เกล ลูกคุณหนูที่ทำ start-up เอง หลังถูกทางบ้านส่งมา “เรียนรู้ชีวิต” ที่ออสเตรเลีย

0
11488

Q: ช่วยแนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

ชื่อเกลค่ะ จบรัฐศาสตร์ จุฬาฯ แต่มาทำสาย Digital Marketing เต็มตัว หลายคนก็ถามว่าทำไมอยู่ๆ ถึงเปลี่ยนสายอาชีพขนาดนี้ เกลว่าการทำงานไม่ตรงสายไม่ใช่เรื่องแย่นะ เพราะนั่นอาจจะแปลว่าเราหาตัวเองเจอและทำได้ในสิ่งที่ชอบ “Be who you needed when you were younger”

อยู่ไทยก็มีร่วมทีมกับเพื่อนทำ Startup รวมถึง เป็น Chief Marketing ให้กับบริษัทสตาร์ทอัพลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น Ayasan ค่ะ

ตอนนี้อยู่ออสเตรเลียมา 10 เดือนแล้ว เป็น Digital Marketing ในบริษัท Financial and accounting ที่นี่ แล้วก็เรียน diploma ด้าน marketing and communication ควบคู่ไปด้วย

ว่างๆ ชอบทำเพจค่ะ ตามประสา Digital Marketing อ่ะเนอะ 555 ตอนนี้มีเพจ Momentale เป็นสตาร์ทอัพที่เราทำขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยว กับอีกเพจคือ He cooked and I ate ทำเพื่อความสนุก ไว้แชร์ Homemade Food เพราะเราชอบทำอาหารทานเองทุกวัน

Q: ทำไมอยู่ๆถึงตั้ง Momentale ขึ้นมาคะ และจุดความสำเร็จที่น้องเกลภูมิใจมากที่สุด​ ณ ตอนนี้คืออะไร

จุดเริ่มต้นคือ เกลได้ไอเดียมาจากรุ่นพี่จุฬาฯ ประมาณว่าเราเห็นคนชอบเที่ยวต่างประเทศ ไปเที่ยวแต่ดันไม่มีรูปตัวเองดีๆ ในภาพ หรือมีแค่รูปเซลฟี่ ไม่ก็ภาพวิวอย่างเดียว เราเห็นว่า เสียเงินไปเที่ยวทั้งที แต่ไม่มีรูปดีๆ โพสต์ลง social network มันก็เหมือนไปไม่ถึง

ซึ่ง Momentale เกลเน้นที่การถ่ายภาพโดยใช้ smartphone อย่างเดียว เพราะมันเร็วและสะดวก แล้วเดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือก็ถ่ายภาพได้เหมือนกล้องถ่ายรูป ถ้าเรารู้จักมุมดีๆ เกลก็เริ่มจากถ่ายภาพให้เพื่อนที่เจอกันใน รร.ภาษาก่อน แล้วเพื่อนชอบภาพของเรามาก จนพวกเขาบอกว่าถ้ารับจ้างถ่ายคงจะ make money ได้เลย เราก็เริ่มมีความมั่นใจขึ้น

แต่เกลก็ได้เรียนรู้ว่า เราไม่ได้มีทางได้อะไรมาง่ายๆ การประสบความสำเร็จในธุรกิจมันต้องใช้ความอดทน มีทีม มีคนคอยซัพพอร์ต รวมถึงกำลังใจ แรกๆ เกลก็โดนปฏิเสธจากนักลงทุน 3-4 ครั้ง ตอนนี้ก็ยังโดนปฏิเสธอยู่ 5555 แต่ก็ยังทำต่อไป หรือมีคนชอบไอเดียแต่จะขอซื้อไปทำเองก็มี หรือบางทีเราโปรโมทอะไรไปคนไม่สนใจ เราก็มีท้อ แต่คิดไว้แล้วว่าจะต้องทำให้ได้ 

ตอนนี้ Momentale มีคนติดตามมากขึ้น มีทีมเพิ่มขึ้น 2-3 คน ซึ่งต้องขอบคุณพวกเขามากๆ ที่อยู่กับเกลมาตั้งแต่เริ่มจาก 0 แต่พวกเขาไม่เคยบ่นหรือท้อให้เกลเห็น ยิ่งทำให้เกลอยากจะทำ Momentale ให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นไปด้วย จากที่เรามีลูกค้าคนไทย จนตอนนี้มีอินโดนีเซีย, ออสเตรเลีย, จีน, อิตาลี, บลาซิล, สเปน และตุรกี แค่นี้ก็ดีใจมากๆ แล้วค่ะ

Q: คนไทยหลายๆคนมาต่างประเทศ…ทิ้งความชอบ ความสามารถของตัวเองไปทำงานที่ไม่อยากทำ น้องเกลมีมุมมอง และคำแนะนำว่ายังไงบ้างคะ

เกลเคยคุยกับเพื่อนที่ รร.ภาษา เขามักจะพูดกันว่าที่ออสเตรเลียหางานบริษัทยาก รวมถึงการเปิดธุรกิจที่อยากทำ หรือบางคนกลัวที่จะส่งเรซูเม่ไปตามบริษัทต่างๆ เพราะคิดว่ายังไงก็ไม่ได้ ตัวเองเป็นแค่วีซ่านักเรียน ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป 

หลายคนคงจะเคยพยายามหางานแล้ว เคยลองหาอะไรที่ตัวเองชอบทำแล้วแต่ก็หยุดไป และไปหางานที่ตัวเองไม่อยากทำไปก่อน อย่างร้านอาหาร งานคลีน จนกลายเป็นว่าขี้เกียจแล้ว ทิ้งความฝันของตัวเองไป 

เกลอยากจะแนะนำว่า ให้ฟังตัวเอง ถามตัวเองว่า นี่คือสิ่งที่อยากทำรึเปล่า เรายินดีที่จะทำรึเปล่า ทำแล้วมีความสุขมั้ย? ถ้าไม่อยาก ก็ต้องพยายามพาตัวเองไปหาสิ่งที่ดีกว่า เมื่อมีความกดดันทั้งเรื่องเงิน และงานที่ไม่อยากทำ พร้อมๆ กัน ถึงเวลาที่เราจะต้องพัฒนาตัวเอง ถึงเวลาที่ต้องปรับตัว เราจะหาจนเจอให้ได้ว่าสิ่งที่เราชอบสามารถทำเงินได้ยังไง ถ้าขอบทำขนม ทำขาย เปิดเพจ สร้างสตอรี่ หาจุดขาย ถ้าชอบวาดภาพ วาดภาพเก่งมาก เราเปิดสอนเด็กๆ ได้ 

เราจะทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องลงทุน โดยใช้ทักษะที่มี ยุคที่ทุกคน crazy about social media เกลเชื่อว่าเราสร้างอาชีพใหม่ๆ ได้อีกเยอะ อย่าง Momentale ก็ด้วย

ชอบอะไร อยากทำอะไร เริ่มจากศึกษาให้ดี ทิปง่ายๆ ที่เกลได้จากคุณพ่อคือ อย่าทำธุรกิจที่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ และอย่าทำอะไรที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงก่อน

Q: ช่วยเล่าประสบการณ์ที่พีคที่สุดที่เจอมาในออสเตรเลีย

พีคที่สุดไม่มีค่ะ แต่เปลี่ยนการใช้ชีวิตไปเลยเนี่ยใช่ 555 

เรื่องมีอยู่ว่า คุณพ่อเกลเป็นเจ้าของธุรกิจอยู่ที่ไทย คุณพ่อสอนคน ช่วยคนหางาน มาหลายคนแล้ว แต่ดันสอนลูกตัวเองให้หาสิ่งที่ชอบไม่ได้สักที คุณพ่อบอกว่าเป็นเพราะเราไม่รู้จักความลำบาก อยากได้อะไรก็ได้ทันที ทำให้ไม่ต้องขวนขวายมาก เวลาที่อยากทำอะไรก็ไม่ตั้งใจ ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ก็เลยส่งน้องเกลมาอยู่ออสเตรเลีย 55555 

บอกเลยว่าลำบากมาก ต้องเดินทางด้วยรถสาธารณะ ต้องซักผ้า ทำกับข้าวเอง ล้างจานเอง หาเงินจ่ายค่าบ้านค่ากินเอง ตอนนี้รู้เลยว่า มันยากมาก แต่ก็ทำให้เราโตขึ้นมากเหมือนกัน ทำให้เราไม่กลัวความลำบากแต่เรียนรู้ว่าการจะมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้ต้องอดทนและตั้งใจมากๆ 

Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตที่ออสเตรเลีย

ด้วยความที่เป็นเด็กรัฐศาสตร์ สิ่งที่ประทับใจมากๆ เลยคือการได้เห็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นหลักก่อน ซึ่งออสเตรเลียทำให้เห็นได้จาก การเสียภาษี เวลาที่เราเสียภาษีให้กับรัฐบาล เขาจะแจกแจงมาให้ทันทีเลยว่า เงินส่วนนี้จะนำไปใช้ทำอะไร ส่วนนี้จะเอาไปสร้างอะไรเพื่อใคร ซึ่งตามหลักแล้วทุกประเทศควรทำแบบนี้ แต่เกลไม่เห็นจากประเทศไทย

นอกจากนี้ยังรวมถึงการมีอิสระทางความคิด การแสดงออก เราถึงได้เห็น social movement ต่างๆ ในออสเตรเลีย อย่าง LGBT และการวิจารณ์รัฐบาลได้อย่างอิสระ เมื่อตอนที่มีแคมเปญ Right to Know ของ yourrighttoknow.com.au

Q: หากนำวัฒนธรรมหรือค่านิยมดีๆของนั่นกลับไปพัฒนาประเทศไทยได้ 1 อย่าง สิ่งนั้นจะเป็นอะไร

คำถามนี้ยากอยู่นะคะ 5555 เพราะว่ามันก็ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม แต่ถ้านำกลับไปพัฒนาประเทศเราได้ควรอย่างยิ่งที่จะเป็นการเคารพกฎหมาย คนที่นี่ปฏิบัติตามกฎหมายได้ดี อาจจะไม่ถึงกับเคร่งครัดในบางเรื่อง แต่รวมๆ แล้วคนในประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัยสูง รวมถึงการมีวินัย รับผิดชอบต่อเพื่อนในสังคมด้วยกัน อยากจะนำสิ่งนี้กลับไปพัฒนาประเทศเรา

Q: มี quote อะไรที่สอนชีวิตได้ดีที่สุด

Uncertainty is where things happen. Uncertainty is your personal pathway to opportunity. It’s the environment in which you grow, experience new things, and produce new, unprecedented results. Uncertainty is where new happens. 

มนุษย์ทุกคนต้องการความแน่นอน ต้องรู้ว่าพรุ่งนี้ฝนจะตก หรือแดดจะออก ต้องรู้ว่าตลาดหุ้นขึ้นหรือลง  ต้องหาความจริงในเรื่องนู่นนี่ แต่ลืมไปว่าความไม่แน่นอนมีอยู่ทุกที่ ตลอดเวลา และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นอย่าไปกลัวกับความไม่แน่นอนเลย เพราะความไม่แน่นอนนี่แหละที่จะทำให้เราเจอประสบการณ์ใหม่ๆ ผลลัพธ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ 

Q: ช่วยแชร์หนังสือที่ทุกคนควรอ่าน 1 เล่ม 

ปี 2020 แล้ว แต่หนังสือที่ชอบที่สุดยังเป็น Unf*ck Yourself ของ Gary John Bishop ชื่อหนังสืออาจจะไม่สุภาพไปหน่อย แต่ถ้าได้อ่านแล้วจะเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์มากขึ้น รักตัวเองมากขึ้น รู้จักใช้ชีวิตได้ดีมากขึ้นแน่นอน 100%  เกลให้ 1000%

Q: ฝากอะไรไว้กับน้องๆคนไทยที่อยากเจริญรอยตามเกล

ตอนนี้เกลคิดว่าตัวเองยังไม่สามารถแนะนำใครได้ เพราะว่าตัวเองยังถือว่าประสบการณ์น้อย แล้วก็ยังต้องเตือน ต้องบอกตัวเองทุกวันให้ตั้งใจ อย่าปล่อยเวลาให้เสียเปล่า 

แต่สิ่งที่เกลเรียนรู้ในวัย 24 ปี กับครั้งแรกที่มาอยู่ไกลบ้าน เจอคนต่างวัน ต่างวัฒนธรรม คือ 

  1. รักตัวเองให้มากๆ
  2. คิดและศึกษาเยอะๆ ก่อนเริ่มทำอะไรสักอย่าง
  3. รักษาความสัมพันธ์กับคนที่ดีกับเรา คอยช่วยเหลือเรา เราควรตอบแทนเสมอ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นของหรือเงินทอง
  4. อย่าตัดสินคนทันทีที่เจอ สังเกตคนให้เป็น 
  5. สุภาพ อ่อนน้อม แต่ต้องรู้จักปฏิเสธให้เป็น ไม่ชอบให้บอก ไม่โอเคให้พูดเสมอ เพราะเราคนไทยขี้เกรงใจมากไป ทำให้เราลำบาก
  6. Negotiation ฝึกต่อรองให้เป็น ต่อรองอย่างฉลาด แต่ไม่ได้ให้ใช้ในทางที่ไม่ดีนะคะ 555
Facebook Comments