แก้ม อาจารย์มหาวิทยาลัยคนไทยอายุน้อย! ในต่างประเทศ

0
5042
แก้ม อาจารย์มหาวิทยาลัยคนไทยอายุน้อย! ในต่างประเทศ

Q: แนะนำตัวให้รู้จักกันหน่อย

สวัสดีค่ะ ชื่อ แก้ม ปาจรีย์ อัครเดชเรืองศรี ขณะนี้เป็นอาจารย์สอนภาควิชาบริหารและการจัดการธุรกิจและการตลาด ที่มหาวิทยาลัย Ritsumeikan Asia Pacific ณ ประเทศญี่ปุ่น มาสอนที่นี่เป็นปีที่ 3 แล้วค่ะ

Q: การที่คนไทยจะมาเป็น Professor ในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นได้เนี่ย มันต้องผ่านอะไรมาบ้างคะ

ต้องขอเท้าความก่อนว่าก่อนหน้านี้ แก้มได้รับโอกาสที่ดี ได้รับทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี โท และเอก มาเรียนที่มหาลัยแห่งนี้ กว่าจะได้แต่ละทุนการศึกษามาก็ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก เพราะการแข่งขันค่อนข้างสูง และทุนสนับสนุนการศึกษามีจำนวนจำกัด แต่แก้มเชื่อมั่นว่าถ้าเราพยายามและชอบในสิ่งนั้นแล้ว ผลลัพธ์มักจะออกมาดีเสมอ (good vibes good life)

พอหลังจากเรียนจบ ช่วงนั้นกำลังมีไฟและ passion ว่าอยากจะออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ และแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ให้กับน้องๆในรั้วมหาวิทยาลัยหรือนำความถนัดของเราไปใช้กับบริษัทเอกชน แก้มลองสมัครงานไปหลายที่ ทั้งสายงานวิชาการและสายธุรกิจ แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะทำงานใกล้บ้าน (Burapha University International College) เพราะคิดว่าอยากใช้เวลา 9 ปีที่หายไปกับครอบครัวที่บ้านเกิดในเมืองไทย แต่สอนไปได้แค่ครึ่งปีการศึกษา ก็ได้รับโอกาสที่ดี จาก Asian Institute of Management (AIM) สถาบันอุดมศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชีย ให้ไปเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่นั่น

ตอนที่แก้มบอกครอบครัวว่าจะไปสอนที่ AIM ที่ประเทศฟิลิปปินส์นั้น ทุกคนก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ว่าเราจะไหวไหม อยู่ที่โน่นคนเดียว แต่แก้มกลับมองต่างว่า where there are risks, there will always be the opportunities และ great opportunities do not come everyday! เราต้องรู้ว่าที่ไหนไปได้หรือไม่ได้ และเรามาที่นี่เพื่ออะไร

หลังจากตัดสินใจได้แล้วก็บินไปทำงานที่ฟิลิปปินส์เป็นเวลา 2 ปี ตลอดเวลาที่ทำงานที่นั้นได้เรียนรู้อะไรมากมาย ได้รับโอกาสที่ดี ได้เป็นทั้ง department head, program director และสอน executive program ทั้งในประเทศฟิลิปปินส์และต่างประเทศ การเรียนรู้แบบก้าวกระโดด ได้ไปเทรน case teaching method ระยะสั้นที่จัดโดย Harvard Business School ตีพิม์บทความร่วมกับอาจารย์จากมหาลัยต่างประเทศ ทุกวันคือ (good) challenge วันนี้นักศึกษาจะถามอะไร จะ discuss case study ไปในทิศทางไหน ต้องบอกก่อนว่า ณ ตอนนั้น อายุนักศึกษาส่วนใหญ่มากกว่าแก้มหลายปีทีเดียว (ที่ AIM เปิดสอนแค่ในระดับปริญญาโท และ executive education) เพราะฉะนั้นไม่แปลกเลยที่เค้าจะ challenge เรา

ทุกอย่างเหมือนกำลังจะไปได้ดี แต่ติดที่ปัญหาสุขภาพ จนทำให้ตัดสินใจยกเลิกการต่อสัญญาที่ทางมหาลัยยื่นข้อเสนอให้อีก 5 ปีแล้วกลับมาพักรักษาตัวที่เมืองไทย ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยหยุดนิ่ง พอกลับมาได้ไม่เท่าไหร่ก็เลยลองเข้าไปสอนเป็นอาจารย์ part-time ที่ Mahidol International College ตอนนั้นสนุกกับการสอนน้องๆนักศึกษามาก แต่ life is always full of unexpectedness สอนไปได้แค่คอร์สเดียว ทางมหาลัยที่ญี่ปุ่นก็ติดต่อมาว่ามีตำแหน่งเปิด สนใจกลับไปสอนไหม ตอนนั้นก็คิดอยู่นานประกอบกับปัญหาสุขภาพที่ยังไม่ค่อยดีขึ้น เลยตัดสินใจกลับมาสอนที่มหาลัยที่ญี่ปุ่นแห่งนี้

Q: การเป็น Professor คนไทยในต่างแดนเนี่ย มันมีอุปสรรคอะไรบ้างคะ

การเป็นอาจารย์ไม่ว่าจะเชื้อชาติไหนต่างมีความยากและท้าทายทั้งสิ้น เช่น การที่เราเป็นคนไทยแต่ต้องสอนเป็นภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาที่มาจากหลากหลายชาติและภาษา เราต้องเตรียมตัวมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะสอนอย่างไรให้นักศึกษาเข้าใจตรงกันใน global theories/concepts แต่สามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ใน local context

แต่ความท้าทายมากที่สุดสำหรับแก้มกลับคิดว่าเป็นในเรื่องของอายุมากกว่า ที่เราอายุค่อนข้างน้อย ภาพรวมยังดูเด็ก เราจะทำอย่างไรให้มีความน่าเชื่อถือ และเข้าถึงนักศึกษาได้ ในขณะเดียวกันก็พยายาม look, act และ think professional เราต้องเตรียมตัวค่อนข้างมาก ทำการบ้านเยอะ be open minded พร้อมที่จะเรียนรู้ ปรับปรุง แก้ไขในสิ่งที่ได้รับ feedback กลับมา

แก้มคิดว่า ถ้าเราเปิดใจ รับฟัง และพร้อมที่จะเรียนรู้ การพัฒนาตนเองไม่ว่าจะในสายอาชีพไหนและในประเทศไหนก็ตาม การก้าวไปข้างหน้าไม่ใช่เรื่องยาก ความท้าทายอีกอย่างสำหรับอาชีพอาจารย์คือเราต้องพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา เพราะนักศึกษามีความคาดหวังว่าอาจารย์ (น่าจะ) รู้ทุกอย่าง ซึ่งความเป็นจริงแล้วอาจารย์ก็เรียนรู้ไปพร้อมๆกับนักศึกษา เราไม่ได้รู้ทุกอย่างแต่เราพร้อมที่จะ learn unlearn and relearn ไปพร้อมๆกัน

Q: นักเรียนไทยต่างจากนักเรียนญี่ปุ่นอย่างไรบ้างคะ

นักศึกษาญี่ปุ่นจะค่อนข้างเงียบ แต่เวลาสนใจสิ่งไหนจะทำจริงจัง ลงรายละเอียด ตัวอย่างเช่น นักศึกษาญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับกิจกรรมชมรมมาก ทำจริงจังทุ่มเท ทั้งเวลา กำลังและความคิด ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ชีวิตมากกว่าผลการเรียน (GPA)

ส่วนนักศึกษาไทยในปัจจุบันจะมีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น กล้าถาม และค่อนข้าง talkative โดยเฉพาะในห้องเรียน และยังคงให้ความสำคัญกับผลการเรียน (GPA) เป็นส่วนมาก

ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาไทย ญี่ปุ่น หรือต่างชาติ สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือค่อนข้างมีความเป็นตัวเองสูง กล้าลอง และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

Q: การได้มาใช้ชีวิตห่างบ้านในต่างแดน มันให้บทเรียนอะไรกับชีวิตเราบ้าง

ระยะทางทำให้แก้มให้ความสำคัญกับครอบครัวมากขึ้น มีบ้างที่เวลา FaceTime แล้วมีโมเมนต์ที่ว่าเอ๊ะ! เรามาทำอะไรที่นี่ โดยเฉพาะเทศกาลสำคัญๆ แต่พอเวลาผ่านไป ได้เจอและเรียนรู้จากผู้คนมากมาย ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นทั้งด้านความคิด มุมมองชีวิตและการกระทำ มีล้มลุกคลุกคลานบ้างตามประสาคนธรรมดา แต่ก็ไม่เคยท้อนาน

ถ้ารู้สึกเหนื่อยก็แค่พัก แล้วค่อยไปต่อ พยายามทำความเข้าใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น กำลังใจและแรงสนับสนุนจากครอบครัวและคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญ (เรื่องบางเรื่องก็ไม่ต้องการความเข้าใจ ถ้ามันเหนือการควบคุมของเรา ก็แค่มองข้าม) ใช่ มันไม่ง่ายที่จะใช้ชีวิตในต่างแดน แต่มันก็ไม่ยากเกินความสามารถของเราเช่นกัน

ทุกวันนี้ในห้องทำงานของแก้มเขียน quote มากมายเอาไว้เตือนใจและให้กำลังใจตัวเองโดยเฉพาะเวลานักศึกษามีปัญหาแล้วเข้ามาขอคำปรึกษา “having bad days, read on…” มันช่วยได้มาก

Q: ชอบและไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตที่ญี่ปุ่นบ้าง

1. ชอบความเป็นระบบ ระเบียบ คนส่วนใหญ่เคารพกฎและให้ความเคารพซึ่งกันและกัน เลยทำให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง
2. ชอบเอกลักษณ์วัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยเฉพาะวัฒนธรรมอาหาร ที่สดสะอาด ราคาจับต้องได้
3. สภาพแวดล้อม อากาศดี ทิวทัศน์สวยงามเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ระบบขนส่งที่สะดวกสบายเข้าถึงง่าย

ส่วนสิ่งที่ไม่ชอบ
1. ภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่ประเทศนี้กี่ปีก็ยังกังวลและกลัวทุกครั้งที่สัญญานเตือนภัยพิบัติดังขึ้น
2. การเข้าถึงยาก โดยเฉพาะเรื่องปากไม่ตรงกับใจของคนญี่ปุ่น บางครั้งเราต้องทำความเข้าใจคู่สนทนาโดยพยายามอ่านจาก non-verbal communication ซึ่งค่อนข้างสับซ้อน
3.เนื่องจากคนญี่ปุ่นมักจะทำตามกฎ ระเบียบอย่างเคร่งครัด บางครั้งทำให้เค้าไม่กล้าที่จะคิดหรือทำนอกกรอบ

Q: มีหนังสือเล่มไหนที่อยากแนะนำให้คนอื่นต้องอ่านให้ได้

“The Power of Now” by Eckhart Tolle คือหนังสือเล่มล่าสุดที่กำลังอ่านตอนนี้ ถึงแม้ว่ายังอ่านไม่จบ แต่เนื้อหาของหนังสือดีมาก อยากให้ทุกคนลองอ่านดู เผื่อการเปลี่ยน mindset และ perception in life จะทำให้เรารู้สึกดีและมีพลังบวกกับสิ่งที่เรามีอยู่ เป็นอยู่ หรืออยากที่จะเป็น อยากจะทำ

Q: มีหนังสือเล่มไหนที่อยากแนะนำให้คนอื่นต้องอ่านให้ได้

“The Power of Now” by Eckhart Tolle คือหนังสือเล่มล่าสุดที่กำลังอ่านตอนนี้ ถึงแม้ว่ายังอ่านไม่จบ แต่เนื้อหาของหนังสือดีมาก อยากให้ทุกคนลองอ่านดู เผื่อการเปลี่ยน mindset และ perception in life จะทำให้เรารู้สึกดีและมีพลังบวกกับสิ่งที่เรามีอยู่ เป็นอยู่ หรืออยากที่จะเป็น อยากจะทำ

Q: มี Quote ไหนที่ชอบเป็นพิเศษ

จำไม่ได้ว่า quote เป็นของใคร แต่แก้มเอามาดัดแปลงนิดหน่อยจากประสบการณ์ที่เคยเจอมา “Success is not final, failure is not the end. It is the courage to continue for a betterment that always counts. So live a life with full of excitement!” นึกถึงเพลงวง Body Slam ขี้นมาเลย 😀

Q: ฝากอะไรคนไทยด้วยกันที่อยากเจริญรอยตามพี่แก้ม

จริงๆแล้วแก้มก็ไม่ได้แพลนว่าจะมาเป็นอาจารย์ แต่ด้วยจังหวะ เวลา และโอกาสชีวิตที่เข้ามา ทำให้เราค้นพบตัวเองในอีกสายงานหนึ่งที่เราไม่เคยคิดฝันมาก่อน อยากให้ทุกคนลองก้าวออกมาจาก comfort zone ท้าทายตัวเองกับประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ แล้วเราอาจจะเจอกับสายอาชีพหรือกิจกรรมที่เราสนุกกับมัน สู้ๆนะคะ if I can do it, you also can do it!

Q: มี Quote ไหนที่ชอบเป็นพิเศษ

จำไม่ได้ว่า quote เป็นของใคร แต่แก้มเอามาดัดแปลงนิดหน่อยจากประสบการณ์ที่เคยเจอมา “Success is not final, failure is not the end. It is the courage to continue for a betterment that always counts. So live a life with full of excitement!” นึกถึงเพลงวง Body Slam ขี้นมาเลย 😀

Q: ฝากอะไรคนไทยด้วยกันที่อยากเจริญรอยตามพี่แก้ม

จริงๆแล้วแก้มก็ไม่ได้แพลนว่าจะมาเป็นอาจารย์ แต่ด้วยจังหวะ เวลา และโอกาสชีวิตที่เข้ามา ทำให้เราค้นพบตัวเองในอีกสายงานหนึ่งที่เราไม่เคยคิดฝันมาก่อน อยากให้ทุกคนลองก้าวออกมาจาก comfort zone ท้าทายตัวเองกับประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ แล้วเราอาจจะเจอกับสายอาชีพหรือกิจกรรมที่เราสนุกกับมัน สู้ๆนะคะ if I can do it, you also can do it!

Facebook Comments