4 สิ่งที่ผู้หญิงไทยควรพิจารณาก่อนตามหัวใจ “ไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ” (โดยคุณ Trevor Bide จาก Thai Women Living Abroad)

0
5294
4 สิ่งที่ผู้หญิงไทยควรพิจารณาก่อนตามหัวใจ “ไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ” (โดยคุณ Trevor Bide จาก Thai Women Living Abroad)

Q: ช่วยแนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

ผมชื่อเทรเวอร์ ไบด์ ผมเป็นชาวอังกฤษครับและผมเริ่มทำเพจ Thai Women Living Abroad เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมาครับ ถ้าจะถามว่าผมชอบทำอะไรบ้างก็มีหลายอย่างเลยครับ อาทิเช่น การเดินทาง อ่านหนังสือ เรียนรู้สิ่งต่างๆ ออกกำลังกาย และผมก็เป็นแฟนตัวยงของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยนะครับ ส่วนเรื่องอาชีพการงานของผมผมก็ทำมาหลากหลายครับ เมื่อผมอายุ 22 ปีผมได้บอกตัวเองว่าผมจะไม่ทำงานเป็นลูกจ้างใครอีกแล้วครับ และตั้งแต่นั้นมาผมก็ได้ทำงานของตัวเอง ตอนนี้ที่ทำอยู่ก็มี 2-3 อย่างครับและหนึ่งในนั้นก็คือธุรกิจเกี่ยวกับอาหารไทยครับ

Q: คุณ Trevor มีความผูกพันธ์กับประเทศไทยอย่างไรบ้างคะ และอะไรเป็นสาเหตุให้คุอยากช่วยเหลือผู้หญิงไทยคะ

ความผูกพันของผมกับประเทศไทยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1984 ครับ ปีนั้นเป็นปีที่ผมได้เดินทางไปทำงานรอบโลก ผมไม่ได้หมายความว่าผมเดินทางไปทำงานในทุกๆประเทศในโลกนี้นะครับ ผมหมายถึงผมเดินทางไปทำงานรอบโลกและประเทศไทยเป็นประเทศสุดท้ายที่ผมได้มาในปีนั้น ก่อนหน้านี้ผมเคยทำงานบริษัทในประเทศอังกฤษ ถึงแม้จะมีรายได้ดีแต่ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้เติมเต็มชีวิตผม ผมจึงได้ตัดสินใจเดินทางรอบโลกกับเพื่อนของผม

เมื่อผมคิดถึงช่วงเวลานั้นของชีวิตผมรู้สึกว่าตัวเองนี่ช่างบ้าดีเดือดจริงๆที่กล้าตัดสินใจออกเดินทางรอบโลกทั้งๆที่มีเงินไม่มากและยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปอยู่ที่ไหน ผมกับเพื่อนออกเดินทางโดยมีแค่ลิสต์รายชื่อประเทศที่เราจะไป ประเทศไหนที่เราทำงานได้เราก็จะอยู่นานหน่อย ที่ผมไปมาก็มีแคนาดา อเมริกา ตาฮิติ นิวซีแลนด์ นิวแคลิโดเนีย ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์และประเทศไทย มีอยู่ 2-3 ที่ครับที่ผมกับเพื่อนได้สร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัย

ประเทศต่างๆที่ผมได้ไปผมรู้สึกว่าประเทศไทยคือบ้านของผม ผมรู้สึกผูกพันกับประเทศไทย หลังจากเดินทางรอบโลกแล้วผมก็ได้เดินทางกลับประเทศอังกฤษ ผมไม่ได้รู้สึกว่าผมมีความสุขจริงๆ ผมคิดถึงประเทศไทย และผมรู้สึกว่าประเทศอังกฤษมันน่าเบื่อ ผมชอบแดดของประเทศไทย ผมชอบวัฒนธรรมไทย และผมได้กลับไปประเทศไทยอีกครั้งหลังจากนั้น 6 เดือน ผมรู้สึกว่าประเทศไทยคือบ้านของผมจริงๆ ตั้งแต่นั้นมาผมก็ได้ไปประเทศไทยอยู่เสมอ

เหตุผลที่ผมทำเพจ Thai Women Living Abroad จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ผมทำบล็อกเกี่ยวกับการเดินทางในประเทศไทยและอาหารไทย จนวันหนึ่งผมได้มีโอกาสคุยกับผู้หญิงไทยชาวอุบลราชธานีเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในอุบลราชธานี เธอได้บอกผมว่าเธอได้จากอุบลราชธานีมานานแล้ว แต่เธอสามารถบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอในเวนิส อิตาลีได้ ผมจึงได้เริ่มต้นคิดคำถามที่จะถามเธอ ซึ่งเธอก็ใจดีมากครับเธอตอบทุกคำถามที่ผมถามไป

และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของเพจ Thai Women Living Abroad และคุณปนัดดาคือแขกรับเชิญคนแรกในเพจผมครับ ทีแรกผมตั้งชื่อเพจว่า Thai people living abroad และผมได้พยายามหาแขกรับเชิญทั้งชายและหญิงเพื่อจะสัมภาษณ์ แต่ผมโชคไม่ดีครับไม่มีผู้ชายคนไหนยินดีที่จะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในต่างแดนของเขา ผมจึงได้เปลี่ยนชื่อเพจเป็น Thai Women Living Abroad ทีแรกบทสัมภาษณ์มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษนะครับ แต่มีชาวต่างชาติบางคนเข้ามาคอมเมนท์ไม่สุภาพซึ่งผมไม่ชอบ ผมจึงได้เปลี่ยนมาเป็นบทสัมภาษณ์แบบภาษาไทยทั้งหมด หลังจากทำเพจผมได้รับอีเมล์จากคนไทยบอกว่าเพจผมมีประโยชน์ ซึ่งผมดีใจมากครับ เพจนี้เป็นสังคมของคนไทยที่มาแชร์ประสบการณ์ ความคิดเห็น และแบ่งปันข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศและกำลังคิดจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ จะดีมากครับถ้าจะลืมไปว่าจริงๆแล้วเพจนี้ชาวอังกฤษอย่างผมเป็นคนทำขึ้นมา เพราะจริงๆแล้วแขกรับเชิญทุกคนของผมคือฮีโร่ที่แท้จริงครับ ผมมีความซาบซึ้งใจมากครับที่แขกรับเชิญทุกคนของผมได้ให้โอกาสผมสัมภาษณ์ถึงการใช้ชีวิตในต่างแดน แล้วนำมาแบ่งปันกับคนไทยและเป็นประโยชน์กับคนไทย การย้ายมาอยู่ต่างประเทศเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างสำคัญ ดังนั้นการมีบล็อกหรือเพจที่บอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้จึงมีประโยชน์

Q: ผู้หญิงไทยจะสามารถ benefit จาก platform นี้ยังไงบ้างคะ

เท่าที่สังเกตดูผมว่ามีข้อมูลไม่มากนักเกี่ยวกับการบอกเล่าถึงการใช้ชีวิตของชาวต่างชาติที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในประเทศไทย ผมจึงคิดในทางกลับกันและผมเริ่มทำเพจเพื่อสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศเกี่ยวกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างประเทศ เกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างที่แขกรับเชิญแต่ละคนได้พบในแต่ละประเทศ เมื่อเวลาผ่านไปผมได้นึกถึงคำถามที่ควรจะถามอีกนั่นคือเกี่ยวกับปัญหาที่แขกรับเชิญแต่ละคนได้พบเจอ ซึ่งอาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันตามลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคลหรือแต่ละประเทศที่แขกรับเชิญแต่ละคนอยู่อาศัย ซึ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องของประสบการณ์ ประสบการณ์ที่มีประโยชน์และสามารถแบ่งปันให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศหรือผู้ที่กำลังจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ

ผมพยายามที่จะตั้งคำถามขึ้นมาให้ครอบคลุมถึงการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการอยู่อาศัย วัฒนธรรมที่แตกต่าง การทำงานที่คนไทยสามารถทำได้ในต่างประเทศ แนะนำการเรียนภาษาของประเทศนั้นๆ อาหารประจำถิ่นและรวมถึงแหล่งอาหารไทยและแหล่งวัตถุดิบที่ใช้ในการทำอาหารไทย

คำถามที่ผมชื่นชอบมากที่สุดคือคำถามที่ให้แขกรับเชิญแต่ละคนได้แนะนำและให้ข้อคิดถึงการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ซึ่งแต่ละคนได้ตอบคำถามนี้จากหัวใจ ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนในเพจนี้ จริงอยู่ครับที่ว่าเราทุกคนต่างเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง แต่อย่าลืมนะครับว่าเราสามารถเรียนรู้ได้จากประสบการณ์ของคนอื่นด้วย

Q: มีผู้หญิงไทยหลายๆคนฝันที่อยากจะไปใช้ชีวิตใหม่ที่ต่างประเทศ “เพื่อชีวิตที่ดีกว่าที่ไทย” คุณ Trevor คิดว่ามันจริงเสมอไปมั๊ย?

เริ่มต้นเลยต้องรู้ก่อนว่าคุณให้คำจำกัดความของคำว่าชีวิตที่ดีขึ้นอย่างไร ผมคิดว่าทุกคนต่างค้นหาวิธีที่จะทำให้ชีวิตของตัวเองดีขึ้นด้วยกันทั้งนั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมคิดว่าควรจะเริ่มต้นด้วยการพัฒนาตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ผมอยากจะบอกว่ามันต้องใช้เวลาครับในการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น อาจจะเป็นพัฒนาฝีมือ พัฒนาการเรียนรู้เพื่อที่จะเผชิญกับปัญหา และการตัดสินใจก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยครับ สำหรับการมีชีวิตที่ดีขึ้นนั้นอย่างแรกคุณต้องรู้ก่อนว่าแท้จริงแล้วคุณต้องการอะไร

ความต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้นมันควรจะมาจากความต้องการจริงๆจากใจครับและคุณต้องทุ่มเทกับมัน หลายคนชอบเอาชีวิตของตัวเองไปเปรียบเทียบกับชีวิตของคนอื่น อย่าทำอย่างนั้นเลยครับ อย่าเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับชีวิตคนอื่น ถามใจตัวเองว่าต้องการอะไรที่แท้จริงแล้วทุ่มเทกับมัน โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ใช้ชีวิตแบบที่จะมาคอยถามว่าผมจะมีอะไรได้บ้าง แต่ผมจะใช้ชีวิตแบบที่คอยถามตัวเองว่าผมจะทำอะไรได้อีกบ้าง และนั่นแหละชีวิตจะให้รางวัลแก่ผม ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือควรมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองเป็นอันดับแรกครับ

สำหรับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศ ผมดูจากผู้หญิงไทยที่ผมเคยพบเจอในประเทศอังกฤษและจากผู้หญิงไทยที่ผมได้มีโอกาสได้สัมภาษณ์ ผมต้องบอกเลยว่าดูเหมือนพวกเธอจะปรับตัวได้ดีทีเดียว พวกเธอส่วนมากมีงานทำและมีเครือข่ายสำหรับติดต่อสื่อสารของพวกเธอเอง พวกเธอช่วยเหลือซึ่งกันและกันคอยบอกกล่าวกันว่าสิ่งไหนทำได้สิ่งไหนทำไม่ได้ แน่นอนครับมันไม่แน่นอนเสมอไปหรอกครับที่จะมีชีวิตที่ดีกว่าในต่างแดน คล้ายๆคำเปรียบเปรยที่ว่า “หญ้าทางฝั่งโน้นไม่ได้เขียวไปกว่าหญ้าทางฝั่งนี้” หรือ “ไอ้ที่เห็นระยิบระยับนั่นน่ะมันอาจจะไม่ใช่ทองคำ” ถ้าอยู่ในประเทศไทยคุณได้เปรียบคือคุณรู้ดีเรื่องภาษาและคุณรู้ว่าการดำเนินชีวิตเป็นอย่างไร แต่ถ้าคุณย้ายมาอยู่ต่างประเทศคุณจะต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดซึ่งมันเป็นเรื่องใหญ่

ผมรู้จักผู้หญิงไทยคนหนึ่งเธอย้ายจากกรุงเทพมาอยู่ที่ชนบททางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ ที่ที่เธออยู่อาศัยอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12 กิโลเมตร ที่นั่นห่างไกลจากร้านค้าและเพื่อนบ้าน สามีของเธอทำงานทั้งวันและเธอไม่สามารถขับรถได้ เธอจึงรู้สึกเหงาและคิดถึงบ้านมาก สุดท้ายชีวิตการแต่งงานของเธอต้องสิ้นสุดลง ชีวิตของเธอที่อังกฤษแตกต่างจากชีวิตของเธอที่ประเทศไทย กรุงเทพเป็นอย่างมาก ชีวิตที่กรุงเทพของเธอแค่เปิดประตูออกมาก็เจอร้านอาหารตามข้างถนนแล้ว ขาดเหลืออะไรก็หาได้จาก 7-11 นี่แหละครับบางครั้งความเหงาความโดดเดี่ยวก็เป็นปัญหาได้เหมือนกัน

5) สุดท้ายนี้…มีอะไรอยากบอกกับผู้หญิงไทยหลายๆคนให้พิจารณาบ้างเกี่ยวกับ “การมาใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ”

  1. เรื่องการสื่อสาร การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งเลยครับ ถ้าคุณมาอยู่ต่างประเทศคุณต้องบอกให้คู่ของคุณรู้ว่าอะไรคือปัญหาของคุณหรือคุณมีปัญหาอะไรคุณต้องบอกเขา อย่าเก็บไว้ในใจคนเดียว บอกเขาเพื่อที่จะได้ช่วยกันแก้ปัญหา
  2. ถ้าเป็นไปได้คุณควรหาโอกาสไปเที่ยวประเทศของคู่ของคุณสักครั้งหรือสองครั้งก่อนที่จะย้ายไปอยู่จริงๆเพื่อเรียนรู้และปรับตัว ระยะเวลาช่วงนั้นจะเป็นโอกาสให้คุณได้เรียนรู้ประเทศของเขา เรียนรู้ตัวตนของเขาและครอบครัวของเขา และตัวคุณเองจะได้มีโอกาสปรับตัวด้วยดีกว่าที่จะกระโจนเข้าไปโดยที่ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย
  3. เรื่องการส่งเงินกลับประเทศไทย เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนไทยและเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเดียวกันที่ช็อกคนต่างชาติเป็นอย่างมาก และนั่นอาจเป็นปัญหาใหญ่ในเรื่องของความสัมพันธ์ ถ้าจะให้ผมแนะนำผมอยากจะบอกว่าถ้าคุณจำเป็นต้องทำสิ่งนั้นคุณควรจะบอกเขาตั้งแต่เนิ่นๆและทำความตกลงกันอย่างเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ปัญหานี้มีแค่คุณและคู่ของคุณเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาได้ เมื่อคุณตกลงกันได้และเห็นพ้องต้องกันความสัมพันธ์ก็จะไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่เป็นไปตามนั้นความสัมพันธ์ก็อาจจะต้องจบลง
  4. จะทำอย่างไรดีถ้าทุกสิ่งมันไม่เป็นไปตามที่คุณคิดไว้ ถ้าคุณทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดแล้วแต่ทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามที่คุณหวังไว้ อย่ากลัวที่จะกลับประเทศไทยครับ มันไม่ใช่ความล้มเหลวเลยที่คุณต้องกลับประเทศไทย คุณทำดีที่สุดแล้วและคุณคือผู้มั่งคั่งด้วยประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างแดนโชคดีนะครับ
Facebook Comments