กล้วย จากเสิร์ฟอาหารในซิดนีย์ สู่ “งานบริษัท IT ในลอนดอน!”

0
7317

Q: แนะนำตัวให้รู้จักกันหน่อย 

สวัสดีค่ะ ชื่อกล้วย จบจาก Assumption University สาขาการตลาด แล้วมาต่อ MBA ที่ University of Newcastle Australia อยู่ที่ Sydney มาเกือบ 12 ปี ปัจจุบันทำงานเป็น Head of Customer Success Operation ที่ลอนดอน (ย้ายมาได้ประมาณ 1 ปี แล้ว) ให้กับบริษัท IT ที่ทำเกี่ยวกับ SaaS for data-driver sales acceleration ดูแลลูกค้าใน ยุโรปและอเมริกา ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็น Top 50 IT Vendors แล้วก็ Partners ของเขา อย่างเช่น Cisco, NTT, Fujitsu, and etc. 

(หน้าที่หลักๆคือ liaise and help salespeople to expand or identify alternative sales opportunities using our intelligence; 3rd party market data which will provide salespeople an insight technology environment within their customers)

Q: กว่าจะได้มาเป็น Head of Customer Success Operation ในปัจจุบันที่ลอนดอนนี้ อยากให้พี่กล้วยเล่าว่าผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมาบ้าง

ก่อนหน้าที่จะมาทำงานที่ลอนดอนก็ทำงานให้บริษัทเดียวกันแต่เป็นสาขาที่ Sydney 

ตอนมาออสเตรเลียแรกๆก็เริ่มจากทำเสริฟ์ร้านอาหารไทยแต่ทำได้แค่ 1-2 เดือนเพราะคิดว่าไม่ได้เป็นสิ่งที่อยากทำ แล้วก็ได้งานเป็น Retail Assistant ให้กับร้านไทยที่นำเข้าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องหอมจากเมืองไทย ทำจนได้เลื่อนตำแหน่งไปทำด้านการตลาด แต่ก็ยังคิดว่าไม่ใช่สายงานที่อยากทำอยู่ดี เพราะมีความถนัดและประสบการณ์ด้าน IT จากเมืองไทยแล้วก็ชอบงานแบบ B2B มากกว่า B2C 

กว่าจะได้มาเป็น Head of Customer Success Operation ต้องเจอหลายอย่างทั้งเรื่องภาษา รูปแบบการทำงาน comfort zone เพราะเราต้องทำงานกับลูกค้าจากหลายประเทศ 

ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆต้องเข้าประชุมกับลูกค้าที่อินเดีย คือฟังไม่ทันฟังไม่รู้เรื่องเลยว่าลูกค้าพูดอะไร เคยต้อง Stanby รอลูกค้า Live ตอนเที่ยงคืน โดนลูกค้า complaints ว่าทำงานไม่ดี ก็ต้องเก็บมาเป็นบทเรียนปรับปรุงและพัฒนาตัวเอง หรือบางที่ลูกค้า request สิ่งที่นอกเหนือจาก Statement of Work ก็ต้องเรียนรู้ว่าจะพูดยังไงให้ลูกค้าลูกรู้สึกว่า I’m here to help and support you, not working against you รวมถึงต้องเข้าใจเพื่อนร่วมงานของเราด้วย เพราะที่บริษัทเป็น Multinational company มีเพื่อนร่วมงานที่มาจากหลายประเทศ อย่างเช่น Australia, China, England, Spain, Germany, Sri-Lanka แล้วเราก็เป็นคนไทยคนเดียวเพราะฉะนั้นเราจะคิดว่าคนอื่นต้องทำงานในรูปแบบเดียวกับเราไม่ได้ แล้วก็ต้องยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่าง and don’t take it personal

Q: พี่กล้วยมีทิปอะไรสำคัญที่อยากจะบอกคนไทยที่หางานในต่างประเทศ

จริงๆเชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายชีวิตของตัวเองคืออะไร ต้องมั่นใจในความรู้ความสามรถของตัวเอง ต้องคอยฝึกฝนพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ไม่มีคำว่าแก่เกินเรียน ไม่มีอะไรที่เกินความสามารถของเราถ้าเราพยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว ไม่อยากให้คิดว่าแก่แล้วหางานดีๆไม่ได้ หรือว่าภาษาไม่ดี 

อีกส่วนหนึ่งที่อยากพูดถึงคือ Social Media เพราะ ปัจจุบัน Social media ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว Resume/ cover letter อาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวที่บริษัทจะใช้พิจารณาในการเรียกสัมภาษณ์เรา แต่เขาอาจจะเข้ามาดูเกี่ยวกับเราในช่องทางอื่นๆด้วย เช่น ถ้ามี LinkedIn แนะนำให้อัพเดทให้ตรงหรือใกล้เคียงกับ Resume ของเรามากที่สุดและใช้รูปที่ Professional หรือ connect กับ recruiter นี้ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหางาน จำได้ตอนที่สมัครงาน บริษัทได้เขามาดู LinkedIn profile เผื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาสัมภาษณ์งาน มีเพื่อนบางคนได้งานจาก LinkedIn ด้วย

Q: อะไรที่คิดว่ามันทำให้บริษัท “ยอมลงทุน” สปอนเซอร์วีซ่าให้เราไปอังกฤษคะ

รู้ตัวตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ชอบทำงานบริษัทขนาดใหญ่ บริษัทที่ทำอยู่ปัจจุบันเป็นบริษัทขนาดกลางมีพนักงานอยู่ประมาณ 50 คน มี ออฟฟิศอยู่ที่ Sydney, London, และ Colombo เป็น flat management organisation ทุกคนให้เกียรติซึ่งกันและกัน 

การที่ทำบริษัทขนาดกลางทำให้ได้มีโอกาสทำงานในส่วนต่างๆ ตอนนี้ทำหน้าที่เป็น Executive Assitant to CEO ควบคู่ไปกับตำแหน่ง Head of Customer Success operation ส่วนเหตุผลที่คิดว่าทำให้บริษัท sponsor ให้มาทำงานที่อังกฤษ 

  1. เป็นคนทำงานแบบ above and beyond และ result-oriented คือทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ออกมาดีที่สุด ไม่เคยคิดว่าเวลาทำงานคือ 9-5 ถ้าจะต้องทำล่วงเวลาเผื่อให้งานเสร็จก็จะทำโดยไม่มีข้อต่อรองใดๆ และไม่เคยกลัวที่จะถามคำถามหากไม่เข้าใจ
  2. ได้รับความเชื่อมั่นและไว้ใจจาก ผู้บริหารระดับสูงภายในองค์กร ต่อให้เจ้านายต้องเดินทางไม่ได้อยู่ออฟฟิศแต่เขาก็จะมั่นใจได้ว่างานจะถูกส่งไปยังลูกค้าอย่างถูกต้องและตรงเวลา หากเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเขารู้สึกว่าเขาสามารถไว้ใจเราได้ 
  3. Work as a team – no one else job is more important than another (ไม่เกี่ยงงาน, ไม่เลือกงาน) ถึงเราจะทำตำแหน่ง head of customer success operation แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่จำเป็นต้องทำงาน Admin อื่นๆ เพราะสิ่งเหล่านั้นคือส่วนนึงของงานเหมือนกัน

Q: พี่กล้วยมีอะไรอยากจะบอกกับคนที่ยังไม่รู้ว่าทางเดินชีวิตตัวเอง..เลยยังติดอยู่กับงานที่ไม่ใช่สายตัวเอง

การหาทางเดินชีวิตไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย บางทีต้องอาศัยโอกาสบวกความอดทนแล้วก็ความพยายาม เชื่อว่าทุกคนสามารถทำตามความฝันของตัวเองได้ อย่ายึดติดกับ Comfort Zone หรือค่าตอบแทนเป็นหลัก เข้าใจว่าทุกคนมีค่าใช้จ่ายมีความรับผิดชอบ 

ลองถามตัวเองว่าจริงๆแล้วเรามาทำอะไร ถ้าคิดว่ามีความสุขกับการทำงานร้านอาหาร งานคลีนก็อยากให้คิดว่าเราจะต่อยอดจากสิ่งเหล่านี้ได้ยังไง แต่ถ้ามันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำ เราก็ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน กำหนด timeline ให้กับตัวเองแล้วตั้งใจทำให้ดีที่สุด 

อย่างเช่นถ้าเราอยากทำงานสายแฟชั่นแต่ไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ เราก็ต้องไปหาความรู้เพิ่มเติม ไปสมัคร internship ตามบริษัทต่างๆ อาจจะทำให้เรามีเวลาในการทำงานน้อยลง รายได้ลดลงแต่ใกล้ความฝันของเรามากขึ้น 

Q: ช่วยเล่าประสบการณ์ที่พีคที่สุดในอังกฤษให้ฟังกันหน่อย

ประสบการณ์ที่ Peak ที่สุดคือต้อง onboarding ผู้ใช้งาน (users) จำนวนเกือบ 2,000 คนภายในเวลา 1 วัน จำได้ว่าวันนั้นเพิ่งบินมาถึงอังกฤษ เข้าที่พักอาบน้ำแล้วตรงไปที่ออฟฟิศทันที เพราะเจ้านายรอเรามา kick-off โปรเจคนี้ จำได้ว่าอยู่ออฟฟิศตั้งแต่ 10 โมงเช้า จนเกือบสี่ทุ่ม jetlag ด้วย แต่ทุกคนในออฟฟิศก็ช่วยกันจนเสร็จลุล่วงตามเวลาที่ได้ตกลงไว้กับลูกค้า โปรเจคนี้ค่อนข้างใหญ่เนื่องจากมีรางวัลของผู้ที่ทำยอดขายได้สูงสุดเป็นรถยนต์มินิคูเปอร์ แต่ก็ทำให้เห็นว่าไม่มีอะไรเกินความสามารถหากเราตั้งใจ มุ่งมัน มีการวางแผนจัดการที่ดี มีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีเจ้านายที่คอยให้คำปรึกษาและสนับสนุนการทำงานของเรา

Q: หากนำวัฒนธรรมดีๆของอังกฤษกลับมาพัฒนาประเทศไทยได้ 1 อย่าง สิ่งนั้นจะคืออะไร

เรื่องความซื่อสัตย์และเคารพต่อหน้าที่ของตัวเอง ที่อังกฤษ work from home เป็นเรื่องปกติ คนส่วนใหญ่สามารถทำงานจากที่บ้านได้โดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกคนจัดการเวลาการทำงานและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยตัวเอง 

สิ่งนี้ยังไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลายในประเทศไทย คิดว่าที่ Sydney ก็อนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้เช่นกัน การอนุญาตให้ทำงานที่บ้านได้นั้นคือความเชื่อใจและให้เกียรติพนักงาน 

ถ้าเมืองไทยอนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้อาจจะช่วยลดปัญญาจราจร ปัญหาความตึงเครียดในการเดินทางไปทำงาน ลดค่าใช่จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ ปัญหามลภาวะ พ่อแม่มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้น

Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไรเกี่ยกับอังกฤษบ้าง    

ชอบ

  1. ชอบการทำงานที่อังกฤษ อังกฤษเป็นตลาดที่มีการแข่งขันด้านธุรกิจติด Top 3 ของโลก เราได้เจอลูกค้าเก่งๆมีความรู้ แล้วเราได้เรียนรู้จากเขาทำให้เรารู้ว่ามีอะไรอีกมากมายให้เราได้เรียนรู้
  2. ชอบที่เราสามารถไปเที่ยวประเทศต่างๆในยุโรปได้อย่างสะดวกสบาย อย่างเช่นนั่งรถไฟไปเที่ยวฝรั่งเศสได้ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์โดยไม่ต้องลางาน travel makes you wiser 😊 แล้วราคาค่าตั๋วก็ถูกกว่าบิน Sydney to Gold Coast อีก 

สิ่งที่ไม่ชอบที่อังกฤษ

  1. อากาศ – อากาศหนาวมากยิ่งหน้าหนาวฟ้ามืดเหมือนสองทุ่มตั้งแต่ 4 โมงเย็น ออกจากบ้านไปทำงานฟ้าก็มืดกลับบ้านฟ้าก็มืดแล้ว ทำให้คิดถึงทะเลสวยๆแสงแดดที่ Sydney แล้วก็เมืองไทยมากๆทำให้คิดถึงบ้านได้ง่ายด้วย ทำให้ไม่สบายได้ง่ายด้วย
  2. เรื่องอาหาร (ไทย) เป็นคนไม่ค่อยชอบทานอาหารฝรั่ง ติดอาหารไทยมาก แถวๆที่พัก West London ไม่ค่อยมีร้านอาหารไทยที่ถูกปากเลย ถ้าอยากทานอาหารไทยต้องเข้าไปในเมือง 

Q: Quote อะไรสอนชีวิตได้ดีที่สุด

When one door closes, another door opens เชื่อว่าทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยเหตุปัจจัยหลายๆอย่าง ตอนที่เจ้านาย offer ให้มาทำงานงานที่อังกฤษเป็นช่วงที่เพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมา 10 ปีที่ Sydney ตอนนั้นคิดว่าเราทำยังไงต่อไปดี พอเจ้านาย offer ก็เลยตอบตกลง คิดว่าลองดูคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว และคิดว่านี้คือการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะเป็นการเปิดประสบการณ์ชีวิตครั้งใหม่ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ พบปะผู้คนใหม่ๆ ใช้ชีวิตด้วยตัวเองจริงๆ เพราะไม่มีเพื่อนสนิทหรือญาติพี่น้องอยู่ที่อังกฤษเลย มาอังกฤษครั้งนี้ทำให้เราได้พัฒนาตัวเองขึ้นไปอีกขั้นนึง

Facebook Comments