Nink จาก “เบื่อ” งานประจำที่ไทย สู่งาน graphic design ในแคนาดา

0
4538
Nink จาก “เบื่อ” งานประจำที่ไทย สู่งาน graphic design ในแคนาดา

Q: ช่วยแนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

นิงค์ ณัฐญา วงศ์สุนทร อายุ 28 ปี ปัจจุบันทำงานเป็นนักออกแบบอิสระ www.nattayadesign.com ,www.instagram.com/buttercupgraphicdesign (Graphic Designer) และเป็นเจ้าของ E-commerce business online, www.yogamate.ca

ตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศ Canada เรียนจบจากประเทศไทยที่มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ใน สาขาศิลปกรรม(ออกแบบนิเทศศิลป์) จบการศึกษาในปี 2013 หลังเรียนจบแล้วก็เริ่มทำงานประจำกับบริษัท บริษัท อินสไพร์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (Kawaii Magazine) เป็น Graphic Designer ปีต่อมาก็ได้ย้ายไปทำงานใหม่ เป็น Creative Graphic Designer ให้กับบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จํากัด (Tesco Lotus)

หลังจากทำงานมาได้ 1 ปี การทำงานในบริษัทใหญ่ ทำให้ชีวิตการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัวถูกจำกัด ทั้งเวลา อิสระในการใช้ชีวิตจนถึงอิสระในการทำงานออกแบบด้วย ก็เลยคิดว่าเลิกทำดีกว่า สับสนอยู่พักใหญ่ ไม่รู้ว่าตัวเองชอบทำอะไร หรืออยากทำอาชีพอะไร เหมือนว่าทุกอย่างถูกกะเกณฑ์ไปหมด อยากออกมาทำอะไรที่ตัวเองชอบเคยฝันว่าอยากเป็นครู ก็เลยไปฝึกเรียนภาษาไทยและภาษาอังกฤษอยู่ 3 เดือนเต็ม ได้ใบอนุญาตเป็นครูอาชีพและหลังจากนั้นก็ทำงานเป็นครูสอนภาษาที่ Internation School ประมาณ 3 ปี ในระหว่างนั้นก็รับสอนพิเศษศิลปะสำหรับเด็กและทำงานออกแบบในเวลาว่างด้วย ต่อมาก็ได้มาเป็น Freelancer เต็มตัว ออกไปเที่ยวที่ๆ อยากไปแล้วก็ทำเรื่องย้ายมาอยู่ประเทศแคนาดาแบบถาวร

Q: คุณนิงค์ย้ายไปอยู่แคนาดาได้ยังไงคะ ตอนไปใหม่ๆชีวิตเป็นยังไงบ้าง

นิงค์ได้แต่งงานและใช้ชีวิตกับสามีที่เป็นคน Canadian เราใช้ชีวิตไป-มาระหว่างประเทศไทยและ Canada เป็นเวลานานกว่า 3 ปี ก็เลยตัดสินใจว่าจะไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่ประเทศแคนาดา ตอนย้ายมาอยู่แรกๆ คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ เพื่อน บางครั้งแบบ Homesick ไปเลยค่ะ แต่ก็ตัดสินใจย้ายมาแล้วก็ต้องอดทน ก็ได้ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวในรัฐใกล้ๆ บ้านก็ดีขึ้นค่ะได้เรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับคน อาชีพ อาหารและการใช้ชีวิต ที่ยากที่สุดเรื่องของอาหารเลยค่ะ เป็นคนชอบกินอาหารไทยมากเลยต้องพยายามไปหาของมาทำอาหารเอง แล้วก็หาแหล่งช้อปปิ้งตามร้านขายของเอเชียต่าง ๆ

งาน Freelance ที่ทำอยู่ก็ยุ่งมากๆ เลย หลังจากย้ายมาได้ไม่นาน แต่ก็พยายามหาเวลาว่างทำโยคะ ไปเที่ยวบ้าง มันก็มีอะไรให้ทำเยอะไปหมดแล้วที่สำคัญคือก็เป็นแม่บ้านด้วยค่ะมันก็เลยจะแน่นๆ แบบนี้ทุกวัน พออยู่ได้สักพักทุกอย่างก็ลงตัวและกำลังจะสอบเข้าเรียนภาษาอังกฤษที่ College เรียนอีกประมาณ 1 ปีครึ่งก็จบแล้วค่ะ นิงค์อยู่ในรัฐ Alberta, Calgary ซึ่งใกล้กับเขตภูเขา อากาศหนาวมากในฤดูหนาวหนาวแบบติดลบทุกวัน ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่ต้องปรับตัวจริงๆ ค่ะ

Q: คุณนิงค์มาเป็น graphic design freelancer ได้ยังไง

นิงค์มีเพื่อนเป็นคนอเมริกาพวกเขาเป็นสามีภรรยากันแล้วเขาก็ย้ายไปอยู่ที่ประเทศไทยนานหลายๆปีเลยค่ะแล้วเค้าก็ทำงาน Online ใช้ชีวิตอย่างที่พวกเค้าอยากมีมันอิสระมากค่ะ ก็เลยได้ไอเดีย เราเองก็จริงๆ มีความสามารถในงานออกแบบเรียนจบมาแล้ว งานก็เคยทำมาแล้วก็น่าจะใช้ให้เป็นประโยชน์ ก็ลองหาเว็บไซค์ที่เป็นศูนย์กลางขายงานต่างๆ

ตอนแรกที่เริ่มลงขายงาน ไม่มีความมั่นใจเลย คิดว่าทำงานแบบนี้มันจะได้หรอใครเค้าจะมาจ้าง เดือนแรกๆ ขายได้ 2-3 งานตกแล้วเดือนละ 3,000-4,000 บาท แบบอยากเลิกทำค่ะ ก็เลยคุยกับสามีว่าจะไปหางานทำ แต่เค้าตอบกลับมาเลยว่า เราน่าจะอดทนหน่อย ทุกอย่างมันก็ไม่ได้จะสำเร็จในวันสองวัน หาจุดบกพร่องว่าทำไมคนไม่จ้างงาน หาจุดเด่นจุดขายใหม่ ก็นั่งปรับ Portfolioใหม่เป็นเดือนๆ เลยค่ะ

หลังจากนั้นไม่นานลูกค้าก็มาเรื่อยๆ ก็เริ่มรับงานจากปากต่อปาก มันก็ไม่ได้ง่ายที่จะมาถึงวันนี้ก็ขยันอดทนมาก บางครั้งผลงานที่ทำออกมาในสไตล์ของเรามันก็ไม่ได้ออกมาถูกใจคนทุกคน ความคาดหวังของลูกค้าที่มาจ้างงานที่มันสูงๆ มาก มันก็ทำให้เสียหลักไปเลยค่ะ และยิ่งต้องทำงานที่ต้องรับผิดชอบตัวเองแล้วก็ยิ่งต้องมีวินัย x2 ตอนนี้ Portfolio มันก็ใหญ่ขึ้นและผลงานความน่าเชื่อถือก็มีมากขึ้น มั่นใจมากขึ้น ทำให้นิงค์ได้รับงานทั้งของในประเทศไทยและประเทศแคนาดาด้วยค่ะ จริงๆ มันเริ่มต้นมาจากความรักในงานออกแบบ การใส่ใจ มีวินัยในการทำงานและก็ไม่ท้อมันก็เลยกลายเป็นธุรกิจที่ทำเงิน สร้างอาชีพให้นิงค์ทุกวันนี้เลยค่ะ

Q: ขอทิปให้กับคนไทยที่มีความสามารถในต่างแดน แต่ไม่กล้านำมันออกมาใช้ ให้กล้าออกจาก comfort zone สักหน่อยได้มั๊ยคะ

จริงๆ ทุกคนมี creativity ในตัวเองทุกคนเพียงแค่ต้องหาตัวเองให้เจอ หาสิ่งที่ตัวเองรักก่อน เพราะว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจให้ยังพัฒนาตัวเองต่อไปและอยากจะตื่นแต่เช้ามาทำงานนั้น ๆ ต้องไม่ท้อกับสิ่งที่ตัวทำ ที่สำคัญเลยนะคะต้องไม่ judge ตัวเองในทาง nagative Tips: อาจจะลองพูด 3 สิ่งที่เป็นจุดเด่นกับตัวเองทุกวันเพื่อเพิ่มความมั่นใจ เช่น ฉันคิดบวก ฉันตั้งใจ ฉันทำได้

Q: ชอบและไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับแคนาดา

ชอบ

  • วัฒนธรรมและความเป็นกันเองคนแคนาดา เป็นคนสุภาพมาก คนแคนาดาพูดขอโทษทุกครั้งบางครั้งพวกเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรผิด
  • ชอบความสวยงาม Landscape ของประเทศ ความอดุมสมบูรณ์ สวยงาม ประเทศแคนาดายังเป็นประเทศที่ดูแลรักษาสถานที่สำคัญ สถานที่ท่องเที่ยว ไว้อย่างดีและสะอาดมากๆ เลยค่ะ

ไม่ชอบ
คิดว่าไม่มีนะคะ แต่บ้างครั้งอาจจะเป็นในช่วงฤดูหนาวที่มีพายุหิมะตกเยอะๆ มันทำให้ลำบากในการทำกิจกรรมต่างๆ หรือออกไปข้างนอกบ้าน ต้องแต่งตัวนานกว่าปกติเพราะว่าต้องใส่เครื่องกันหนาวเยอะไปหมดเลยค่ะ แต่สำหรับคนที่ชอบ Winter Sport ก็มาลุยแคนดาได้เลยค่ะ สนุกแน่นอนค่ะ

Q: ช่วยเล่าเรื่องที่พีคที่สุดที่เคยเจอมาในชีวิตที่แคนาดา

นิงค์ได้เข้าร่วมเปิดงาน Stampede 2019 เป็นงานประจำปีของเมือง Calgary, Alberta ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเที่ยวกันในช่วงเดือน July ของทุกปี นิงค์เป็นเข้าร่วมกิจกรรมเดินขบวน parade กับชุดไทยประจำชาติ ได้รางวัล Best Cultural Entry ทางเดินขบวนเป็นระยะราว 5 กิโลเมตร ทั้งสองฝั่งถนนเต็มไปด้วยคนราว 300,000 คนที่มารอดูขบวน มันประทับใจและภูมิใจมากค่ะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวันนั้น

Q: ถ้าสามารถนำวัฒนธรรมหรือค่านิยมที่แคนาดากลับมาพัฒนาประเทศไทยได้ 1 อย่างสิ่งนั้นจะเป็นอะไร

ความการรักษาความสะอาดและใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ตอนนี้ที่ประเทศแคนาดากำลังจะมีกฎหมายใหม่ที่จะออกกฎหมายไม่ให้ใช้พลาสติกอีกต่อไป อาจจะใช้เวลาอีกสักพักนึงกว่ากฎหมายจะออกมาได้ใช้จริง แต่ทุกคนที่แคนาดาก็เริ่มจะเปลี่ยนแปลงการใช้พลาสติกมากขึ้นแล้ว ถุงที่เคยใช้สวมถังขยะตอนนี้ก็เป็นถุงที่สามารถย่อยสลายได้ รวมถึงนิงค์เองที่เป็นแม่บ้านเต็มตัวแล้วนิงค์ก็ไม่ใช้พลาสติก หลอด และโฟมอีกแล้วค่ะ ก็อยากให้สิ่งนี้มันถูกพัฒนาไปใช้ในประเทศไทยค่ะ ถึงอาจจะไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ยังอยากให้คนเริ่มหันมาสนใจโลกของเรามากขึ้น

Q: Quote ไหนสอนชีวิตได้ดีที่สุด

The best way of finding some lightness is to simply take yourself a little less seriously. It doesn’t mean negating responsibilities or commitments, nor does it mean forgetting your unique, inherent value. What it means is to let things come and go, finding some ease in life, some laughter. – Andy Puddicombe

นิงค์คิดว่าบางครั้งคนเราก็จริงจังกับทุกอย่างมากเกินไปจนไม่ได้เห็นความเป็นจริงหรือความสำคัญแก่นที่แท้จริงของทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น นิงค์ใช้คำกล่าวนี้กับทั้งเรื่องงาน เรื่องความสัมพันธ์ การใช้ชีวิต

ยกตัวอย่างเรื่องง่ายๆให้นะคะ ถ้าสามีของนิงค์เค้าลืมกดชักโครกทุกวันๆ มันเห็นแล้วหงุดหงิด บอกไม่ถูกอยากจะด่า บ่น พูด ทะเลาะเป็นเรื่องใหญ่โต ก็เลือกที่จะไม่จริงจังกับเรื่องเล็กๆ อะไรแบบนั้น มาลองคิดไปอีกแบบนึงว่า เออ!! สงสัยว่าเราคงจะต้องเกิดมาเพื่อกดชักโครกนี้จริงๆ 555 (ทุกอย่างก็เป็นเรื่องดีแล้วค่ะ)

Q: หนังสือแนะนำ สำหรับคนที่อยากจะทำงานอย่างเป็นอิสระ

The 4-hour work week “Tim Ferriss” สำหรับคนที่เบื่องานประจำ อยากจัดสรรค์เวลาและการใช้ชีวิต เปลี่ยนวิถีชีวิตการทำงาน ไม่จำเป็นต้อรอให้แก่ถึงออกไปใช้ชีวิตอย่างที่ชอบได้ ฝึกฝนเพื่อการประหยัดเวลา การเดินในเส้นทางงานสร้างฝันนั้น เป็นไปเพื่อช่วยให้คุณหลุดพ้นจากกรอบการทำงานและใช้ชีวิตแบบเครื่องจักร มาสู่การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง โดยมีเงินและเวลาเป็นตัวสนับสนุน เพื่อให้คุณได้เรียนรู้ความหมายและคุณค่าของชีวิต ได้มีเวลาละเลียดกับชีวิตและแบ่งปันความสุขนั้นกับสังคม

Q: อื่นๆที่อยากจะบอกกับคนไทยด้วยกัน

อยากให้ทุกคนที่จะย้ายภูมิลำเนาหรือไปเรียนที่ต่างประเทศไม่ประเมินค่าความสามารถหรือเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น อยากให้ทุกคนมั่นใจและเชื่อในสิ่งที่ตัวเองทำ อยากให้ทุกคนเคารพกฎและกติกาการใช้ชีวิตกับบ้านเมืองหรือสถานที่ที่จะย้ายเข้าไปอยู่ ปรับตัวให้ได้ เปิดโอกาสให้ตัวเอง กล้าที่จะทำผิดพลาดแล้วเรียนรู้มัน แล้วก็ไม่ลืมที่จะชื่นชมความสำเร็จของตัวเอง

Facebook Comments