ปาย “อ่อนภาษาอังกฤษ…” ก็ไปอยู่ต่างประเทศได้! อยู่ที่การปรับตัวของเรา!

0
1770
ปาย “อ่อนภาษาอังกฤษ…” ก็ไปอยู่ต่างประเทศได้! อยู่ที่การปรับตัวของเรา!

Q: ช่วยแนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ ชื่อ ปาย ปิยรัชต์ เหมะธุลิน อายุ 27 ปี ตอนนี้เป็นออแพร์อยู่รัฐวอชิงตัน อเมริกาค่ะ

ปายมีช่องยูทูปชื่อ Thefoo และเป็นเจ้าของแฟนเพจเฟสบุค ออแพร์ไดอารี่ค่ะ ก่อนหน้าที่จะร่วมโครงการออแพร์ก็ทำยูทูปช่อง พี่หนูปาย เป็นงานอดิเรก ช่องนี้ปายเล่านิทานสำหรับเด็กค่ะ

Q: อยู่ไทยดีๆ…ทำไมถึงเกิดตัดสินใจไปเลี้ยงเด็กที่อเมริกาคะ

เริ่มจากสนใจในภาษาอังกฤษค่ะแต่ปายทั้งเรียนและพยายามมาทั้งชีวิตแล้วก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจเลยคิดว่าอยากจะพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่มีแต่คนพูดภาษาอังกฤษเพราะถ้าไปแล้วไม่พูด ไม่เรียนรู้ ไม่พยายามฝึกก็คุยกับใครไม่รู้เรื่อง ถ้าไปอยู่ต่างประเทศเป็นปีๆแล้วภาษาอังกฤษไม่พัฒนาก็ให้มันรู้ไป!

ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยได้หาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการต่างๆที่เราสามารถไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศเป็นเวลานานๆ ก็ไปเจอโครงการออแพร์ที่ดูแล้วคิดว่าเหมาะกับตัวเอง แต่เมื่อเกือบสิบปีที่ผ่านมายังไม่มีใครที่มาแชร์ประสบการณ์หรือข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้มากนัก จะมีก็ที่มาจากการโฆษณาของเอเจนซี่ที่เราคิดว่ามันยังไม่น่าเชื่อถือพอ ก็เลยล้มเลิกโปรเจ็คนี้ไป

จนเมื่อปลายปี 2016 ตอนนั้นปายทำงานบริษัทค่ะ ตำแหน่งเกี่ยวกับการเขียนคอนเทนต์และดูแลโซเชียลมีเดียของบริษัท เรารู้สึกว่าชีวิตมันยังมีอะไรให้ทำ มีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ ไหนจะภาษาอังกฤษที่เราอยากจะเอาชนะมันจนคิดว่าถ้าเราตัดสินใจช้ากว่านี้จะต้องโกรธตัวเองไปตลอดชีวิตแน่นอน ปายเลยตัดสินใจลาออกจากงานแล้วเข้าร่วมโครงการออแพร์ต้นปี 2017 และบินเข้าอเมริกาในวันที่ 19 มิถุนายน 2017 ค่ะ ตอนนี้เป็นออแพร์ปีที่ 2 ต่อบ้านเดิม เลี้ยงน้องแฝดชาย สามารถชมคลิปน้องๆได้ที่ยูทูป Thefoo ค่ะ

Q: ไปทำงาน Au Pair ที่ต่างประเทศมันยากมั๊ยคะ มันต้องใช้อะไรบ้าง

ออแพร์ อเมริกา เป็นโครงการที่ดีมากค่ะ เข้าร่วมไม่ยาก…ทำโปรไฟล์ให้น่าสนใจยากกว่า แต่ใครๆก็ทำได้นะ เราสามารถเลือกสมัครกับเอเจนซี่ที่เราสนใจ แล้วทางเอเจนซี่(ที่ดี)จะบอกเราทุกอย่างค่ะว่าขั้นตอนต่อๆไปต้องทำอะไรบ้าง เก็บชั่วโมง วัดระดับภาษา ถ้าอ่อนไปเค้าก็ช่วยติว การเตรียมเอกสาร ช่วยเตรียมตัวในขั้นตอนสัมภาษณ์วีซ่า คือทางเอเจนซี่จะไกด์ให้ทุกอย่างพร้อมทั้งช่วยเหลือว่าที่ออแพร์ด้วยค่ะ

ใครๆก็เป็นออแพร์ได้ ถ้ามีอายุไม่เกิน 26 ปี, สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้, หญิงก็ได้ ชายก็ดี วุฒิ ม.ปลาย หรือ ป.ตรี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเอเจนซี่ที่สมัครค่ะ ค่าโครงการไม่ถึงแสน มีชั่วโมงเลี้ยงเด็ก 200-300 ชั่วโมงขึ้นไป ยิ่งเยอะยิ่งดี ทารก เด็กเล็ก เด็กโต เลี้ยงเด็กต่างวัยยิ่งทำให้โปรไฟล์น่าสนใจ ขับรถได้ ว่ายน้ำเป็น ยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสที่จะมีโฮสมาดูโปรไฟล์เรามากขึ้นค่ะ

Q: ไปแรกๆเจออุปสรรคบ้างมั๊ย แล้วเราข้ามอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ยังไง

แรกๆก็มีบ้างค่ะตอนที่ภาษายังอ่อน คุยกับเพื่อน คุยกับโฮสไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ออก หรือบางทีฟังออกแต่แปลไม่ได้ ปายอาศัย translate จากมือถือ ขอให้โฮสพูดช้าลง ช่วยสะกดคำให้หน่อย และปายโชคดีมากค่ะที่ได้โฮสที่ใจเย็นและให้โอกาส เค้าจะสอนตลอดว่าประโยคที่ถูกต้องพูดยังไง คำนี้ออกเสียงยังไง

ส่วนเรื่องอื่นๆ คือปายเป็นคนที่ปรับตัวอยู่ตลอดเวลาค่ะ เป็นคนชอบวางแผน แต่ละกิจกรรมหรือเวลาเราแพลนอะไรจะมีแผน A B C ตลอด เลยทำให้เราไม่มีปัญหาตรงนี้ แต่อะไรที่เราควบคุมไม่ได้อย่างสภาพอากาศก็เป็นปัญหาเล็กๆเหมือนกันค่ะ

เรื่อง homesick ไม่เคยมีเลย! อยู่อเมริกามา 15 เดือน ปาย enjoy กับทุกๆวันที่เราใช้ชีวิตในอเมริกา มีความสุขมากค่ะ

Q: ปายคิดว่าการมาเลี้ยงเด็กที่ต่างประเทศครั้งนี้ มันให้อะไรกับชีวิตเราบ้าง

ให้ทุกอย่างๆเลยค่ะ ได้รับประสบการณ์ที่มีค่ามากซึ่งถ้าได้ฟังจากใครก็คงไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่ามาสัมผัสด้วยตัวเอง ได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอเมริกัน สัมผัสการใช้ชีวิต การคมนาคม ด้านเทคโนโลยี ได้พบเจอเพื่อนออแพร์ต่างชาติ ได้ท่องเที่ยวในสถานที่ที่คิดว่าในชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสได้ไป แต่ตอนนี้ก็ไปเกือบหมดแล้วในรายการที่เราลีสไว้ และนี่เป็นเหตุผลหลักเลยค่ะที่ปายอยากจะแชร์เรื่องราวชีวิตออแพร์ ความเป็นอยู่ในต่างประเทศ และความน่ารักของครอบครัวโฮสแฟมิลี่ หรืออะไรก็ตามที่ไปพบเจอมาก็อยากจะแชร์ให้เพื่อนๆได้ติดตามในยูทูปช่อง Thefoo ค่ะ

ส่วนเรื่องภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นมากค่ะ พูด สนทนาได้ดีขึ้น ฟังรู้เรื่อง แต่ด้านการเขียนและอ่านก็ยังต้องพัฒนาอีกมาก

พี่เลี้ยงเด็กในอุดมคติของปายคือ มีความเป็นผู้ใหญ่ กล้าตัดสินใจ มีเหตุผล ใจเย็น สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ และมีความกระตือรือร้น ซึ่งเราคิดว่าจากการที่เรามาใช้ชีวิตที่อเมริกามันทำให้เรามีทุกอย่างครบค่ะ จริงๆมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแต่ทั้งหมดนี้มันจะช่วยให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆรอบตัวที่เกิดขึ้นและทำให้เรามีไหวพริบในการแก้ไขปัญหาได้ค่ะ

Q: ปายเองเก่งภาษาอังกฤษอยู่แล้วมั๊ย

ปายเป็นคนที่อ่อนภาษามากค่ะ เรียนภาษาอังกฤษมาทั้งชีวิตก็ไม่เข้าหัว ตอนทำงานก็ไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษเพิ่มเติมหลายคอร์สแต่ก็ไม่เป็นผล นี่เลยเป็นแรงบันดาลใจให้ปายกลับมาเปิดโปรเจคออแพร์อีกครั้ง

ก่อนร่วมโครงการคือคำศัพท์ในสมองน้อยมากๆ ส่วนเรื่องไวยกรณ์นี่แทบไม่ได้เลย แต่ปายจะชอบพูดเลียนแบบสำเนียงของเจ้าของภาษาเลยทำให้เรื่องการออกเสียงไม่มีปัญหาค่ะ ตอนเริ่มสมัครโครงการทางเอเจนซี่จะมีการทดสอบภาษา ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 ปายคงได้แค่ 2 ค่ะ จากนั้นพี่เค้าก็แนะนำให้ไปดูหนังซาวน์แทรก ฟังเพลงฝรั่งเยอะๆ หมั่นท่องศัพท์ และด้วยความที่เรามีเป้าหมายที่จะไปอเมริกาให้ได้เลยทำให้เรากระตือรือร้นมากขึ้น

ตอนทำโปรไฟล์ออแพร์ ปายเตรียมตัวหนักมาก พี่เอเจนซี่จะมีตัวอย่างบทสนทนาที่เอาไว้สไกป์กับโฮสตอน interview ยอมรับเลยค่ะว่าตอนนั้นอาศัยการท่องจำ ถ้าคำถามมาแบบนี้ต้องตอบแบบนี้ พอถึงเวลาสัมภาษณ์กับโฮสก็ได้ผลบ้างไม่ได้บ้าง แต่เรากล้าที่จะขอให้โฮสสะกดคำที่เราไม่รู้ให้ ขอให้พูดช้าลง ทวนอีกรอบได้ไหม ซึ่งโฮสบ้านที่แมชด้วยก็ยินดีที่จะช่วยโดยไม่หงุดหงิดเลยตั้งแต่คุยกันครั้งแรกจนตอนนี้อยู่ด้วยกันเกือบ 2 ปีแล้วค่ะ

Q: แล้วน้องปายฝึกภาษายังไงอ่ะคะ มีอะไรเป็นแรงจูงใจให้อยากเก่งภาษาอังกฤษ

ตอนที่มาอยู่อเมริกาแรกๆ คือปายเลี้ยงน้องทารกแล้วเราไม่ค่อยได้พูดอะไรกับน้องมาก แต่ด้วยความที่สื่อสารกับโฮสลำบาก ปายเลยต้องพยายามมากขึ้นในการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ทั้งดูหนังฝรั่งแบบเปิดซัปภาษาอังกฤษ ฟังเพลงฝรั่งแล้วแปลเนื้อเพลง พยายามชวนโฮสคุยแบบให้เค้าเป็นคนเล่าแล้วเราก็ฟังแบบช้าๆ ชัดๆ บางทีก็ขอให้สะกดคำศัพท์ให้เพื่อที่เราจะหาความหมายเค้าก็ยินดีช่วยค่ะ

อยู่ได้ประมาณ 4 เดือนเริ่มฟังรู้เรื่อง จับคำศัพท์ได้แต่ยังแปลไม่ออก ก็พยายามฝึกไปเรื่อยๆ พอเข้าเดือนที่ 8 เรารู้สึกเลยว่าภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จับใจความได้ แปลได้บ้าง โต้ตอบได้ สามารถแสดงความคิดเห็นได้บ้างก็รู้สึกภูมิใจค่ะ

ทิปที่ปายใช้ในการฝึกภาษา ปายเริ่มจากการฟังค่ะ เวลาดูหนังก็อ่านซัปไปด้วย กด translate ไปด้วยแล้วฝึกออกเสียงตาม ปายจะจดคำศัพท์ใหม่ๆที่ได้เรียนรู้ในแต่ละวันพร้อมคำแปลในกระดาษเล็กๆแล้วแปะไว้ที่กำแพงห้องนอน ว่างๆก็นั่งท่องศัพท์มันช่วยได้เยอะเลยค่ะ อีกอย่างที่จะแนะนำคือแอพในมือถือชื่อ เกมทายศัพท์ เค้าจะมีคำศัพท์มาให้แล้วให้เราหาความหมายพร้อมจับเวลาค่ะ สนุกดีเล่นเพลินๆพร้อมได้ความรู้ด้วย

Q: ไหนเล่ามาหนอยสิว่า เคยทำอะไรที่พีคมากที่สุดในการไปเลี้ยงเด็กที่อเมริกามา

คงจะเป็น โรดทริป 30 วัน เที่ยว 9 รัฐ วอชิงตัน ออเรกอน แคลิฟอเนีย เนวาดา แอริโซนา นิวเม็กซิโก โคโลราโด ยูทาห์ ไอดาโฮ แบบไม่เสียเงินซักเหรียญเดียว! เพราะไปกับโฮสแฟมิลี่ค่ะ เค้าออกค่าใช้จ่ายให้เราทั้งหมด ที่พักแต่ละคืนมีห้องส่วนตัว เราอยากไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ในระแวกใกล้ที่พัก

มันเป็นความพีคที่สุดยอดมากๆค่ะ เที่ยวอุทยานแห่งชาติชื่อดัง Yosemite, Grand Canyon, Redwood เห็นความหลากหลายทางธรรมชาติ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมซึ่งถึงแม้จะอยู่ในประเทศเดียวกันแต่วัฒนธรรมก็แตกต่างกัน ความรู้สึกเหมือนไปเที่ยวกับครอบครัว ปู่ ย่า พ่อ แม่ มีเรา แล้วก็น้องแฝด โฮสให้สิทธิ์เราเต็มที่ค่ะ เค้าบอกให้เราคิดซะว่าเป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยว ให้ผ่อนคลายและสนุกกับช่วงเวลาเที่ยว ไม่ต้องคิดว่าเป็นเวลางาน รู้สึกดีมากที่โฮสดูแลเราเหมือนเป็นคนในครอบครัว บวกกับเราชอบเที่ยวแนวนี้อยู่แล้วยิ่งทำให้คุ้มค่าไปใหญ่ ปายโชคดีมากๆค่ะ

Q: ชอบไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตอเมริกา

ใช้ชีวิตในอเมริกามาปีกว่า ปายชอบทุกอย่างที่อเมริกาค่ะ แต่ถ้าให้เลือกสิ่งที่ชอบที่สุด 3 อันดับแรก คงเป็น
1. ครอบครัวโฮสแฟมิลี่ค่ะ ทุกคนน่ารักมาก โฮสพ่อ โฮสแม่ เค้าปฏิบัติกับเราเหมือนคนในครอบครัวตั้งแต่วันแรกที่เข้าบ้านจนตอนนี้เกือบสองปีแล้ว ให้เกียรติ รับฟังความคิดเห็นจากเรา เป็นที่ปรึกษาให้เราได้ในทุกๆเรื่องค่ะ เจ้าแฝดก็เลี้ยงง่าย รักเรา บางกิจกรรมก็ติดเรามากกว่าพ่อแม่ซะอีก รวมไปถึงญาติๆของโฮสก็ดีกับเรามากเช่นกันค่ะ

2.กฏหมาย ปายว่ากฏหมายที่นี่ค่อนข้างแรง ใครทำผิดกฏหมายต้องได้รับโทษ ซึ่งมันเหมือนเป็นตัวบังคับให้ทุกๆคนต้องปฏิบัติตามกฏหมาย ไม่ว่าจะเป็น จราจร การจ้างงาน สวัสดิการต่างๆที่ประชาชนควรจะได้รับ การมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ปายชอบจุดนี้ของอเมริกามากค่ะ

3. สภาพอากาศและสภาพแวดล้อม วอชิงตันเป็นรัฐที่ปายอยู่ทั้งปี 1 และ 2 ของชีวิตออแพร์ อากาศที่นี่ดีมากตลอดทั้งปีค่ะ ต้นไม้เยอะ มีทะเลสาบ ภูเขา แม่น้ำ อากาศไม่หนาวจัด ส่วนมากของปีจะมีฝนปรอยแต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเรา กลับกลายเป็นว่าเราชอบซะอีกเพราะแตกต่างจากประเทศบ้านเกิดของเราค่ะ

ส่วนสิ่งที่ไม่ชอบ จริงๆสำหรับปายไม่มีเลยค่ะ แต่ถ้าให้เลือกก็คงเป็นภาษีที่ต้องจ่ายเวลาช้อปปิ้ง ราคาสินค้าพอไหวแต่มาเจอภาษีด้วยนี่ก็กระเป๋าเบาเหมือนกัน แล้วไหนจะมีภาษีประจำปีที่ต้องจ่าย ซึ่งรายได้อันน้อยนิดของออแพร์ก็ต้องจ่ายปีละ $1,000 นิดๆ แต่เราก็พยายามประหยัดจะได้จ่ายภาษีเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียประวัติ มีรายรับก็ต้องเสียภาษี ถูกต้องแล้วค่ะ

Q: Quote อะไรสอนชีวิตได้ดีดีสุด

“ความลังเล เป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดีของการเปลี่ยนแปลง” อยากเป็นไอ้นั้น แต่… อยากทำไอ้โน้น แต่… ก็ไม่มีทางสำเร็จค่ะ การลงมือทำ ความพยายามและความอดทนเท่านั้นที่จะช่วยให้ผ่านพ้นอุปสรรค์ไปได้ ให้รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ เราทุกคนกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้ ถ้าตั้งใจจะทำอะไรแล้ว จงมุ่งมั่น อดทน พยายาม อย่าลังเลที่จะลงมือทำ เพราะมันอาจจะสายไป

Q: อื่นๆที่อยากแชร์กับเพื่อนๆคนไทยด้วยกัน

เรื่องการปรับตัวสำคัญมากค่ะ ไปต่างที่ ต่างบ้านต่างเมือง ก็ต้องทำตามวัฒนธรรม ตามกฏหมายของประเทศนั้นๆ อย่างสำนวนไทยที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม” ยิ่งเราต้องไปอยู่บ้านนายจ้างเป็นปี เรื่องเล็กๆน้อยๆที่สามารถมองข้ามได้ก็มองข้ามไปค่ะ อยากให้ชีวิตออแพร์มีความสุข แค่ปรับความคิดให้เป็นบวก มีสติ อยู่กับปัจจุบัน รู้ตัวเองว่ากำลังทำอะไร เปิดใจยอมรับและเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่าง เท่านี้ก็มีความสุขได้แล้วค่ะ

Facebook Comments