Film จากงานเสิร์ฟ สู่ งานสถานเอกอัครราชทูตในออสเตรเลีย

0
9285

Q: แนะนำตัวให้รู้จักกันหน่อย

สวัสดีค่ะ ชื่อ ฟิล์ม ณฐมน นะคะ หรือที่คนรู้จักหลายๆคน มักจะเรียกว่า “พี่ฟิล์ม” “เพื่อนฟิล์ม” ”น้องฟิล์ม” หรือ “คุณฟิล์ม” เองจ้า  ฟิล์มเรียนจบปริญญาตรี ศึกษาศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และ ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

ชีวิตการทำงานเริ่มต้นตั้งแต่ยังเรียนอยู่ปริญญาตรีชั้นปีที่ 2-3 เริ่มจากทำ…

งานแปล มีอาจารย์ที่คณะแนะนำงานแปล (Part-time) หนังสือแบบเรียนนำเข้าลิขสิทธิจากอเมริกาให้ทำ ฟิล์มได้มีโอกาสเริ่มต้นการทำงานโดยใช้ภาษาอังกฤษอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในชีวิตก็ตั้งแต่ยังเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยเลยค่ะ นอกจากนี้อาจารย์ได้แนะนำให้นักศึกษาพัฒนาตนเองโดยกระตุ้นให้เราหาโอกาสเข้าฝึกงานฝึกประสบการณ์นอกหลักสูตรช่วงปิดภาคเรียน (ซัมเมอร์) ด้านที่เราสนใจด้วยตนเองเพิ่มเติม ซึ่งฟิล์มก็ได้มีโอกาสเข้าฝึกงานด้านการประชาสัมพันธ์ในโรงแรมชั้นนำของไทยแห่งหนึงอีกด้วย 

จากนั้นฟิล์มได้เข้าทำงาน “กองบรรณาธิการ การตลาด การอบรมครู” ที่ปรึกษาทางวิชาการ และหลากหลายบทบาทกับสำนักพิมพ์เอกชนที่มีชื่อเสียงหลายแห่งของประเทศไทยและนานาชาติเป็นเวลานานหลายปี แล้วจึงตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของเรา ช่วงระหว่างเรียนและหลังเรียนจบปริญญาโทได้โอกาสเรียนรู้เพิ่มเติมจากการเป็น Teaching Assistant ให้อาจารย์ชาวต่างชาติที่คณะอยู่ระยะหนึ่ง 

หลังจากนั้นได้งานมหาวิทยาลัยใกล้บ้านเกิด 3  แห่งพร้อมกัน คือ ตำแหน่ง อาจารย์สอนมหาวิทยาลัย สาขาอังกฤษธุรกิจ (Business English) กับ นักวิเทศสัมพันธ์ ผู้ประสานงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Affairs) การทำงานด้านการศึกษาและด้านการประสานงานความร่วมมือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (MoU) เป็นงานที่ทำให้ฟิล์มได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลาจากครูบาอาจารย์และบุคลากรด้านการศึกษาในแวดวงการศึกษารอบตัวเรา รู้สึกว่าตัวเองโชคดีได้ฝึกฝนทักษะและสร้างสมประสบการณ์ทุกวันจากการปฏิบัติงาน (Learning by Doing) จริงๆค่ะ เพราะงานที่ได้รับมอบหมายมาเป็นงานที่ท้าทายความสามารถและผลักดันให้เรามุ่งมั่น ตั้งใจ พัฒนาตนเองเพื่อถ่ายทอดต่อยอดส่งผ่านองค์ความรู้และสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นอยู่เสมอทุกเวลาค่ะ 

ปัจจุบันทำงานอยู่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลียค่ะ

Q: อะไรที่ทำให้ฟิล์มตัดสินใจมาอยู่ออสเตรเลียคะ 

จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้ได้ย้ายมาอยู่ออสเตรเลีย คือ ติดตามครอบครัวมาเพื่อทำงานในออสเตรเลียค่ะ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ยากมากจริงๆ จากเดิมเรามีหน้าที่การงานที่ดีอยู่แล้วในประเทศไทย แต่เราต้องมาเริ่มต้นใหม่ที่ออสเตรเลีย ก่อนที่จะย้ายมาแคนเบอร์รา ได้สมัครงานและสัมภาษณ์งานทาง Skype กับหน่วยงานของออสเตรเลียไว้ค่ะ  

Q: เป็นจากอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ไทย พอมาออสเตรเลียใหม่ๆ ชีวิตเป็นยังไงบ้างคะ 

ฟิล์มเองก็เริ่มจากงาน Casual เพราะอยากฝึกประสบการณ์ที่ได้ใช้ภาษาในการสื่อสาร เช่น เสิร์ฟและรับออร์เดอร์ ร้านกาแฟ ร้านอาหารไทย และก็มีงานอาสาสมัครของหน่วยงานภาครัฐของออสเตรเลีย ได้แก่ Event ACT ฝ่ายต้อนรับช่วยจัดงานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย (Floriade) งานเปิดบ้านสถานทูตทั่วโลก (Windows to the World) งานอาสาสมัครกาชาดออสเตรเลีย (Australian Red Cross)

Q: แล้วทำไมฟิล์มจึงไม่หยุดแค่นั้นคะ 

ฟิล์มคิดว่าการทำงาน casual ก็ช่วยให้เราได้พัฒนาตนเอง แต่เราก็ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเช่นกัน  ด้วยการสนับสนุนของครอบครัวที่ผลักดันให้เราหางานอยู่ตลอดเวลา ด้วยความที่เราเคยทำงานอยู่ตลอดเราจะคิดเสมอว่า เราจะต้องหางานที่ดีขึ้นให้ได้ ระหว่างที่หางานประจำนั้น เราก็ทำงาน Casual ไปก่อนค่ะ 

สิ่งที่ทำให้เรา keep going คือ กำลังใจจากครอบครัวค่ะ คุณพ่อคุณแม่ของเรา คนที่รักเรา ที่คอยสนับสนุนเราในทุกๆด้าน ช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง การเตรียมตัวสมัครงานและสอบสัมภาษณ์

Q: แล้วทำอย่างไรฟิล์มจึงได้งานกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลียในที่สุดคะ

ยุคนี้พวกเราโชคดีที่มีอินเทอร์เน็ตช่วยให้เราหาข้อมูลหางานได้สะดวกมากขึ้น ตอนนั้นก็ยังสมัครงานมหาวิทยาลัยเป็นหลักต่อไป และงานอื่นๆ ด้วย โชคดีที่เมืองหลวงแคนเบอร์รามีสถานเอกอัครราชทูตไทยให้อุ่นใจ ฟิล์มเข้าไปอ่านข้อมูลในเว็บไซต์และลงทะเบียนคนไทยไว้ พอดีช่วงนั้นมีประกาศรับสมัครงาน จึงสมัครไว้ ทางสถานทูตฯ เรียกสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ 2 ครั้ง ในที่สุดก็สอบผ่านทั้งข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ ได้ทำงานถึงปัจจุบันนี้

Q: ขอทิปสำคัญๆสำหรับคนไทยที่กำลังหางานในต่างประเทศ หรือ สนใจอยากมีโอกาสไปทำงานในต่างประเทศ

ขอให้มีความเข้มแข็ง จิตใจต้องมั่นคงแข็งแกร่ง มีความพยายาม และมีความอดทนนะคะ ตั้งใจพัฒนาตนเองให้มากที่สุด และเป็นที่พึ่งของตนเองให้ได้ ท้อได้แต่อย่าถอย ให้มุ่งมั่นหางานต่อไปนะคะ เปิดโลกทรรศน์ให้กว้างขวาง สร้างเครือข่าย สร้างประสบการณ์พัฒนางาน สร้างโอกาสเปิดประตูให้ตนเองก้าวไปถึงเป้าหมายการได้งานทำ

Q: ฟิล์มเป็นคนเก่งภาษาอังกฤษอยู่แล้วรึเปล่า อยากรู้วิธีการพัฒนาภาษาอังกฤษของฟิล์มค่ะ

ในมุมมองของฟิล์มการทำงานทั้งในไทยและต่างประเทศ ความได้เปรียบทางภาษาที่สอง เช่น ภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ เป็นภาษาที่สาม สี่ ห้า … คืออีกตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้เรามีโอกาสมากขึ้นนะคะ เพราะงานที่ได้ใช้ภาษาและการสื่อสารจะเป็นงานที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ และเปิดโลกทรรศน์ของเรา

ถ้าถามว่า ฟิล์มเก่งภาษาอังกฤษไหม นิยามระดับความเก่งของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกันนะคะ และทุกคนก็มีความเก่งในแต่ละด้านต่างกัน มีความชำนาญในแบบของตัวเอง สำหรับฟิล์มก็คิดว่า ยังมีคนเก่งขั้นเทพกว่าเราอีกมากค่ะ แต่ฟิล์มโชคดีที่ชอบภาษาอังกฤษ ชอบทำงานที่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ มี passion ที่จะพัฒนาภาษาอังกฤษให้ดีขึ้น และคิดเองว่าเราทำได้ดีในระดับที่น่าพึงพอใจ 

ตั้งแต่สมัยเรียนระดับประถมศึกษา จำได้เลยค่ะว่าเราสนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษครั้งแรกในห้องเรียน ป.5 ได้เกรดสี่ตลอด การพัฒนาภาษาอังกฤษของฟิล์มง่ายๆเลยคือเริ่มต้นจากห้องเรียนทุกระดับ ตั้งแต่ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย ป.ตรี ป.โท ยิ่งระดับสูงขึ้น ก็ยิ่งยากมากขึ้น เราก็ยิ่งต้องพัฒนาตนเองเพิ่มมากขึ้นอีก 

ฟิล์มซาบซึ้งในคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านที่เมตตาประสิทธิประสาทวิชาความรู้ให้ อีกทั้งผู้คนรอบตัวเราที่มีส่วนช่วยสนับสนุนเราทำให้มีกำลังใจ ฟิล์มได้นำประสบการณ์ดีดีนั้นไปถ่ายทอดต่อไป 

พอทำงานก็ยิ่งต้องพัฒนาตนเอง ฟิล์มมีโอกาสเข้า Toastmaster Club ฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษในชุมชนทำให้เรามีโอกาสฝึกฝนความคล่องแคล่วทางภาษาและต่อยอดทักษะภาษาอังกฤษอยู่เรื่อยๆ 

พอย้ายมาอยู่ออสเตรเลียก็ยังได้เข้าร่วมกิจกรรมเดียวกันที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียอย่างต่อเนื่องระหว่างการหางานประจำด้วยค่ะ

Q: มีอะไรอยากแนะนำคนไทยที่กลัวการพูดภาษาอังกฤษ แต่ก็อยากเก่งภาษาบ้าง

ควรค่อยๆปรับทัศนคติและพยายามฝึกฝนบ่อยๆ ศึกษาการใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้องในทุกทักษะ เริ่มจากฟัง พูด อ่าน เขียนนะคะ หากเรากลัว เราจะก้าวข้ามมันยาก ฟิล์มเข้าใจว่ามันยากมากที่จะเอาชนะความกลัว แต่เราควรหาแรงบันดาลใจให้ตนเอง เพื่อพัฒนาตนเองในทิศทางที่เราต้องการก้าวไปถึงจุดหมายนะคะ ตั้งเป้าหมายเล็กๆก่อน ถ้าเราทำได้ เราจะภูมิใจในตนเองมากขึ้นตามลำดับ เอาใจช่วยทุกคนค่ะ สู้ๆ

Q: การได้ไปอยู่ออสเตรเลีย…อยากเอา “วัฒนธรรม หรือ ค่านิยมดีๆ” อะไรกลับมาพัฒนาประเทศไทยบ้างคะ

ความมีวินัยในตนเอง เคารพกฏระเบียบ เคารพสิทธิที่เท่าเทียมกันของผู้อื่น การรู้หน้าที่ของตน และการเคารพต่อเวลา

ยกตัวอย่างเช่น การเข้าแถว การหยุดรถให้คนข้ามถนน การเคารพกฎวินัยจราจร การนัดหมายล่วงหน้า ความตรงต่อเวลา เป็นต้น

Q: ช่วยเล่าเหตุการณ์ที่พีคที่สุดในออสเตรเลียที่เจอมา

พีคสุดนี้

ด้านที่ประทับใจคือ คนไทยอยู่ที่ไหนก็ช่วยเหลือกันค่ะ ฟิล์มได้โอกาสทำงานพาร์ทไทม์ที่แรกเลยจากพี่คนไทยใจดีที่แคนเบอร์รา และมีอีกหลายครั้งที่ได้รับมิตรภาพพร้อมน้ำใจที่ดีจากคนไทยด้วยกัน

นอกจากนี้ ยังรู้สึกอุ่นใจมากเมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นยังมีพี่น้องคนไทยที่คอยให้กำลังใจ ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือเกื้อกูลกันเสมอ ฟิล์มรู้สึกปลอดภัยที่มีสถานเอกอัครราชทูตไทยอยู่ใกล้ๆเรา คอยดูแลคนไทยในต่างแดน

Q: ชอบและไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตการเป็นออสเตรเลียบ้าง

สิ่งที่ชอบ คือ

  1. คนที่นี่มีการวางแผนอย่างมีระบบ ในทุกเรื่องทั้งด้านทำงาน ด้านบริหารจัดการชีวิต ด้านการเงิน และอื่นๆ มี work life balance ที่ชัดเจน
  2. คนที่นี่มีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองได้ตลอดเวลา
  3. คนที่นี่เป็นมิตรมาก เป็นกันเอง เพื่อนๆชาวออสซี่ของฟิล์มน่ารักกันทุกคนค่ะ

สิ่งที่ไม่ชอบ คือ

  1. สังคมที่แข่งขันสูงมาก จนบางครั้งทำให้คนเห็นแก่ตัว ไม่มีการถ้อยทีถ้อยอาศัยกันเหมือนคนไทย
  2. คนบางกลุ่มที่ต่อต้านและเหยียดคนเอเชีย (Racism)
  3. ท่ามกลางความหลากหลายของชนชาติและเผ่าพันธุ์ของคนที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ คนเหล่านั้นอาจจะเป็นมิตรหรือศัตรูกับเราก็ได้

Q: มีหนังสือเล่มไหนหรือหนังอะไรที่อยากแนะนำให้คนอื่นต้องอ่านให้ได้ 

หนังสือ Mindset ช่วยให้เราเรียนรู้วิธีคิด ช่วยปรับทัศนคติ เพี่อพัฒนาตนเอง

Q: มี Quote ไหนที่ชอบเป็นพิเศษ

Expect the Unexpected, Be Ready and Be Prepared อะไรก็เกิดขึ้นได้ เราควรเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ

Facebook Comments