ฮุง “เรียนจบ ป.โท หรือ เรียนจบนอกมาแล้ว…” ไม่ได้ใช้อะไร จริงหรอ??

0
1123
ฮุง “เรียนจบ ป.โท หรือ เรียนจบนอกมาแล้ว…” ไม่ได้ใช้อะไร จริงหรอ??

Q: แนะนำตัวให้รู้จักกันหน่อย

สวัสดีค่ะ นางสาวธนพร โตแสงชัย ชื่อเล่นชื่อ ฮุงค่ะ ตอนนี้อายุ 25 ปี พึ่งกลับมาอยู่ประเทศไทย ได้ 2 เดือนหลังจากเรียนจบปริญญาโท จากสาขา Entrepreneur and financing จาก Henley Business School, University of Reading ประเทศอังกฤษค่ะ

ตอนนี้ก็ได้นำความรู้จากการไปเรียนครั้งนี้กลับมาพัฒนาธุรกิจที่ได้ก่อตั้งไว้ก่อนไปเรียนค่ะ โดยดูแลทางด้านฝ่ายขายของ Fin House Co.,Ltd. ซึ่งเป็นบริษัท event organizer ที่ก่อตั้งขึ้นมากับเพื่อนๆ โดยทางเราเดินสายทั่วประเทศ ตามห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลค่ะ

Q: เห็นฮุงเองเคยเป็นนักกีฬาทีมชาติของไทยด้วย?

คือตั้งแต่เด็กเคยเป็นนักกีฬาแบตมินตันมาก่อน ตอนนั้นก็มุ่งเน้นกีฬาเป็นเลิศเลยค่ะ โดยเคยได้ลงแข่งเป็นตัวแทนให้กับประเทศไทยอยู่ 2 ครั้ง แต่ก็ได้ทุนไปเรียน เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐ Pensylvania เป็นเวลา 1 ปี ในช่วงม.ปลาย จึงได้ห่างหายไปจากการตีแบตไปเพราะที่นั่นแบตมินตันไม่เป็นที่นิยมสักเท่าไหร่ ถือว่าน่าเสียดายอยู่เหมือนกันค่ะ

Q: ฮุงมี Background ด้านกีฬา และเรียนจบด้าน Entrepreneur and financing มา…จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจกับเพื่อนๆนี่ มันมาได้ยังไงคะ

เริ่มก่อตั้งบริษัทตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี รวมๆประมาณ 3 ปีแล้วค่ะ โดยทำงานไปได้ 2 ปี ก่อนบินไปเรียนต่ออีก 1 ปี

ตอนนั้นจุดเริ่มต้น…ยอมรับเลยว่าได้ประโยชน์มาจากการได้มีโอกาสไปอยู่เมืองนอก คือตอนนั้นได้ไปเดินตลาด X’mas ช่วง winter season แล้วรู้สึกว่าอินมาก! เลยมีความฝันว่าอยากจัด winter market สักครั้ง ในชีวิต จึงได้ทำตาม passion ล้วนๆ บวกกับการได้ business partner ดีด้วยค่ะจึงทำให้ธุรกิจค่อนข้างเติบโต ซึ่งกว่าจะดำเนินมาได้ขนาดนี้

Q: เด็กจบใหม่มาทำธุรกิจกับเพื่อนๆอย่างนี้…เจออุปสรรคอะไรบ้างมั๊ยคะ

จริงๆก็มีอุปสรรคหลายอย่างค่ะ เราก็ยังเด็กยังต้องหาความรู้เพิ่มเติมอีกมาก ในการดูแลธุรกิจให้ครบรอบด้าน บวกกับการมีคู่แข่ง แต่ถือว่ายังโชคดีที่เราเป็นบริษัทที่ได้การไว้วางใจจากทาง CPN จึงได้เป็น business partner กับทางเขาในช่วงปีที่ผ่านมาได้ขยายไปทั่วภาคเหนืออีสานและกรุงเทพนิดหน่อยค่ะ

ตอนนี้ฮุงก็กลับมาลุยงานอย่างเต็มที่ เพราะในปีหน้าก็ได้รับโอกาสจากทาง CPN อีกมากมาย และบริษัทยักษ์ใหญ่อีกหลากหลายบริษัทเลยค่ะ

Q: นอกจากเรียนอังกฤษ…ฮุงเคยไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกากับญี่ปุ่นมาด้วย ฮุงชอบประเทศไหนมากที่สุดคะ

ชอบประเทศญี่ปุ่นที่สุดค่ะ เหมือนเพราะอาจจะเป็นประเทศเอเชียด้วยกัน ยังพอมีวัฒนธรรมที่ใกล้เคียง แต่ฮุงคิดว่า คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้นจะมีความเป็นระเบียบสูง ทำอะไรก็เต็มที่ทุ่มเท ซึ่งควรนำมาเป็นแบบอย่างให้กับคนไทยค่ะ

นอกจากนี้ก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย การเดินทางทั่วถึง อาหารอร่อยมาก! สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามสุดๆ เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่ perfect ค่ะ! สมกับการที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและเป็นประเทศผู้นำของโลก

Q: เราไปเห็นประเทศที่พัฒนามาหลายประเทศเเล้ว….หากเลือกพัฒนาประเทศไทยได้ 1 อย่าง ฮุงจะเลือกอะไร

การศึกษาค่ะ อยากให้ประเทศไทยพัฒนาระบบการศึกษาให้ดีขึ้น ซึ่งจากที่ประสบมาได้ด้วยตัวเองนั้น การศึกษาและการชี้แนะแนวทางให้กับเด็กไทยยังไม่แข็งแรง ควรให้ความสำคัญกับอาชีพคุณครูหรืออาจารย์
ให้มากกว่านี้ เพื่อจะทำให้เด็กได้ประโยชน์สูงสุด

เด็กไทยส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการวิเคราะห์และความคิดอย่างเป็นระบบ พอได้ไปอยู่ต่างประเทศโดยเฉพาะฝั่งตะวันตกก็จึงได้รู้ว่าทักษะเหล่านี้ เกิดจากการสอนให้มีความกล้าแสดงออก มั่นใจ ไม่กลัวผิดถูก เพราะวัฒนธรรมเขาเชื่อว่าไม่มีใครมีความคิดที่ถูกต้องได้อย่าง 100% จึงเกิดการทำงานเป็นทีมเวิร์ค ซึ่งเป็นทักษะส่วนที่สำคัญมากกับการทำธุรกิจ ที่จะทำให้คนไทยเป็นคนที่มีประสิทธิภาพและถึงจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำโลกได้ค่ะ

Q: ช่วยเล่าประสบการณ์ที่พีคที่สุดที่เจอมาในชีวิตที่ต่างประเทศให้ฟังกันหน่อย

ประสบการณ์ที่พีคที่สุดก็คือตอนที่มีการทะเลาะกับ host sister ที่อยู่บ้านเดียวกันตอน USA ค่ะ เนื่องจากอาศัยอยู่ในห้องนอนเดียวกัน จึงทำให้อาจเกิดความขัดแย้งเล็กๆน้อยๆ จนทำให้เรื้อรัง ทำให้เกิดความอิจฉาริษยากันเกิดขึ้น เพราะทางเราก็ได้รับรางวัลนักกีฬาดีเด่น บวกกับการที่มีเพื่อนเยอะกว่าทางเขา มันเลยเป็นจุดแตกหักกับทางบ้านนั้น จึงเกิดการย้าย host family กันเกิดขึ้นค่ะ ซึ่งก็ถือว่าเป็นจุดที่ฝังใจอยู่เหมือนกันกับ USA ซึ่งมองกลับไป มันก็กลายเป็นเรื่องตลกดีค่ะ ฮ่าๆ

Q: มีอะไรอยากจะบอกกับน้องๆคนไทยที่ยังหาตัวเองไม่เจอให้เริ่มอะไรสักที

อยากบอกว่าจงลองทำอะไรใหม่ๆดูเรื่อยๆ อย่าปิดกั้นตัวเองหรือปิดกั้นความคิดตัวเอง จงออกไปเผชิญโลกกว้างให้มากที่สุด จะได้รู้ว่าตัวเองมี passion ด้านไหน คนเราสามารถเปลี่ยนตัวเองได้อยู่เรื่อยๆค่ะ

ที่สำคัญจงเป็นคนมีความมั่นใจในตัวเอง หรือถึงแม้ว่าบางครั้งมั่นใจแล้วอาจจะ fail แต่ก็ต้องลุกขึ้นยืนใหม่ให้ได้ อะไรที่เคยผิดพลาดไปก็ถือให้เป็นบทเรียนค่ะ เพราะถ้าเราไม่เริ่มทำหรือลองทำ เราก็จะไม่มีวันรู้ถึงผลลัพท์ค่ะ และจงมีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาในทุกๆด้าน

Q: Quote อะไรสอนชีวิตได้ดีที่สุด

The magic happens when you step out of your comfort zone.

Facebook Comments