เจนนี่ Start-up ในออสเตรเลียที่เริ่มจากเงินเพียง 24 เหรียญ!

0
3210

Q: ช่วยแนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

เจนนี่ค่ะ เรียนจบ Law (Juris Doctor) ของมหาวิทยาลัย UTS ที่ออสเตรเลีย ตอนนี้เป็น co-founder ของบริษัท SalesLog คะ แล้วก็เป็น founder ของบริษัทซอฟแวร์ Angel ที่ประเทศไทย

อันนี้ต้องบอกก่อนว่าที่จะตัดสินใจมาเรียนที่ออสเตรเลีย คือที่บ้านของเจนเจนนี่ได้ย้ายไปอยู่ที่ย้ายถิ่นฐานสกอตแลนด์นานมากแล้วค่ะ แต่ตัวเจนเองด้วยการที่ได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยทีเอแบค เจนก็เลยต้องเรียนให้จบที่เมืองไทยคะ พอจบปริญญาตรีทางบ้านก็ให้กลับไปที่สกอตแลนด์เพื่อไปเรียนต่อป.โท แล้วก็ไปกลับไปอยู่กับที่บ้าน

แต่ก็คิดแล้วไงว่าถ้าเรากลับไปที่สกอตแลนด์เราคงจะไม่ได้โตแน่นอน พอดีประจวบเหมาะตอนนั้นเพื่อนสนิทของเจนจะได้มาเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย เจนก็เลยคิดว่าถ้าเรากลับไปอยู่ที่สกอตแลนด์คงจะไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างที่เราอยากใช้ได้ เพราะการเลี้ยงดูของคุณแม่คนไทย จะพยายามโอบอุ้มเราตลอดซึ่งมันทำให้เจนไม่โต และไม่ค่อยจะมีความแข็งแรงในการเผชิญโลกได้

เลยขออนุญาตจากที่บ้านขอมาเรียนต่อที่ออสเตรเลีย 5 เดือน แต่ตอนนั้นถึงตอนนี้ก็อยู่ที่นี่ได้ 15 ปีแล้วค่ะ คือตอนที่มาแรกๆบอกกับที่บ้านว่าจะไม่ขอเงินขอแค่หนึ่งก้อนแรกคือให้เขาจ่ายค่าเทอมมาให้แล้วเดี๋ยวที่เหลือเราหาเอง

Q: พี่เจนมีผลงานอะไรที่ตัวเองภูมิใจในฐานะ start-up บ้างคะ

ผลงานตอนนี้ที่ประเทศออสเตรเลียนะคะคือได้ขยายงานทั่วประเทศออสเตรเลียแล้วก็ทัวร์เกาะทางเหนือของนิวซีแลนด์ แล้วตอนนี้บริษัทได้ไปถึงประเทศอเมริกาค่ะ

ส่วนผลงานที่เมืองไทยก็มีคือได้รวมโครงการ e-learning ครั้งแรกของของ บริษัท Mitsubishi Thailand แล้วได้ร่วมโครงการการสอนภาษาเพื่อคนพิการทางจิตให้กับโรงพยาบาลศรีธัญญาค่ะ

Q: อยากให้ช่วยเล่าให้ฟังว่า สมัยมาออสเตรเลียใหม่ๆชีวิตเป็นยังไงบ้าง

ตอนนั้นที่มาทำงานคลีนค่ะ ตื่นตีสอง เลิก 7 โมงเช้า จำได้ว่าอากาศตอนเช้ามันหอมมาก ฟ้า แจ่มมาก ตอนนั้นทำความสะอาดอยู่ที่มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ก็เลยได้เห็น inspiration ที่ในมหาวิทยาลัยเราชอบมากตอนนั้นทำความสะอาดไปด้วยนั่งนึกภาพตัวเองยืนนึกภาพตัวเองไปด้วยว่าถ้าวันหนึ่งเราได้ช่วยคนเราคงมีความสุขมากๆ

แล้วสุดท้ายก็ได้ช่วยเพื่อนสนิทของเจนจริงๆ เพราะเพื่อนที่ชวนเจนมาอยู่ที่ออสเตรเลียเป็นโรคไบโพล่าร์ก็เลยต้องดูแลเขาไปจนอีก 3-6 เดือน ตอนสุดท้ายทำงานด้วยเรียนด้วย แล้วการเรียนพยาบาลมันเรียน 4-5 วันต่ออาทิตย์ เราก็ทำงานกับทำความสะอาดด้วยแล้วก็ไม่ได้นอนเพราะว่า เพื่อนเจนที่เป็นไบโพล่าร์จะไม่นอน ตอนนั้นรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่เราหันไปทางไหนก็คงจะไม่มีใครช่วยเราได้ก็เลยตัดสินใจส่งเพื่อนกลับที่เมืองไทยแล้วก็โทรบอกกับแม่เขา

และก็โชคดีมาก เพราะตอนนั้นเองมันทำไห้ได้รู้จักกับสามีของตัวเอง (คุณจอห์น) ซึ่งตอนนั้นยังเป็นแค่แฟนกันอยู่ แต่เขาก็มาช่วยหลายเรื่องมากเลยจนทำให้เรามีความรู้สึกว่า เขาเป็นเพื่อนยามทุกข์ได้ เขาช่วยเราทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นพาเพื่อนไปหาหมอ หรือ ช่วยเราย้ายของหรือช่วยพาเพื่อนเราไปที่สนามบินค่ะ

Q: อะไรเป็นจุดเปลี่ยนให้เรากลายมาเป็น co-founder ของบริษัท SalesLogs ที่ออสเตรเลียคะ

คือได้มาเจอสามีและได้ร่วมทำ start-up ด้วยกัน ตอนที่เริ่มทำครั้งแรกมีเงินเหลืออยู่แค่ 24 เหรียญแต่บอกกับตัวเองว่าเราคิดว่า Software ที่เรากับสามีเรากำลังทำมันไม่มีใครเคยทำ พี่ก็เลยส่งเอกสารเข้าประกวดกับ Microsoft ที่ประเทศอเมริกา แล้วเรากก็ชนะการประกวด จึงได้รับการสนับสนุน Platform ทั้งหมดจาก Microsoft ในการทำธุรกิจ ร่วมๆแล้วก็ประมาน 15-30 ล้านเหรียญเลยค่ะ

Q: มีะไรอยากบอกคนไทยที่อยู่ใน comfort zone ของตัวเอง หรือ ไม่มั่นใจว่าตัวเองมีความสามารถบ้าง

ถ้ามีสิ่งไหนที่เราคิดว่าเราอยากทำมาก เหมือนกับว่ามันเป็น passion ในตัวเรา ให้เริ่มทำ ณ จุดนั้นไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ให้เริ่มทำแล้ว 1 เก้าจะกลายเป็นเก้าที่ 2 และก้าวต่อๆไป

แต่ข้อสำคัญก็คือ “อย่าฟังเสียงคนอื่น” ให้ลองคิดทบทวนให้ดีว่า แผนการที่เราจะทำมันมันส่งผลดีหรือเสียต่อเราและคนรอบข้าง ถ้าเป็นข้อดีแต่เรากลัว ก็ทำทั้งๆที่กลัว อย่าไปฟังความกลัวค่ะ ตามที่ภาษาอังกฤษพูดว่าถ้าความเสี่ยงตัวนี้จะทำให้ชีวิตข้างหน้าของเราเจริญเราควรจะทำ

If the risk will make you grow, do it anyway.
But if the risk will ruin your life in the future, do not do it.

Q: การได้ไปอยู่ออสเตรเลีย…อยากเอา “วัฒนธรรม หรือ ค่านิยมดีๆ” อะไรกลับมาพัฒนาประเทศไทยบ้างคะ

จะบอกว่าข้อนี้เป็นคำถามที่โดนใจมากเพราะว่าเจนกำลังทำแพลนเผื่อจะไปพัฒนาประเทศโดยการเอาวัฒนธรรมที่ดีดีรักพานิยมที่ดีของออสเตรเลียไปช่วยเด็กไทย

เจนเชื่อว่าการที่เราจะช่วยเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาประเทศให้ดีขึ้นเราต้องเริ่มต้นทีการศึกษาของเด็กแล้วเราต้องทำจริงๆไม่ใช่ทำเพื่อเอาหน้า

เจนกำลังทำเรื่องร่วมกับ รัฐบาลที่ออสเตรเลียเพื่อจะเอา Software ไปช่วยสอนให้เด็กไทยมีฐานะเท่ากันไม่ว่าเด็กจนเด็กรวยเด็กพิการหรือเด็กที่ไม่มีคนเลี้ยงเจนเชื่อว่าถ้าเราจะช่วยสร้างและพัฒนาประเทศให้ล้ำหน้ากว่าเพื่อนบ้านเราต้องปิดช่องโหว่ในความเหลื่อมล้ำ ของการศึกษาในประเทศเราต้องสร้างแต่เริ่มต้นจากเด็ก

ทุกครั้งที่เจนกลับไปเมืองไทยเจนเห็นว่า เด็กที่เขาไม่มีพ่อแม่ เด็กที่มีฐานะยากจน เด็กพิการทางร่างกายหรือทางสมอง พวกเขาจะด้อยโอกาสกว่าคนอื่นเลยตอนนี้คนพิการและเด็กพิการในประเทศมากกว่า 2,000,000 คนแล้ว เราควรจะต้องเข้าไปดูแล เพราะเขาก็มีสมองและสามารถช่วยพัฒนาประเทศได้ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีเงินไม่มีฐานะแล้วเขาจะไม่ได้รับความรู้เท่าเทียมเพื่อให้เขามีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศเจนว่าเราควรจะมาช่วยกันเพราะมันไม่แฟร์กับเด็กที่ไม่มีทางเลือก เจนให้ชื่อโครงการนี้ว่า Big Fish in a small pond

เจนต้องขอบคุณประเทศออสเตรเลียที่สอนความเท่าเทียมกันในสังคมและการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนในสังคมโดยไม่คิดที่จะเอาน่าหรือทำเพื่อสื่อ วัฒนธรรมตรงนี้ที่เจนคิดว่ามันเป็นส่วนที่ดีที่ เจนอยากจะเอาไปเผยแพร่ในประเทศไทย คะ

Q: ชอบและไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตการเป็นออสเตรเลียบ้าง

ชอบ
มีความทัดเทียมกัน มีความแฟร์ในหลายหลายด้าน เช่น การศึกษา การทำงาน เขาไม่เขาไม่ดูเลยว่าเราจะจบอะไรมา แต่ถ้าเราทำงานได้จริงๆเขาก็ให้โอกาสเรา
สงบเงียบและมีความปลอดภัยอย่างสูง
เป็นประเทศที่คุณไม่วุ่นวาย ไม่ต้องฟุ้งเฟ้อ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องแข่งขันกันว่า ฉันมีเยอะกว่าเธอ เธอมีเยอะกว่าฉัน อะไรประมาณค่ะ

ไม่ชอบ
กฏหมายของเขายังเป็นกฎหมายที่โอบอ้อมอารีอยู่มากๆ ข้อดีก็คือให้โอกาสคนที่ไม่ดีมากๆก็คือคนจะเอาไปใช้ในทางที่ผิดผิดแล้วข้อเสียก็คือประเทศออสเตรเลียไม่เคยปลูกฝังให้คนรักประเทศซึ่งเจนคิดว่ามันเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะเจนรักและเคารพในประเทศออสเตรเลียมากๆเพราะเป็นประเทศที่ให้โอกาสกับเจนและครอบครัวของเจนที่สามารถทำงานตรงนี้แล้วเอาไปช่วยกับคนอื่นๆได้เจนว่าประเทศออสเตรเลียควรจะปลูกฝังให้คนรักประเทศมากกว่านี้เพราะเป็นประเทศที่ให้โอกาสคนและเป็นประเทศที่พร้อมจะทำให้ทุกคนอยู่ดีมีสุข

Q: มีหนังสือเล่มไหนหรือหนังอะไรที่อยากแนะนำให้คนอื่นต้องอ่านให้ได้

เจนขอแนะนำหนังสือ Bible เพราะทำให้เรามีความสันติสุขอยู่ในตัว โดยที่ไม่ต้องไปอิงกับสันติสุขที่เราต้องไปหาอยู่ในโลก

อีกหนึ่งเล่มที่อยากจะแนะนำอีกสองเล่มดีกว่าที่อยากจะแนะนำให้อ่านสำหรับคนที่อยากจะเป็นเจ้านายตัวเองหรืออยากจะพัฒนาตัวเองให้เป็นเจ้านายที่ดี ควรจะอ่าน Leaders eat last – Simon Sinek

และก็ Love your life not theirs – Rachel Cruz

ถ้าเป็นหนังเจนขอเลือกเป็นทีวี ของ Netflix ชื่อเรื่อง Inside Bill’s Brain เป็น documentary ที่เขาเก็บอะไรละเอียดของ Bill Gates ที่นำเงินมาช่วยเหลือคนทั้งโลก เช่น เพื่อช่วยลดโปลิโอ ช่วยทำสุขภัณฑ์และห้องน้ำที่ดีให้กับคนยากจน และที่สำคัญเขาได้โชว์ว่าการที่เป็น CEO ที่ดีควรจะมีความคิดเพื่อจะนำคนทั้งหมดไปในทางที่ดีถ้าอะไรผิดเราก็ควรจะรับผิด และ Bill Gates อ่านหนังสือวันละเป็น 10ๆ เล่มแต่เจนยังทำไม่ได้นะแต่อยากทำให้ได้เพราะการอ่านหนังสือจะทำให้รอยหยักของสมองของเรามันไม่มีเสื่อม

Q: มี Quote ไหนที่ชอบเป็นพิเศษ

  1. If you do not hire someone to build your dreams, They will hire you to build their dreams!
  2. All of good and perfect gifts come from above. James 1:17
  3. Build your friends, Don’t compete.
Facebook Comments