หวาน ชีวิตจริงของเด็กนอก (ฉบับ เด็กไทยใน LA)

0
795
หวาน ชีวิตจริงของเด็กนอก (ฉบับ เด็กไทยใน LA)

Q: ช่วยแนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ ชื่อหวาน เรียนจบมาจากวิศวะอินเตอร์จุฬาฯ ภาคยานยนต์หรือเค้าจะเรียกกันสั้นๆว่า ADME เรียนจบแล้วก็ได้งานจากบริษัทที่ญี่ปุ่น เลยได้ไปเป็น Mechanical Design Engineer ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ไปอยู่มา 2 ปีกว่าก็รู้สึกว่านี่ไม่ใช่สถานที่ และตัวงานที่ทำก็ไม่ใช่ที่ชอบ

แล้วก็พอดีกับตอนนั้นมีลูกพี่ลูกน้องที่เป็นคนอเมริกันมาเที่ยวหาแล้วเค้าก็ชวนว่าทำไมไม่ลองมาอเมริกาดู เราก็เลยตัดสินใจมาเรียนต่อที่อเมริกา ก็เตรียมตัวสอบ TOEFL, GRE แล้วสุดท้ายก็เลยเลือกมาเรียนที่ USC เพราะตอนแรกมาเที่ยวที่นี่อยู่ก่อนเป็นเดือน แล้วก็ได้ไปมาหลายรัฐแต่ชอบแคลืฟอร์เนียมากที่สุด มีทั้ง hiking, camping backpacking แถมที่ LA ก็ยังมี beach สวยๆด้วย

แล้วก็มีญาติอยู่แถวนี้แล้วญาติๆก็เป็นพวกชอบทำกิจกรรม outdoor มากเราอยู่ด้วยแล้วก็สนุกเลยตัดสินใจว่าที่นี่แหละเหมาะกับเรามากที่สุด ตอนนี้เพิ่งเรียนจบโทด้าน Engineering Management

Q: ชีวิตการเรียนการสอนที่ USC ต่างจากที่ไทยยังไงบ้างอ่ะค่ะ

เรียนโรงเรียนที่นี่แล้วชอบมากเลย เพราะว่านักเรียนที่นี่เค้าชอบถามแล้วก็ชอบถกเถียง คือเค้าจะไม่เชื่ออาจารย์ไปซะหมดก่อนที่เค้าจะได้ถาม

อีกอย่างอาจารย์ก็จะสอนแบบไม่ป้อน คือบอกพื้นฐานมาแล้วก็ให้โจทย์ให้การบ้านนักเรียนมาคิดเองว่าเจอแบบนี้ควรทำยังไง

ตอนแรกก็ไม่ชิน แบบเจอแล้วอ่าวไม่เห็นจะเคยสอน เราก็ต้องไปรีเสิช หาทางเอาเองว่าจะทำยังไง แล้วเค้าจะให้เราพูดว่าคิดยังไงกับที่อ่านมา คือถ้าไม่อ่านก็ถกไม่ได้ คือมันสอนให้คิดตลอดเราก็เลยชอบมากเลยเรียนที่นี่

Q: หวานได้พบเจออุปสรรคอะไรต่างๆในการใช้ชีวิตในฐานะเด็กนอกบ้างมั๊ยคะ

อุปสรรคที่เจอส่วนมากตอนทำงานอยู่ญี่ปุ่นค่ะ ที่อเมริกาไม่ค่อยเจอ คือ ภาษาเราก็ยังไม่แข็ง แล้วคนในบริษัทก็พูดแต่ภาษาญี่ปุ่น แล้วภาษาญี่ปุ่นมันจะมีหลายเลเวล คือเวลาคุยกะเพื่อนก็จะใช้คำนึง คุยกะหัวหน้าต้องใช้อีกคำนึงแล้วเราก็ไม่รู้เลยจะโดนว่าบ่อยๆ

อีกอย่างวัฒนธรรมก็ไม่เหมือนกันก็เลยต้องเรียนรู้เยอะ เรื่องมารยาทแบบคนญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นเค้าถือมากเราต้องทำตามเค้า แต่พอมาอเมกามันก็ชิวมาก คือทุกอย่างต่างกันเลย เราจะใส่ชุดอะไรไปทำงานก็ได้ แต่ญี่ปุ่นเค้าจะห้ามเยอะว่าอันนี้ไม่ควรอะไรแบบนี้ แต่เราก็ได้ประสบการณ์ดีๆมาเยอะทั้งอเมริกาและญี่ปุ่น

Q: ได้เรียนรู้อะไรจากการไปอยู่ทั้งญี่ปุ่นและอเมริกามาบ้างคะ

เยอะมากเลย คือเรากลายเป็นทำอะไรเองเป็นหมดเลย เดี่ยวนี้น้ำพริกกะปิก็ตำกินเองแล้ว 55 เราต้องทำอะไรเองหมด ทำอะไรไม่เป็นก็ต้องหาวิธีทำจนเป็น มันสอนให้เราเป็นคนปรับตัวเก่ง

ญี่ปุ่น

  • ฝึกความอดทน งานเลิกห้าทุ่มเที่ยงคืนนี่เป็นเรื่องปรกติมาก
  • สอนให้เราเป็นคนนอบน้อม เพราะคนญี่ปุ่นนี้เค้าจะนอบน้อมมากลองสังเกตุดู คือทำอะไรต้องเกรงใจคนอื่นไปหมด
  • สอนให้เราเป็นคนมีวินัย จะทิ้งขยะก็ต้องทิ้งให้ถูกเป๊ะๆ ไปไหนกินอะไรต้องเก็บให้เรียบร้อย

อเมริกา

  • สอนให้เราเป็นคนกล้าแสดงออก
  • กล้าคิดกล้าถาม ก็ถือว่าตัวเองโชคดีที่มีโอกาสได้มาเรียนรู้อะไรเยอะแยะมากมาย

Q: เราภูมิใจอะไรในตัวเองมากที่สุดในฐานะเด็กนอกในอเมริกา

ภูมิใจที่สุดก็คงจะเป็นที่เรียนจบมาได้ค่ะ 555 จบมาได้เกรด A กับA- หมดเลย คุณพ่อก็ดีใจกว่าเราอีกเราก็ดีใจที่ทำให้เค้าดีใจ ตอนเรียนเราก็ตั้งใจเรียนมาก พยามถามพยามถกปัญหากับอาจารย์ตลอดเลยรู้สึกว่าเราได้พัฒนากระบวนการคิดของตัวเอง

Q: ชอบและไม่ชอบอะไรมากที่สุดเกี่ยวกับชีวิตที่ US

ชอบ:

  • กิจกรรม outdoor ทุกอย่างที่เราชอบจริงๆ เช่น การได้ไปปีนเขา แบ็คแพ็ค อะไรพวกนั้น
  • เทคโนโลยี คือเห็นอะไรต่างๆแล้วมันทำให้เรารู้สึกว่าคนเค้าเก่งมากเลย อย่างสมมุติเวลาเห็นเทสล่ามันวิ่งบนถนนแบบคนไม่ต้องบังคับนี่มันรู้สึกว่าเค้าทำได้ยังไง เราก็เลยจะมีความตื่นเต้น

ไม่ชอบ:

  • ความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่างคนที่เรารักเราก็ไม่ได้อยู่ด้วย พ่อแม่เพื่อนพี่น้องคือเราก็ต้องอยู่ไกล อะไรต่างๆมันก็เปลี่ยนไปเยอะ

Q: มีคำสอนอะไรที่สอนชีวิตได้ดีที่สุด

สิ่งที่คุณพ่อสอนมานี่โดนสุด คือท่านเคยพูดว่า
“เวลาไหว้พระทำบุญให้ทำเพราะอยากทำ แต่อย่าไปขอพรอะไร
อยากได้อะไร ไม่มีใครช่วยได้นอกจากตัวเราเอง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

คิดว่าคำสอนเค้าดีมากอันนี้ยังจำไม่ลืมตั้งแต่เด็กๆเลย

Q: แนะนำหนังสือที่ทุกคนควรอ่าน 1 เล่ม

มีหลายเล่มเลยค่ะ เล่มล่าสุดที่อ่านคือ Elon Musk: Tesla, SpaceX, and the Quest for a Fantastic Future เขียนโดย Ashlee Vance เล่มนี้ก็ดีมาก ทำให้เรารู้สึกว่าคนเราตั้งใจจะทำอะไรแล้วก็ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ ก็เป็นหนังสือที่ inspired เราได้ดี

Q: ฝากอะไรไว้ให้พี่ๆน้องๆคนไทยด้วยกันหน่อยค่ะ

– ทุกคนควรจะมีจุดมุ่งหมายของตัวเอง เราคิดว่าเราเป็นคนมีgoal มาตลอด คือเรารู้เสมอว่าเราอยากเรียนอะไร อยากเป็นอะไร แล้วก็ทำตามสิ่งที่เราอยาก

หากพอเราได้เป็นแล้วเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่เราก็ตั้ง goal ใหม่ แล้วก็พยามไปให้ถึง แล้วพอไปถึงแล้วเราก็ตั้ง goal อันใหม่ คิดว่าทุกคนมี goal ได้ตลอดเวลาแล้วก็ควรพยามให้ถึงที่สุด

ทางที่จะไปใกล้ถึง goal นั้นมันก็มีหลายทางมาก ลองผิดลองถูก ทางที่เราเดินผิดมันก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะ เดินแต่ทางที่ถูกมันอาจจะไม่สอนอะไรเราเท่ากับทางที่ผิดก็ได้
– เดี่ยวนี้อยากเรียนอะไรเราสามารถเรียนได้ฟรีหรือถูกมากจากหลายทางมากเลยค่ะ เราเพิ่งมาค้นพบไม่นานมานี้เองจากการพยามเรียนเขียนโปรแกรมเอง ลองดู Coursera, Udemy, Udacity, Youtube อะไรพวกนี้ดู แล้วก็มีคลาสที่มาจาก Stanford ที่เค้ามีให้เรียนออนไลน์ฟรีเยอะเลย เราเรียนแล้วเรารู้สึกว่ามันดีเหมือนกับที่เราไปเรียนที่มหาลัยเลยแถมฟรีไม่ก็ถูกมากจริงๆ 🙂

Facebook Comments