เฟิน จาก “งานนวด เสิร์ฟ เบเกอร์รี่” สู่ งาน guest service agent ง่ายๆ เพราะสิ่งหนึ่งเป็นหลักจริงๆ

0
8340

Q: ช่วยแนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ 

เฟินค่ะ จบป.ตรีมาจากสถาบันการบินพลเรือน สาขาการจัดการท่าอากาศยาน ด้วยความที่อยากจะ out of comfort zone ของตัวเอง หลังเรียนจบก็ไป work & travel ที่อเมริกาค่ะ อยู่ประมาณ 4 เดือน ได้ประสบการณ์เยอะมากๆ เปิดโลกของตัวเองมากๆเลยค่ะ

พอกลับไทยไปเลยมีความคิดว่าอยากจะลองไปอยู่ประเทศอื่นๆดูบ้าง พอดีคุณแม่แนะนำว่า เออ ญาติทางคุณพ่อเค้าเพิ่งเปิดกิจการร้านนวดก็ถ้าอยากจะลองไปช่วยเค้าก็ลองดู ก็เลยได้มาอยู่เมลเบิร์นด้วยวีซ่านักเรียน ตอนนั้นเลือกเรียน cookery ด้วยว่าอยากสนุกล้วนๆแล้วมาจบที่ hospitality diploma ก็รู้สึกว่ามันสอดคล้องกับ airport management ที่เราเรียนมา แต่หลักๆตอนนั้นเลยคือก็ทำงานร้านนวดของญาติเราละ คล้ายๆเป็นมือขวา ดูแลทุกอย่างบัญชีรายวัน จนถึงเล็กน้อยอย่างซื้อของเข้าร้าน ทำแบบนั้นมาอยู่เป็นซักพัก ไปเรียน 2 วัน ทำงาน 5 วัน 

ไม่มีวันหยุด ชีวิตวนลูปมาก ก็เลยลองทำงานร้านอาหาร คาเฟ่ เบเกอรี่ด้วยเพื่อความไม่จำเจ เพราะชีวิตวีซ่านักเรียนเนอะ ต้องทำงานจ่ายค่าเทอมก็ทำงานหลายอย่างเลย เคยมีที่ทำงาน 4 ที่ในเวลาช่วงเวลาเดียว แต่หลักๆเราคือดูแลร้านของพี่ ตอนนั้นชีวิตยุ่งมากค่ะ แทบไม่มีเวลาให้ตัวเองเลยเป็นอยู่แบบนั้นอยู่สองปี

Q: กว่าจะมาได้เป็น guest service agent เฟิร์นผ่านอะไรมาบ้างคะ

พอวีซ่านักเรียนหมดเราได้วีซ่า postgraduate ทำงานได้เต็มตัวเห็นโพสต์ประกาศในเฟสบุคจากไทย community เค้าหาคนทำ catering ให้ airline เรารู้สึกว่ามันค่อนข้างตรงกับสายที่เรียนก็ลองไปดู เป็นการก้าวข้าม comfort zone ของวีซ่านักเรียนเลยค่ะ ทำงานหนักมากกว่าเดิมอีก ด้วยความที่เราหน่วยก้านดีมั้ง เจ้านายก็ให้โอทีเราเยอะมากกก ทำ 7 โมงเช้าลากไปยันสองทุ่มก็มี ทำงานไม่เห็นพระอาทิตย์เลยค่ะ ทำมาปีนึงเหมือนร่างกายจะพังบวกกับเราทุ่มเทมากแต่เค้าไม่ให้ full-time สะที เราก็เลยเริ่มมองหางานใหม่ละ

จนมารู้จักกับ เพจ big sister ค่ะ ตอนนั้นทางเพจโพสต์ job fair ของคนไทยในเมลเบิร์น เรากับเพื่อนก็ลองไปค่ะ มีบริษัทไทยมาเปิดบูธหลายบริษัทเลยค่ะ เราก็ยื่นเรซูเม่ไปหลายบริษัทเลย แต่ติดใจกับ Minor hotels group ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่กรุงเทพค่ะ มีเมเนอเจอร์คนนึงเค้าแนะนำดีมาก (ไม่ใช่คนไทยนะคะ) เราก็ไปยืนคุยกับเค้าว่าเราทำ full-time ที่นี่ได้นะ อยากทำสายโรงแรมมากเลยเค้าก็รับเรซูเม่ของเราไปแบบส่วนตัวด้วย 

หลังจากนั้นเค้าก็เรียกสัมภาษณ์ค่ะ ที่โรงแรมเครือ Oaks ตำแหน่ง guest service agent full-time ปรากฏว่าเราได้ ดีใจมากที่ตอนนั้นได้ contract เป็น full-timeครั้งแรก ต้องขอบคุณเพจ big sister เลยค่ะที่โพสต์โอกาสดีๆแบบนี้ให้กับ Thai community

ดีใจที่ได้โรงแรมในเครือ Minor มากทางบริษัทมีเครือข่ายเยอะ คือถ้ากลับไทยเค้าก็ offer เราทำโรงแรมที่ไทย เช่น พวก Anantara Resort เรามองเห็นโอกาสเติบโตในสายอาชีพนี้ บอสเราดีมากเค้าย้ำตลอดว่าอยากเห็นเราเติบโตไม่เป็น guest service agent ไปตลอด สังคมเพื่อนร่วมงานดีมาก เราเป็นคนไทยคนเดียวในที่ทำงาน ตอนเป็นเด็กใหม่คือทุกคนร่วมใจกันสอนงานเราดีมาก มันทำให้เรารู้สึกว่าคิดถูกแล้วจริงๆที่เลือกงานนี้ เพราะตอนนั้นที่หางานใหม่เรายื่นเรซูเม่ไปเยอะมากกกก็ได้ offer จากหลายที่เหมือนกัน แต่ก็ตัดสินใจเลือกที่นี่

Q: คิอยากให้ช่วยให้ทิปคนไทยในการหางานให้สำเร็จในต่างประเทศหน่อยได้มั๊ยคะ

อยากให้คนไทยในต่างประเทศเห็นคุณค่าของตัวเองให้มากๆ มั่นใจในตัวเองหน่อย อย่าคิดว่าเราไม่เก่งภาษาเท่าคนอื่นหรือชาติอื่นๆ คือเฟินรู้สึกว่าถ้าเรามั่นใจและเห็นคุณค่าในตัวเองก่อน อย่ายอมให้คนอื่นเอาเปรียบเรามากเกินไป แค่เพราะเราไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ เอาจริงๆอย่างในออสเตรเลียเนี่ยคนมาจากทั่วทุกมุมโลกไม่มีใครเก่งไปกว่าใครหรอก เฟินว่าอยู่ที่ attitude และความพยายามของเรา กล้าข้ามผ่าน comfort zone เดิมๆ เราจะมองเห็นโอกาสมากมายเองค่ะ ให้กำลังใจตัวเองบ่อยๆ เรารู้ว่ามันไม่ง่ายเลย แต่ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของเราค่ะ อยากให้ทุกคนมั่นใจไว้ค่ะ ว่าคนไทยก็เก่งไม่แพ้ชาติใดในโลกค่ะ ถ้าเรามั่นฝึกฝนและพยายาม

Q: ช่วยเล่าประสบการณ์ที่พีคที่สุดที่เจอมาในออสเตรเลีย

หลายครั้งประสบการณ์พีคๆมักจะอยู่ตอนที่เริ่มสายงานใหม่ๆค่ะ แต่พอเราเป็นคนที่ชอบหาอะไรใหม่ๆให้ชีวิต พอจุดนึงเราจะรู้ว่ามันยากที่สุดคือตอนเริ่ม ทริคคือกัดฟันเลยค่ะพยายามให้เต็มที่ ยากมากใช่มั้ย ลองกันดูซักที

แต่ที่พีคที่สุดคือตอนที่ทำงาน catering ให้กับสายการบินค่ะ เคยมีทีมอยู่ 5 คนแต่เหมือนบริษัทอยากตัดงบประมาณเค้าตัดคนทีมเราเหลือ 2 คน โหดมากตอนนั้น ต้องทำงานให้เสร็จแข่งกับเวลาเครื่องจะออกมาก น้ำตาไหลในที่ทำงานบ่อยมากเอาจริงๆ เพื่อนร่วมงานมีทั้งที่ดีและที่เห็นแก่ตัว งานกดดันมากจริงๆค่ะตอนนั้น จนมีประชุมครั้งนึงเจ้านายจากสำนักงานใหญ่ซิดนีย์มาเอง เค้าบอกว่าเรายังทำงานได้ไม่ดีพอ ต้องพยายามให้มากกว่านี้อีก นี่ในใจโกรธมากเลยนะคือตัดงบประมาณสตอกและคนเยอะขนาดนี้แต่อยากให้งาน perfect และเราทำงาน overtime แทบทุกวัน สุขภาพเริ่มแย่มาก ตอนนั้นเลยคิดแล้วว่าถ้าบริษัทจะไม่เห็นคุณค่าเราขนาดนี้ เราควรออกมาหาที่ๆเค้าเห็นคุณค่าเราจะดีกว่า

Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตที่ออสเตรเลีย

Like

ชอบหลายอย่างเลย แต่ที่ชอบที่สุดคือความหลากหลายทางชีวภาพ เราชอบฟังเรื่องราวจากคนทั่วทุกมุมโลก ชอบที่ได้มีเพื่อนๆที่เรารู้ถึงความแตกต่างของชนชาติแต่เคารพซึ่งกันและกัน

อาหารการกิน โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่างเมลเบิร์นค่ะ คืออยากกินอาหารประเทศไหนละ เลือกเลยค่ะ มีตั้งแต่เอเชีย ออสซี่ ตะวันออกกลาง ไปยันแอฟริกา ส่วนตัวคือมีความสุขกับการได้กินอาหารหลากหลายค่ะ 🙂 แต่ที่ฮิตที่สุดที่เมลเบิร์นพูดเลยว่าร้านอาหารไทยคือป็อปปูล่ากับคนทุกชาติจริงๆค่ะ

Unlike

น่าจะเป็นความไกลบ้านทำให้เวลาท้อแท้มากๆ รู้สึกอยากกลับบ้านไปหาครอบครัว บางครั้งรู้สึกเหมือนที่นี่เราไม่มีใคร เราไม่สามารถเรียกมันได้เต็มปากว่าที่นี่คือบ้านของเรา ความโฮมซิกนั้นละค่ะ

Q: หากนำวัฒนธรรมหรือค่านิยมดีๆของนั่นกลับไปพัฒนาประเทศไทยได้ 1 อย่าง สิ่งนั้นจะเป็นอะไร

ความเคารพและเปิดใจในความคิดเห็น ความคิดต่าง ความแตกต่างของผู้อื่น ด้วยความหลากหลายชนชาติของที่นี้ เรารู้สึกว่าการเคารพและเปิดใจต่อผู้อื่นเป็นสิ่งที่คนหมู่มากที่นี่มี แต่ที่ไทยยังขาดอีกเยอะเพราะถึงเราจะไม่มีความหลากหลายชนชาติเท่าออสเตรเลียแต่ไทยเรายึดติดในระบบ senior เป็นหลักและมักไม่ฟังเสียงของชนชั้นเล็กๆ หรือในสังคมทั่วๆไปในชีวิตประจำวันก็ตาม

Q: มี quote อะไรที่สอนชีวิตได้ดีที่สุด

Effort has never betrayed anybody. Always believe in yourself. And last but not least, We aren’t born just to pay bills and die

Q: ฝากอะไรไว้กับน้องๆคนไทยที่อยากเจริญรอยตามเฟิร์น 

คืองานที่เฟินทำ…เอาจริงๆมันอาจจะไม่ได้เจ๊งหรือดีเลิศมากมาย แต่เฟินมองว่ามันเป็นงานที่เราอยากทำ เราทำแล้ว enjoy เรามองว่ามันไปได้อีกไกล ส่วนตัวเฟินไม่ชอบงานออฟฟิศนั่งโต๊ะเท่าไหร่ เพราะเราเป็นคนชอบพูด ชอบคุยด้วย เฟินอยากให้เพื่อนๆคนไทยเริ่มจากมีความมั่นใจในตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเองก่อน ถ้าคิดว่าเราไม่เก่งภาษาก็ควรฝึกฝน เอาตัวเองออกจากสังคมที่ใช้แต่ภาษาไทยบ้าง การฝึกภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดสำหรับเฟินคือการได้ไปปาร์ตี้แฮงเอ้ากับเพื่อนต่างชาติ อันนี้ช่วยเราได้มากจริงๆ ผ่อนคลายด้วย 5555 มั่นใจในตัวเองเข้าไว้ค่ะ

Facebook Comments