แพท จาก เด็กเล่นเปียโนในวัฒนาฯ สู่ นักประพันธ์ไทยในเบลเยี่ยม

0
758
แพท จาก เด็กเล่นเปียโนในวัฒนาฯ สู่ นักประพันธ์ไทยในเบลเยี่ยม

Q: แนะนำตัวให้รู้จักกันหน่อย

ชื่อ พิมพนิต การุณยวนิช ชื่อเล่น แพท ตอนนี้เป็นนักประพันธ์เพลงคนไทย (Thai composer) ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่เบลเยี่ยมค่ะ

จบปริญญาตรีด้านPiano Performanceจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาตรีและปริญญาโทด้านการประพันธ์เพลง (Music Composition) และปริญญาตรีด้าน Conducting จาก Leuven University College of Arts – Campus Lemmensinstituut (LUCA School of Arts)

Q: เป็นถึงนักประพันธ์ที่อายุน้อยในเบลเยี่ยม…แพทมีผลงานอะไรมาแล้วบ้าง

ผลงานล่าสุดคือ ได้รับมอบหมายให้ประพันธ์เพลง เพื่อใช้เป็นบทเพลงบังคับในการแข่งขัน Dutch National Brass Band Championschips 2017 – 3rd Divisionในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และเพลง “A Journey to The Bermuda Triangle” ที่ได้ประพันธ์ให้กับการแข่งขันที่ได้กล่าวถึงนั้น ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นบทเพลงบังคับในการแข่งขัน Belgian National Brass Bnad Championschips 2017 – 3rd Division เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาด้วยเช่นกันค่ะ

อีกอย่างคือ แพทได้ถูกเสนอชื่อให้เป็น 1 ใน 10 ของ “2017 Newcomer of the Year” จาก 4barsrest (4BR Awards) ด้วย! ซึ่งก็คือ “ศิลปินหน้าใหม่ที่มีผลงานในวงการ brassband ที่โดดเด่นติด 10 อันดับแรกของโลกในปี 2017”

Q: ตอนที่บอกว่า “จะเอาดีด้านดนตรี!” ทุกคนให้การตอบรับยังไงบ้าง ได้รับการสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน

ตอนนั้นคุณครูและเพื่อนๆที่โรงเรียนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะตอนที่กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เรามีโอกาสได้เล่นเปียโนในการนมัสการพระเจ้าทุกวันศุกร์ และในโอกาสอื่นๆด้วย เช่น วันพ่อ วันแม่ วันครู วันคริสมาสต์ ฯลฯ ทางโรงเรียนได้เล็งเห็นความสามารถของเราและสนับสนุนเราอย่างเต็มที่ค่ะ

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของเราก็มีความคาดหวังที่อยากให้เราศึกษาต่อทางด้านอื่นที่ไม่ใช่ทางด้านดนตรี เพราะไม่ใช่อาชีพที่สามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคงค่ะ ซึ่งเราก็เข้าใจในความเป็นห่วงของทุกคนนะคะ เพราะตอนนั้นเรายังเด็ก แต่ก็โชคดีที่คุณพ่อคุณแม่ยังให้โอกาสเราได้ลองศึกษาและพิสูจน์ตัวเอง ว่าเราสามารถที่จะเอาดีทางนี้ได้ด้วยความรักดนตรีจริงๆ เราเชื่อว่า ถ้าเราใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ในสิ่งที่เรารัก ต่อให้มีอุปสรรคมากแค่ไหน เราจะฝ่าฟันมันไปได้จนกระทั่งประสบความสำเร็จ ถึงแม้ว่ามันจะเร็วหรือช้าก็ตามค่ะ

Q: ทำไมถึงต้องไปเรียน Music Composition ถึงที่เบลเยี่ยม

จริงๆ ตอนแรกเราไปเรียนต่อที่เบลเยี่ยมในสาขาวิชาเอกเปียโนที่ The Royal Conservatory of Antwerpen ค่ะ แต่ด้วยความที่สมัยตอนที่เรายังศึกษาในระดับปริญญาตรีด้านเปียโนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เราได้มีโอกาสได้เล่น piano accompaniment ให้กับ concert band ของภาควิชาดนตรี (Kasetsart Wind Symphony) มันทำให้เราเกิดความรักในเสียงดนตรีประเภทเครื่องเป่าเป็นอย่างมาก

และพอเรามาศึกษาต่อที่ประเทศเบลเยี่ยม เรามีโอกาสได้รู้จักกับ Jan Van der Roost ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงชาวเบลเยี่ยมที่มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านการประพันธ์เพลงประเภท concert band, brass band และ fanfare band ซึ่งก็เข้าทางเราเลย

เราเลยส่งผลงานการประพันธ์เพลงของเราที่เคยทำไว้ให้ท่านดู และถามว่าเราขอเป็นลูกศิษย์ได้ไหม ซึ่งท่านก็ไม่ขัดข้อง เราเลยตัดสินใจเริ่มเรียนปริญญาตรีใหม่อีกครั้งในสาขาวิชาการประพันธ์เพลง (ฉomposition) กับอาจารย์ Jan Van der Roost ที่ Leuven University College of Arts – Campus Lemmensinstituut (LUCA School of Arts) จนกระทั่งจบปริญญาโทค่ะ

Q: กว่าจะได้มาเป็นประพันธ์ชาวไทยใน Belgium ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

มันเยอะมากๆจนเล่าไม่หมดจริงๆค่ะ

แต่ถ้าเป็นเรื่องๆหลักๆคือเรื่องการศึกษาและเรื่องภาษา เรามีระบบการศึกษาที่แตกต่างจากเบลเยี่ยมมาก ช่วงแรกๆที่มาเรียนเลยลำบากมากค่ะ นอกจากระบบการศึกษาที่แตกต่าง ภาษาที่อาจารย์สอนในห้องก็ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ แต่เป็นภาษาดัช เมื่อสองอย่างนี้มารวมกัน ทุกคนคงจะพอนึกออกว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง

หลายครั้งที่เราต้องขอยืมสมุดโน้ตของเพื่อนร่วมชั้นเรียนมาซีร่อกแล้วแปลเป็นคำๆ หลายครั้งที่เราโดนอาจารย์ถามว่าทำไมเรื่องแค่นี้ยังไม่รู้ หลายครั้งที่เรารู้สึกท้อใจ และถามตัวเองว่านี่เรากำลังมาทำอะไรอยู่ที่นี่ ฯลฯ แต่เมื่อเราคิดได้ ว่าทำไมเราถึงมาเรียนที่นี่ เราต้องการอะไรในชีวิตกันแน่

สิ่งเดียวที่ตอบโจทย์ทั้งหมดคือ ความรักที่เรามีให้กับดนตรีค่ะ ในเมื่อเรารักมัน เราก็จะไปให้ไกลถึงที่สุด สิ่งที่เราคิดว่าเราทำมันเต็มที่แล้ว มันยังไม่พอ เราต้องพยายามมากกว่านี้อีก แล้วเราก็พยายามนึกถึงสิ่งที่อาจารย์ได้ตำหนิเราไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ตาม เราคิดตามที่อาจารย์บอก และพยายามแก้ไปเป็นจุดๆไป

จนกระทั่งในที่สุด เราก็มาถึงในจุดที่เราสามารถที่จะทำงานกับอาจารย์ได้อย่างมีความสุขในมาตรฐานที่ท่านต้องการ ในฐานะเพื่อนร่วมงานค่ะ

Q: การไปอยู่ที่เบลเยี่ยมมาเคยเจออะไรพีคๆมาบ้าง

มีอยู่วันหนึ่งอาจารย์นัดเราไปให้ท่านตรวจงานที่บ้าน ตอนนั้นเป็นฤดูหนาว อากาศหนาวมาก อุณภูมิ -5 องศา!!
เราต้องต่อรถบัสที่ตำบลเล็กๆแห่งหนึ่ง แต่รถบัสก็ไม่มาซักที เมื่อเรารอไปได้ 30 นาที ร่างกายเราเริ่มไม่ไหวเนื่องจากยืนนิ่งๆอยู่นานในอุณภูมิติดลบแบบนั้น อวัยวะทุกส่วนเริ่มขยับได้อย่างยากลำบาก

เราเลยตัดสินใจ “เดิน” ไปที่บ้านอาจารย์ ไม่งั้นคงแข็งตายอยู่ตรงนั้นแน่ๆ

โชคดีมากๆๆๆที่ระหว่างที่กำลังเดินอยู่ อาจารย์ก็โทรมาถามว่าอยู่ที่ไหนแล้ว เราก็บอกว่าเราขอโทษที่มาช้า แล้วอธิบายสถานการณ์ทั้งหมดให้อาจารย์ฟัง อาจารย์เลยบอกว่าให้รออยู่ตรงนั้นล่ะ เดี๋ยวอาจารย์ขับรถมารับเอง!

วันนั้นเลยรอดไปค่ะ…

Q: การอาศัยอยู่ในต่างแดน…มันให้บทเรียนชีวิตอะไรกับเราบ้าง

“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ค่ะ เราไม่มีครอบครัวมาคอยช่วยเหลือเราอยู่ที่นี่ เราต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เมื่อมีปัญหาก็ต้องแก้มันด้วยตัวเอง จะมางอมืองอเท้ารอความช่วยเหลือจากคนอื่นไม่ได้ ทุกคนมีหน้าที่ของตนเองทั้งนั้น

ถ้าทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่สามารถผ่านมันมาได้ เราเองก็ต้องผ่านมันไปได้เช่นกันค่ะ

Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตที่เบลเยี่ยม

ชอบ

  • ชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ไม่ต้องมานั่งเป็นห่วงเรื่องแต่งตัวแต่งหน้าทุกครั้งที่จะออกนอกบ้าน
  • สวัสดิการ โดยเฉพาะในด้านการศึกษา
  • วิวทิวทัศน์และธรรมชาติที่สวยงาม อากาศและฤดูกาลที่แตกต่าง

ไม่ชอบ

  • ระบบราชการด้านการดำเนินเรื่องเอกสารที่ช้าและแย่มาก
  • ระบบไปรษณีย์ที่แย่มาก ถ้าคุณได้มาเจอกับระบบไปรษณีย์ที่เบลเยี่ยม คุณจะรักไปรษณีย์ไทยขึ้นมาทันที
  • ห้างสรรพสินค้าและร้านต่างๆที่ส่วนใหญ่ปิดตั้งแต่หกโมงเย็น และยังปิดวันอาทิตย์อีกด้วย

Q: คำสอน/quoteที่ดีที่สุดและสอนชีวิตได้ดีที่สุดคืออะไร

Climb every mountain,
Ford every stream,
Follow every rainbow
Til’ you find your dream…

(จาก The Sound of music)

Q: มีอะไรอยากบอกกับน้องๆคนไทยที่อยากเจริญรอยตามแพท

ความพยายามและความอดทนเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองรัก เป็นอาวุธที่สำคัญที่สุดในการที่จะฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคต่างๆค่ะ

Facebook Comments