี connection ที่ดี เราสามารถหางานได้จากช่องทางนี้ค่ะ เนี่ยแหละทำทุกวัน เดี๋ยวงานจะมาเอง

Q: โอปอลเองเปลี่ยนวิกฤติ COVID นี้ให้เป็นโอกาสยังไงบ้างคะ

อย่างแรกโอปมีเวลาว่างมากขึ้นหลายเท่า โอปได้มีโอกาสทบทวนตัวเองว่า จริงๆความสามารถในการอยู่รอดของเราคืออะไร ได้ทบทวนและคุยกับตัวเองว่าเรามีจุดแข็งจุดอ่อนอะไรบ้าง เป็นโอกาสที่ดีที่ได้สะท้อนตัวเองค่ะ แถมยังได้กลับมาทำงานอดิเรกเก่าๆ เช่น การวาดภาพระบายสี อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย และค้นพบงานอดิเรกใหม่ๆ เช่น Re-grow พวกผัก leftover ซึ่งก็จะเป็นผลพลอยได้คือถ้าผักเรารอด เราจะได้ต้องซื้อผัก เราจะได้กินผักที่ตัวเองปลูกเอง ประหยัดไปอีก!!   

อีกโอกาสหนึ่งที่โอปคว้ามาได้คือชั่วโมงการสอนศิลปะเด็กน้อยออนไลน์กับ Art on Canvas for Kids ค่ะ อันนี้ก็ได้มาจากเพื่อนที่เคยทำงานร่วมกันก่อนโรคระบาดจะมา ได้สอนน้องๆนักเรียนอยู่ที่บ้านตัวเอง สนุกสนานและได้รายได้มาซื้อข้าวกินได้บ้าง ตอนนี้นอกจากจะได้สอนเด็กที่ออสเตรเลียแล้ว เรายังเปิดตลาดอินเตอร์ สอนเด็กไทยและชาติอื่นไปอีก!! ใครสนใจส่งลูกหลานมาเรียนกับโอปก็ยินดีเลยค่ะ ติดต่อทางเฟสได้เลย Art on Canvas for Kids!

 

Q: โอปอลมีวางแพลนชีวิตหลังช่วง COVID ยังไงบ้างคะ

ถ้าสถานการณ์ดีขึ้น แผนแรกคงไม่พ้นการลุยงานเลยค่ะ หาเงินรัวๆ ตอนนี้จับโอกาสงานที่มีไว้แน่นๆ เริ่มเก็บเงินใหม่อีกรอบเพราะเชื่อว่าถึงจุดนั้นเงินเก็บคงแทบจะเหยียบเลขศูนย์ แต่ข้อจำกัดของความอยากทำงานอันหนักหน่วงคือการเรียน โอปต้องเรียนหนังสือด้วย ชีวิตหลังโควิดคงมีอยู่แค่สองอย่างตอนนี้ สำคัญที่สุดคือ Time Management เลยค่ะ เพราะไม่เคยทำงานและเรียนไปพร้อมกัน มั่นใจว่าสาหัสแน่นอน แต่โอปก็จะพยายามทำให้ดี เพราะจดจำช่วงเวลาความลำบากสุดๆแบบนี้ไว้ อนาคตเราจะไม่ยอมไร้เงินเก็บและเราจะต้องเรียนจบ!

Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไร เกี่ยวกับชีวิต COVID ในประเทศออสเตรเลียบ้างคะ 

สิ่งที่ชอบคือ เขาเด็ดขาดเรื่องการแบนประเทศ แบนเรือท่องเที่ยว การตัดความเสี่ยงระดับหนึ่งเลยค่ะ อีกเรื่องคือ มาตรการการช่วยเหลือพวกธุรกิจและเหล่า citizen เขารวดเร็วและเป็นระบบ (คือเราก็ยินดีปนอิจฉา ฮ่าๆๆ เพราะตัวเราไม่เข้าเกณฑ์อะไรกับเขาสักอย่าง)

สิ่งที่ไม่ชอบ คือ ความตื่นตระหนกและการตุนของเกินความจำเป็นของคนค่ะ จริงๆเป็นทั่วโลก ไม่ใช่แค่ออสเตรเลีย ไม่ชอบบรรยากาศการแย่งชิงแบบขาดสติ โอปไม่เคยจะต้องไปมุดแย่งตบตีทิชชู่กับใครก็อยู่รอดมาได้นะเออ เห็นแล้วก็ขัดใจทุกครั้งแต่ก็ทำให้รู้ว่า การขาดสติคือความเขลาที่แท้ 

Q: มีอะไรอยากบอกคนไทยที่กำลังต่อสู้วิกฤตินี้ไปพร้อมๆกับเรา 

เริ่มจากตัวเราเองก่อนเลยค่ะ ทุกคนมีเหตุผลของการใช้ชีวิตต่างกัน จะสู้ต่อหรือถอยกลับมาตั้งหลัก ไม่ใช่เรื่องผิดเรื่องถูก โอปอยากให้ทุกคนคำนวณและคุยกับตัวเองมากๆว่าเราจะไปต่ออย่างไร ต้องมีสติอยู่ตลอดเวลาค่ะ โลกทุกวันนี้หมุนไว และไม่รอคนที่นั่งอยู่เฉยๆรอความช่วยเหลืออย่างเดียว โอปเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถในการอยู่รอด เราต้อง Take action เพื่อดำเนินชีวิต และทุกปัญหามี solutions เสมอ อย่างที่บอกค่ะ สติมาปัญญาเกิด

สำหรับคนรอบข้างเรา… สำคัญที่สุด “การให้พลังงานดีดีและกำลังใจซึ่งกันและกัน” คือสิ่งที่โอปมองว่าใครๆก็ต้องการ มองเห็นคนในครอบครัวและรักพวกเราให้มากขึ้น ออกไปข้างนอก ส่งยิ้มให้คนที่เดินผ่านกันบ้าง ช่วยยกของ ช่วยกันข้ามถนน เคารพกันในฐานะเพื่อนมุษย์ แต่ไม่ลืมที่จะรักษาระยะห่าง ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ถามไถ่คนรอบข้างเราว่ายังโอเคกันอยู่ไหม โอปว่าเพียงเท่านี้ วิกฤตไหนๆเราก็จะผ่านมันไปได้ค่ะ

Facebook Comments