Petch แบ็คแพ็คเกอร์ฉายเดี่ยว! “เดินทางจากไทย ไป ทวีปแอฟริกา” โดยไม่นั่งเครื่องบิน!

0
922
Petch แบ็คแพ็คเกอร์ฉายเดี่ยว! “เดินทางจากไทย ไป ทวีปแอฟริกา” โดยไม่นั่งเครื่องบิน!

Q: แนะนำตัวให้รู้จักกันหน่อย

สวัสดีครับ ชื่อ เพชร รุ่งพัชร เนตรนภัส อายุ 23 ปี เติบโตและเรียนที่ประเทศไทยจนถึงอายุ 16 หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกาและเรียนต่อยาวจนจบมหาวิทยาลัยที่ University of Washington, Seattle สาขา Industrial and Systems Engineering เมื่อเดือนมิถุนายน 2018 ที่ผ่านมา รวมๆแล้วก็อยู่อเมริกาทั้งหมด 7 ปี

หลังจากที่เรียนจบก็ตัดสินใจออกเดินทางจากประเทศไทยไปทวีปแอฟริกา เป็นเวลา 115 วันโดยไม่นั่งเครื่องบิน! เพิ่งเดินทางสำเร็จตามเป้าหมายและย้ายกลับมาที่ไทยอย่างถาวรไม่นานมานี้ ตอนนี้ก็กำลังหางานทำในไทย รวมถึงถือโอกาสได้พักร่างกายและปรับสมดุลชีวิตไปด้วย เพื่อลดอาการ culture shock เตรียมก้าวเข้าสู่ชีวิตคนกรุงเทพ

สำหรับผลงานด้านการเดินทางก็จะมีโพสอยู่เรื่อยๆบน Facebook page “SidepackStory: เรื่องมันมีอยู่ว่า” ซึ่งเป็นเพจที่ “สะท้อน” เรื่องราวการเดินทางผ่านสายตาของ backpacker ที่มีทั้ง มุมมอง เรื่องเล่า รูปภาพ และแง่คิดต่างๆ ที่ผมอยากแชร์ให้คนไทยได้เห็นว่าการเดินทางมันให้อะไรมากกว่าที่เราคิดจริงๆ นอกจากนี้ก็ยังมี Instagram @sidepackstory และสารคดีสั้นๆที่ทำร่วมกับนักศึกษานิเทศน์จุฬาฯ น่าจะทำออกมาให้ดูกันในช่วงปี 2019 นี้ครับ

Q: คนส่วนใหญ่เรียนจบแล้วหางานทำ…แต่ทำเพชรถึงตัดสินใจเดินทางจากไทยไปทวีปแอฟริกาอ่ะคะ?

ไอเดียการเดินทางไปทวีปแอฟริกาเกิดขึ้นจากการที่ผมอยากจะไปทำงานอาสาซักที่หลังจากเรียนจบ เลยวางแผนจะไปอยู่ที่หมู่บ้านชาว Berber (ชนพื้นเมืองแถบแอฟริกาเหนือ) บนเทือกเขาในประเทศโมร็อกโกเป็นเวลา 2 อาทิตย์

แต่แล้ววันนึงก็นึกสนุก ใช้เว็บ Rome2rio ลากแผนที่ไปมา อยากรู้ว่ามันจะมีวิธีไหนบ้างที่จะสามารถเดินทางไปโมร็อกโกโดยที่ไม่นั่งเครื่องบินได้ ลากไปลากมาก็ดันเจอเส้นทางที่สามารถไปโมร็อกโกได้โดยที่ไม่ต้องบินจริงๆ การเห็นความเป็นไปได้เลยจุดประกายให้อยากท้าทายตัวเองและใช้จังหวะชีวิตตรงนี้บวกกับประสบการณ์การเดินทางที่มีทั้งหมดในการทำ mission นี้ให้สำเร็จ

Q: เดินทางจากไทย ไป ทวีปแอฟริกา โดยไม่นั่งเครื่องบิน…มันทำได้ยังไงอ่ะ

รถไฟ รถบัส รถเมล์ เรือ รถตู้ เดิน โบกรถ 555555 ส่วนใหญ่จะรถไฟ ถ้าไม่มีรถไฟไปต่อก้เอาทุกวิถีทางอื่นๆที่ไปได้

Q: ทริปไม่ใช้เครื่องบินครั้งนี้…เพชรมีโอกาสผ่านเข้าประเทศไหนบ้างอ่ะคะ

อันนี้เป็นประเทศที่ไปในทริปนี้ครับ
1. Laos
2. Vietnam
3. China
4. Mongolia
5. Russia
6. Estonia
7. Latvia
8. Lithuania
9. Poland
10. Slovakia
11. Hungary
12. Czechia
13. Germany
14. Liechtenstein
15. Austria
16. Slovenia
17. Croatia
18. Bosnia and Herzegovina
19. Montenegro
20. Albania
21. Greece
22. Italy
23. San Marino
24. Monaco
25. France
26. Andorra
27. Spain
28. Morocco
29. Denmark

Q: การเดินทางลุยๆแบบ Backpacker มันมีดียังไงคะเพชร

ผมเชื่อมาตลอดว่า ‘โลกไม่ได้มีเดินตาม แต่มีไว้ค้นหา’ ทุกคนต่างมีสไตล์การเดินทางเป็นของตัวเองอยู่แล้ว บางคนเดินทางเพื่อพักผ่อน บางคนเดินทางเพื่อการสำรวจ บางคนเดินทางเพื่อหาตัวตน สำหรับผมในวัย 23 ปี ผมมักออกเดินทางเพื่อหาประสบการณ์ และมองเห็นว่าการ backpack มันตอบโจทย์ทั้งเป้าหมายและตัวตนของเรามากที่สุด การเดินทางสไตล์ backpacker เอื้อให้เราสลัดความเคยชิน ค่านิยม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่เกินความจำเป็นออกไปได้ ทำให้เราสามารถเข้าถึงผู้คนและสถานที่ๆเราเป็นเยือนได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น

Q: การออกไปเดินทางคนเดียวแบบนี้ เพชรได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับชีวิตมาบ้าง

ชีวิตมนุษย์เราถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลัก 3 อย่าง นั่นคือ ร่างกาย (body) ความคิด (mind) และจิตวิญญาณ (spirit) คนเราปกติอาจจะมุ่งเน้นไปที่การออกกำลังร่างกายด้วยการเข้าฟิตเนส แต่ความจริงแล้วการบริหารความคิดและจิตวิญญาณเราก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันเลย

สำหรับการออกไปเดินทางคนเดียวของผม นอกจากจะได้รู้จักศักยภาพและพัฒนาขีดจำกัดของร่างกายตัวเองแล้ว ก็ยังได้เปิดความคิด เรียนรู้ชีวิตจากคนทุกมุมโลก เรียนรู้ที่จะเข้าใจ ยอมรับ และเชื่อใจเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ ลดอคติและมองคนให้เป็นคนมากขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาจิตใจ เดินทางอย่างมีเป้าหมาย สร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง ใช้มันเป็นพลังในการผลักดันตัวเองเวลาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ผมเชื่อว่าความสมดุลของ 3 สิ่งนี้จะสามารถเติมเต็มความเป็นมนุษย์ในแบบของเราได้ดีที่สุด

Q: ประเทศที่เพชรประทับใจมากที่สุด คือประเทศอะไร และทำไมถึงเป็นประเทศนี้

“ป่าแอมะซอน ประเทศเปรู”

หลายๆคนอาจจะคิดว่าแอมะซอนเป็นที่ที่อันตรายและน่ากลัว แต่ความจริงแล้วนี่เป็นสถานที่ที่ผมสัมผัสได้ถึงสมดุลของสิ่งมีชีวิตมากที่สุด มนุษย์ สัตว์ และธรรมชาติเชือมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว ชีวิตในลุ่มน้ำแอมะซอนทั้งสวยงามและสุขสงบ เป็นจุดที่ตัวเองได้ลบล้างอคติของภาพป่าแอมะซอนที่มีอยู่ในหัวมาทั้งชีวิตเลย แถมผู้คนในป่าก็ทั้งมีน้ำใจและมีความสุขแบบที่คนเมืองอย่างเราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน มันดูเป็นความสุขที่เกิดจากการดำรงชีวิตอยู่จริงๆ

นอกจากนี้ก็ยังได้ข้ามขีดจำกัดหลายๆอย่างในตัวเอง เช่น การกระโดดลงแม่น้ำแอมะซอน เข้าไปเดินป่าและหาปลาตอนกลางคืน ตกและกินปลาปิรันย่า กินของป่าทั้งหนอนและผลไม้แปลกๆที่ดูไม่น่าจะกินได้

Q: ช่วยเล่าประสบการณ์ที่พีคที่สุดที่เคยเจอในการออกไป explore the world

หลงทางคนเดียวกลางทะเลทรายซาฮาร่า!

ระหว่างที่ไปเดิน trekking กลางซาฮาร่า 6 วัน ปกติทุกๆวันจะต้องเดินจูงอูฐข้ามทะเลทรายเป็นระยะทาง 20กม. แต่มีอยู่วันนึงที่เดินจะหน้ามืด ตาลอย อ่อนล้ามากๆ จนไกด์อาสาจูงอูฐให้ ข้าวของที่มีอยู่ก็อยู่บนหลังอูฐหมด ด้วยความที่เดินช้ามากจนตามไกด์ไม่ทัน ก็พลัดหลังกับไกด์ แถมไม่มีน้ำเหลืออยู่ซักหยด ในใจนี่คิดว่าถ้าหาไกด์ไม่เจอคงต้องนอนตายกลางทะเลทรายแน่ๆ

ตอนนั้นประมาณ 4-5 โมงเย็นแล้ว ก็รีบเดินมุ่งไปทางเดินทรายใหญ่ หวังว่าจะเจอนักท่องเที่ยวให้ช่วยติดต่อไกด์ แต่ไปพบกับคนเร่ร่อนที่อาศัยอยู่กลางทะเลทราย สภาพเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาหลายสิบปี เค้าพยายามคุยกับเรา เหมือนจะชวนเข้าบ้านไปกินอะไรซักอย่าง แต่ตอนนั้นรีบก็เลยพยายามเดินหนี ไม่สนใจ เดินต่อไปอีกเกือบชั่วโมง สุดท้ายก็โชคดีเจอกลุ่มนักท่องเที่ยว เค้าก็ช่วยโทรตามไกด์เราให้

พอหลังพระอาทิตย์ตก เรากับไกด์ก็ไปหาต้นไม้กางเตนท์เหมือนทุกๆวัน ไกด์เดินออกไปให้อาหารอูฐกับไฟฉายเล็กๆ 1 อัน เราก็นอนเล่นพักผ่อนอยู่ในเตนท์ ซักพักก็เห็นไฟฉายดวงบะเริ่ม! เคลื่อนเข้ามาทางหน้าเตนท์ ก็เริ่มเอะใจว่าเป็นใคร ซักพักก็มีคนแปลกหน้าโผล่เข้ามาในเตนท์ เป็นคนเร่ร่อนที่เจอกลางทะเลทรายเมื่อตอนกลางวัน ตอนนั้นคือตกใจมาก สมองเริ่มลั่น คิดนู่นนี่ไปต่างๆนานา นึกว่าเค้าฆ่าไกด์เราแล้วจะมาฆ่าเราต่อ 55555
ตอนนั้นนอนจับมีดแน่นมาก นึกอยู่ในหัวว่าต้องหนีหรือจะทำยังไงดี สุดท้ายไกด์ก็เดินเข้ามา บอกว่านี่เป็นเพื่อนเค้าเอง เพื่อนเค้าทำแกะหาย เลยจะขอมากินข้าวเย็นด้วย ไอเราก็ทั้งโล่งใจ แถมแอบโกรธไกด์ไปนิดนึงว่าทำไมไม่บอกกันก่อน สรุปคืนนั้นก็ได้ดินเนอร์ใต้แสงไฟกับ desert nomad ทั้งสอง นั่งฟังเค้าคุยภาษาอาหรับกันแบบงงๆ เป็นวันที่พีคและกระชากอารมณ์ที่สุดวันนึง

Q: มีทิปอะไรอยากบอกพี่ๆน้องๆคนไทยที่อยากเจริญรอยตามเพชรบ้าง

การเดินทางคือการออกสัมผัสโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่ได้มาจากลายมือของคนอื่น ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นและสร้างการเดินทางในแบบของตัวเองครับ ทริปที่ดีที่สุดมักจะเป็นทริปที่ตอบโจทย์ของคำถามในใจเสมอ คอยพูดคุยและทำความรู้จักตัวเองให้มากๆ เปิดใจฟังตัวเอง ฟังคนรอบข้าง ฟังเสียงสัญชาติญาณที่อยู่ข้างใน แล้วเราจะรู้ว่าทุกขั้นของการเดินทางนั้นเราควรก้าวต่อไปยังไง

Q: หากเรานำวัฒนธรรม/ค่านิยมของต่างประเทศมาพัฒนาประเทศไทยได้ 1 อย่าง สิ่งนั้นจะ

คงเป็นเรื่องการเสพสื่อและแสดงความคิดเห็นอย่างมีสติครับ ในยุค 2019 นี่เราคงจะปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าสื่อก็คือธุรกิจแขนงหนึ่ง ที่สร้างได้ทั้ง inspiration และ illusion จึงอยากให้วัฒนธรรมการเสพสื่อของบ้านเรามีวิจารณญาณและกลั่นกรองให้มากขึ้น แสดงความคิดเห็นที่ให้พลังบวกต่อสังคม และรวมถึงช่วยกันลงมือทำ สร้างประตูที่ให้ทางออกกับปัญหามากกว่าหน้าต่างที่แค่เพียงสะท้อนให้เห็นภาพ เชื่อเลยว่าคนไทยเราจะมีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแน่นอน

Q: Quote อะไรสอนชีวิตได้ดีที่สุด

“เราไม่สามารถเป็นได้มากกว่าสิ่งที่ฝัน และไม่สามารถฝันได้มากกว่าสิ่งที่เห็น”

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน หรือการเดินทาง

จงให้โอกาสตัวเองได้ออกไปเห็นให้มากขึ้น ฝันให้มากขึ้น และเป็นให้มากขึ้น! อย่าเลี่ยงความกลัวที่อยู่ตรงหน้า แต่เรียนรู้ที่จะจัดการกับมัน เพื่อให้ฝันได้ไปต่อ สนุกกับการใช้ชีวิต ฉีกทุกกรอบของ comfort zone เติมเต็มก้าวแรกของทุกการผจญภัยด้วย ‘ความเชื่อ’ เสมอ

Facebook Comments