นัท Engineer ไทยในเยอรมัน แนะนำคนไทยที่อยากได้ EU Work Permit

0
3134
นัท Engineer ไทยในเยอรมัน แนะนำคนไทยที่อยากได้ EU Work Permit

Q: ช่วยแนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

สวัสดีครับ พี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกคนที่กําลังอ่านอยู่น่ะครับ ผมชื่อธนภูมิ ตั้งกระจ่าง หรือเรียกว่านัทก็ได้ครับ 🙂 ปัจจุบันอาศัยอยู่ในเมืองฮัมบวก (Hamburg) ทางเหนือของประเทศเยอรมันนี

นัทจบมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติเอกมัย (EIS), ปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ที่สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT, TU) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เเละ ปริญญาโท สาขาวิศวกรรมพลังงาน ที่ RWTH Aachen University ที่ประเทศเยอรมันนีครับ

ปัจจุบันนัททํางานเป็น Project Manager ใน สายงาน Offshore Wind Energy (พลังงานลมบนทะเล) ที่บริษัท EnBW AG (อารมณ์คล้ายๆ กฟผ. ที่ไทยครับ ซึ่งมีหน้าที่ผลิตไฟฟ้าใช้ภายในประเทศเยอรมันนีครับ) ตอนนี้หลักๆนัทดูเเลสองโปรเจคครับ โปรเจคเเรกเป็น offshore wind farm ที่กําลังสร้างอยู่ในประเทศเยอรมันนี เเละโปรเจคที่สองเป็น offshore wind farm ที่บริษัทกําลังวางเเผนที่จะสร้างในประเทศสหรัฐอเมริกาครับ

นอกเหนือจากงานประจำนั้น นัทก็ได้มีโอกาสเป็นประธานของ สมาคมบริจาค เเละได้ทํางานร่วมกับพี่ๆน้องๆนักเรียนไทยเเละคนไทยที่ทํางานในเยอรมันนี ในการจัดงานเเละกิจกกรรมการกุศลต่างๆเพื่อเรี่ยไรเงินเป็นทุนการศึกษาให้น้องๆที่ขาดโอกาสทางการศึกษาในประเทศไทยครับ (ติดตามได้ที่ Facebook เพจ: สมาคมบริจาค BORIJAK VEREIN)

Q: นอกเหนือจากตอนทำงานนัทชอบทำอะไรคะ

ดนตรี,กีฬา เเละ การเดินทาง เป็น hobby หลักๆที่ชอบเลยครับ ช่วงเวลาว่างก็จะมีซ้อมดนตรี ไปเตะบอลหรือไม่ก็ไป hang out กับเพื่อนๆครับ หรือถ้ามีโอกาสนัทก็ชอบเดินทางไปตามที่ต่างๆหรือประเทศใหม่ๆเพื่อเปิด ประสบการณ์ใหม่, รู้จักคนใหม่ๆเเละไปรับ input ใหม่ๆเข้ามาครับครับ

Q: นัทไปอยู่เยอรมันได้ยังไงคะ และทำไมถึงต้องเป็นประเทศนี้

คําถามนี้เป็นคําถามที่นัทโดนถามบ่อยมากเลยครับๆ 555+ จริงๆนัทประทับใจประเทศเยอรมันนีตั้งเเต่มาเเลกเปลี่ยนตอน ม.4 เเล้วครับ เป็นปีที่นัทได้เปิดโลกทัศน์ของตัวเองมากๆเลย

เเต่เหตุผลหลักๆคือ ช่วงตอนที่นัทเรียนอยู่ช่วงปี 3 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ นัทก็เริ่มค้นพบว่าตัวเองชอบเเละสนใจในเรื่องเกี่ยวกับระบบพลังงานต่างๆครับ เเละในปีเดียวกันเอง อุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่ฟูกูชิม่าได้เกิดขึ้น เเละมันทําให้นัทชุกคิดว่า พลังงานทดเเทนน่าจะเป็นคําตอบในอนาคตข้างหน้า บวกกับเยอรมันได้ declare ตัวเองเป็นผู้ริเริ่ม Energy transition (การเปลี่ยนเเปลงระบบพลังงานในประเทศจากเชื้อเพลิงฟอสซิล/นิวเคลียร์ เป็นพลังงานทดเเทน) ซึ่งเลยทําให้นัทตัดสินใจอยากกลับมาประเทศนี้ครับ

Q: เห็นเค้าบอกกันว่า “เรียนเยอรมัน…เรียนฟรี” นัทช่วยอธิบายหน่อยว่ามันคือยังไง เผื่อคนไทยคนอื่นสนใจอยากไปตามรอยนัทบ้าง

ใช่เเล้วครับฟังไม่ผิดเเน่นอน 555+ มหาลัยรัฐในเยอรมันส่วนใหญ่จะไม่เก็บค่าเทอมกับนักศึกษาครับเพราะว่าทางมหาลัยจะได้รับเงินสนับสนุนจากทางรัฐบาลซึ่งก็มาจากภาษีของคนที่ทํางานที่นี้ครับ นักศึกษาอาจจะต้องเเบกรับภาระเเค่ค่าตั๋วรถไฟเท่านั้นครับ

นัทมองว่า concept นี้ดีมากๆเลยครับ เพราะจะเปิดโอกาสให้ทุกๆได้เข้าถึงการศึกษาเเละพอตัวนักศึกษาเองจบไปเเละเริ่มทํางาน เขาก็จ่ายเงินเข้าระบบ support คนรุ่นต่อๆไปครับ

Q4: เทียบกับที่ไทยแล้ว…เยอรมันเรียนยากมั๊ยอ่ะคะ

ต้องยอมรับว่าหืดขึ้นคอเลยล่ะครับตอนมาเรียนป.โท เนื่องจากว่าระบบมหาลัยที่ไทยกับที่เยอรมันต่างกันเเบบสิ้นเชิง บวกกับภาษาที่นัทยังไม่คุ้นชินด้วยเลยทําให้การเรียนตอนนั้นท้าทายมากเลยครับ

มหาวิทยาลัยที่เยอรมันจะเน้นให้เด็ก manage ทุกๆอย่างด้วยตัวเองครับ เพราะเราไม่จําเป็นต้องเข้าเรียน หรือส่งงานก็ได้ ขอเเค่สอบให้ผ่านตอนท้ายเทอมก็พอ (สอบ 100% ไม่มี มิดเทอม/ไฟนอล ให้เเก้ตัว) หรือบางวิชาอาจจะต้องเรียนถึง 2 เทอมเเละสอบทีเดียว (โหดไปอีก 555)

เเต่สิ่งที่นัทประทับในการมาเรียนที่นี้คือเนื้อหาที่เข้มข้นเเละที่สําคัญที่สุดคือเรียนเเล้วเห็นภาพว่าเราจะนําไปใช้ได้อย่างไรในการทํางานในอนาคตเเละอิสรภาพทางความคิด (ในการคิดต่าง) เพื่อผลลัพท์ที่ดีที่สุดครับ

Q5: เห็นหลายๆคนบอกว่าวีซ่าทำงานที่ยุโรปได้ยากมากๆ นัทได้มันมาได้ยังไงคะ

ต้องยอมรับว่านัทโชคดีมากเลยครับที่หลังจากเรียนจบเเล้ว ได้มีโอกาสเข้ามาทํางานในบริษัทรัฐวิสาหกิจในเยอรมันนี เเละทางบริษัทก็คอยช่วย support หลายๆอย่างในการขอวีซ่าตลอดมาครับ

สําหรับ EU Work permit ที่เยอรมันตามประสบการณ์ของนัทน่ะครับ ทาง Immigration office จะพิจราณาหลักๆคือ ประเภทของงานที่ว่าจ้าง, ระยะเวลาที่จ้างงาน เเละฐานเงินเดือนครับ

Q: ขอทิปให้กับคนไทยที่อยากได้ EU Work Permit บ้าง

นัทอยากจะเเนะนําให้น้องๆที่มาเรียนทำสิ่งนี้ เเละการหางานจะเป็นสิ่งที่ไม่อยากอีกต่อไป
ฝึกภาษาให้คล่องๆ
หาประสบการณ์ทํางานงานระหว่างเรียน

Q: การได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตในต่างแดน…มันให้บทเรียน หรือ มันทำให้เราเติบโตขึ้นอย่างไรบ้าง

การที่ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตในต่างเเดนนั้นนั้นทําให้นัทรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นเลยเเละมีความรับผิดชอบมากขึ้นครับ เพราะเราต้องดูเเลเเละจัดการทุกอย่างๆด้วยตัวเองครับ เเละเเก้ปัญหาสารพัดอย่างที่เข้ามาเเบบไม่ทันตั้งตัว ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ เเละรู้จักคนใหม่ๆเพิ่มขึ้นครับ All in all ท้าทายเเละสนุกมากครับ

Q: ช่วยเล่าเรื่องที่พีคที่สุดที่เจอมากับชีวิตที่ยุโรป

อย่างแรกคือ บริษัทส่งไปทํางานที่ Austria เเต่วีซ่าดันไม่ผ่านตอนที่ไปอยู่มาเเล้ว 1 เดือน เลยต้องย้ายกลับมาเยอรมันกระทันหัน (1 วันหลังจากได้จดหมายเเจ้ง)

อย่างต่อมาคือ ไปเที่ยว Amsterdam แล้วโดน ATM Scam ซึ่งก็คือบัตรโดนกดเงินจนหมดบัญชี โดยที่ไม่ได้ทําบัตรหาย หลังจากวันเเรกเงินสําหรับเที่ยวเเละเงินของเดือนต่อไปหายไปในพริบตา

Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตที่เยอรมัน

ชอบ

  • อิสรภาพ
  • ความมีระบบระเบียบ/ความปลอดภัย
  • สาวฝรั่ง 555+

ไม่ชอบ

  • อยู่ไกลครอบครัว
  • ไม่มี 7-11 // ทุกอย่างปิดวันอาทิตย์
  • เเท๊กซี่ราคาสูงมาก

Q: หากนำวัฒนธรรม/ค่านิยมดีๆของที่นั่นกลับมาพัฒนาประเทศไทยหรือสังคมไทยได้หนึ่งอย่าง สิ่งนั้นจะเป็นอะไร

มีหลายๆอย่างเลยครับจริงๆ

อย่างแรกคือ อิสรภาพทางความคิด (ในการคิดต่าง) เเละการรับฟังความคิดเห็นของทุกๆคนที่ไม่ขึ้นกับอายุ/เพศ/อื่นๆ เพื่อผลลัพท์ที่ดีที่สุดครับ

อย่างต่อมาคือจิตสํานึกต่างๆ อาธิ ดื่มเเอลกอฮอล์เเล้วไม่ขับรถ ขาดเข็มขัดทุกครั้งเวลาขึ้นรถ (ถึงเเม่จะนั่งข้างหลังก็ตาม) เเยกขยะ เป็นต้น

Q: ช่วยแชร์หนังสือที่ทุกคนควรอ่าน 1 เล่ม

ส่วนตัวนัทชอบอ่านหนังสือ biography ของคนที่นัทชื่นชอบครับ ขอเเนะนําหนังสือที่เพิ่งอ่านจบไปล่าสุดล่ะกันน่ะครับ Elon Musk: Tesla, SpaceX, and the Quest for a Fantastic Future จะได้เห็นมุมมองต่างๆเเละ passion ของ Elon ที่ทําให้เขามาถึงวันนี้ได้ครับ

Q: มี quote อะไรที่สอนชีวิตได้ดีที่สุด

Never Try Never Know: ต้องลองก่อนถึงจะรู้ได้จริงๆว่า มันดีหรือไม่ดี ชอบหรือไม่ชอบ

Q: ฝากอะไรไว้กับน้องๆคนไทยที่อยากเจริญรอยตามนัท

Never give up you passion and dreams kub

Facebook Comments