ฟอย เรื่องราว “ลูกคุณหนู” ที่ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล! เพราะมาอยู่เมืองนอก 6 เดือน

0
1833
ฟอย เรื่องราว “ลูกคุณหนู” ที่ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล! เพราะมาอยู่เมืองนอก 6 เดือน

Q: ช่วยแนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ ชื่อ ฟอย ค่ะ อายุ 22 ปี กำลังจะ 23 เดือนหน้านี้ค่า ฟอยพึ่งจบการศึกษาจาก University of Sydney สาขา Asian Studies ค่ะ ตอนนี้กำลังช่วยกิจการที่บ้านอยู่ค่ะ

ฟอยเคยมีโอกาสไปเรียนภาษาที่ประเทศเกาหลี ตอนอายุ 17 ปี เป็นระยะเวลา 6 เดือนค่ะ ตอนนั้นฟอยจบม.ปลายเร็วกว่าคนในรุ่นเดียวกัน เนื่องจากฟอยจบการศึกษาแบบนอกระบบมา เรียกว่า GED ค่ะ หลังจากนั้นแล้ว ฟอยก็รู้สึกว่า ระหว่างนั้นเราไม่จำเป็นต้องรีบเลือกมหาวิทยาลัย เพราะยังไม่แน่ใจว่าตัวเองชอบอะไร แต่รู้แน่ๆว่าชอบภาษาเกาหลี ก็เลยอยากลองออกจาก comfort zone ไปอยู่ต่างประเทศคนเดียว

เลยตัดสินใจ take course ระยะสั้น ที่ Yonsei University Korean Language Institution ซึ่ง ยอนเซ ที่เป็นมหาลัย 1 ใน SKY หรือก็คือ มหาลับ Top 3 ของเกาหลีค่ะ

Q: ทำไมถึงตัดสินใจไปเรียนต่อเกาหลี และทำไมถึงต้องเป็นประเทศนี้

หลายๆคนคิดว่า คนที่ชอบเกาหลีหรืออยากเรียนภาษาเกาหลี ต้นเหตุเกิดมาจาก เราชอบศิลปินเกาหลี หรือพวกบอยแบนด์ เกิร์ลกรุ๊ปอะไรแบบนี้

แต่สำหรับฟอย ตอน ม.ต้นมีเพื่อนคนหนึ่งเขาเขียนเกาหลีได้ แล้วเรารู้สึกว่า เฮ้ย! มันเท่ห์มากเลยกับการที่เรารู้ภาษาที่ 3 นะ หลังจากก็เริ่มเรียนเองจนเริ่มอ่านออกเขียนได้ หลังจากนั้นเราก็รู้สึกชอบในตัวภาษาของเค้า เพราะคิดว่ามันง่ายจัง พูดแล้วมันเท่ห์อะ!

ฟอยอยากฝึกสกิลเกาหลีจริงๆ ก็เลยคืดว่า “เราต้องไปเกาหลีสิ! ไปคุยกับคนเกาหลี ไปอยู่ในวัฒนธรรมเค้าเลย จะได้ใช้โอกาสในสิ่งที่เราอุตส่าห์เรียนมา แถมยังได้ไปฝึกใช้ชีวิตด้วยตัวเองอีก”

มันมีแต่คุ้มกับคุ้ม เพราะตัวฟอยอยากไปเมืองนอกมานานมากๆแล้ว แต่ไม่เคยได้ไป เพราะฟอยติดแม่ค่ะ รอบนี้จึงเป็นโอกาสเดียวจริงๆ เพราะแม่อนุญาติให้ไปแล้ว

Q: เกาหลีเป็นอีกประเทศที่การศึกษาอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกเลย…การเรียนการสอนเป็นยังไงบ้างคะ

สำหรับการเรียนภาษา อาจารย์ที่นี่เข้มงวดมากค่ะ เค้าต้องการให้เราเป็นจริงๆ เค้าจะเน้นให้ห้องๆนึงเนี่ย มีนักเรียนไม่เกิน 10 กว่าคน ไม่งั้นเค้าจะดูแลไม่ทั่วถึง

เพราะเหตุนี้ทำให้อาจารย์เกาหลี ดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึงมากๆ คือถ้าเราไม่ค่อยคล่องจุดไหน เค้าจะรู้ จะพยายามเน้นให้เราฝึกเยอะๆ มีคลาส reading ที่นักเรียนในห้องทุกคนต้องอ่านออกเสียง สำเนียงต้องเป๊ะ! ทุกคำต้องชัด! อ่านไล่ไปทีละคนเลยค่ะ อาจารย์ก็จะอดทนฟัง แล้วพอพูดผิดนิดนึง อาจารย์ก็จะย้ำให้ออกเสียงใหม่เรื่อยๆ จนกว่าจะถูก และที่นี่ไม่มีคะแนนความสงสารใดๆค่ะ มาจากสอบล้วนๆเลย

คือถ้าตกก็คือตก มีเพื่อนบางคนของฟอยเค้าก็ซ้ำชั้นบ่อยมาก อาจารย์ก็ให้ซ้ำอยู่อย่างนั้น จนกว่าจะผ่านระดับนั้นไปได้ค่ะ

อีกเรื่องคือ ที่นี่ค่อนข้างเน้นการกล้าแสดงออกเหมือนกันค่ะ การกล้าแสดงออกในที่นี้ คือ สมมติว่าเราทำ presentation เราจะเก่งแค่ไหน พูดได้มากแค่ไหน เค้าไม่โฟกัสเท่าการที่เราต้องจ้องตาคนฟัง และทำให้คนฟังอินได้ คือเค้าห้ามอ่านสคริปท์เลย คือต้องฝึกมาให้เป๊ะจริงๆถึงจะได้คะแนนดีค่ะ เค้าจะไม่ค่อยปล่อยผ่านง่ายๆเท่าไหร่ มายืนอ่านนี่ไม่ได้เลยค่ะ และเพราะจุดนี้แหละค่ะ ถึงทำให้ฟอยรู้สึกว่า การสอนเค้ามันคุ้มค่ากับเงินที่เราจ่ายไปมากๆ

Q: การมาเรียนต่อที่ต่างประเทศมันทำให้เราโตขึ้นยังไงบ้าง

Before นี่ฟอยเป็นคนที่ทำอะไรไม่เป็นเลยค่ะ ก่อนไปเกาหลี ฟอยบอกตรงๆว่า ไม่เคยแม้กระทั่งซักผ้า หรือ ปูผ้าปูที่นอนเองค่ะ 55 คือฟังดูน่าหมั่นไส้นะคะ แต่ฟอยถูกเลี้ยงมาโดยแบบที่ ที่บ้านมีแม่บ้าน ซึ่งพี่แม่บ้านเค้าทำให้ทุกอย่าง เราไม่ต้องทำอะไรเลย ถ้าไม่ใช่แม่บ้าน ก็จะมีอาม่าเราคอยตัดเล็บ ทำผม แกะปลา แกะแม้กระทั่งเม็ดแตงโมให้ค่ะ

แต่หลังจากที่ฟอยไปอยู่เกาหลีคนเดียว 6 เดือน ฟอยต้องไปใช้ชีวิตคนเดียว ซึ่งรูมเมทในหอฟอยเป็นคนญี่ปุ่นที่โตกว่า เค้าทำความสะอาด เก็บเส้นผมทุกอย่างในห้อง แล้วห้องมันแคบมากค่ะ แล้วใช้ห้องน้ำรวมกันอีก เราเคยต้องคิดถึงส่วนรวมมากขึ้น ฟอยก็เลยต้องทำความสะอาดไปด้วย 555 ติดนิสัยที่ดีๆของเค้ามาหลายอย่างค่ะ ซักผ้าได้ ทำอาหารได้

อีกอย่างนึงที่ฟอยว่าฟอยพัฒนาไปมากกกกคือ “การตัวรอด” และ “การ make friend กับเพื่อนต่างชาติ” ค่ะ ฟอยเริ่มเข้าหาคนเป็น เพราะไม่งั้นเราตัวคนเดียวโดดๆเลยค่ะ เริ่มรู้ว่าเราต้องรู้จักถามคนนะ ไม่ใช่อยู่เงียบๆคนเดียว มันจะไปมีประโยชน์อะไร ถ้ามาขี้อาย เงียบๆอยู่ที่นี่ เราจะไม่ได้อะไรกลับไปเลยนะ

Q: อยากให้ฟอยแชร์วิธีฝึกภาษาที่ดีที่สุด…เมื่อเราไปอยู่เมืองนอกค่ะ

ฟอยมีเพื่อนเป็นกลุ่มๆ (ซึ่งไม่มีคนไทยเลยค่ะ) มันทำให้เราฝึกภาษาเกาหลีด้วย อาจจะสงสัยว่าทำไมไม่พูดอังกฤษใช่ไหมคะ แต่เป็นเพราะว่าคนต่างชาติกลุ่มนี้เค้าก็มาเรียนเกาหลีเหมือนกัน เค้าก็เลยพยายามฝึก เราเองก็พยายามฝึก มีอะไรพูดผิดพูดถูกก็แก้ไขกันไป พวกเราทุกคนพากันไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ฝึกพูดกันทุกวันด้วยค่ะ และพวกเค้าก็เป็นเหมือนครอบครัวเราไปเลย

นอกจากนั้นฟอยยังได้ลงลึกไปถึง culture เค้า โดยการไปเข้าชมรมต่างๆ อย่างเช่น ชมรมเครื่องดนตรีพื้นบ้านคนเกาหลี และ ชมรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมคนต่างชาติกับคนเกาหลี ได้มีโอกาสไปเข้าค่ายแบบค้างคืนกับนักเรียนเกาหลีจากยอนเซจริงๆเลยด้วยค่ะ ทำให้เราได้เรียนรู้นิสัยต่างๆของคนเกาหลีด้วยค่ะ

Q: อะไรเป็นสิ่งที่พีคมากที่สุดที่เจอมาในเกาหลี

มันจะน่ากลัวหน่อยๆนะคะ คือตอนนั้นฟอยเคยเกือบโดนหลอกให้ทำอะไรไม่ดีในห้องที่เรียกว่า DVD방ค่ะ หรือก็คือ ห้องดู DVD อาจฟังดูเหมือนห้องดูหนังทั่วไปนะคะ แต่จริงๆมันกลายๆว่า มันเป็นเหมือนโมเต็ลสำหรับคู่รักที่ไม่มีเงินจ่ายพอที่จะไปโรงแรมค่ะ..

คือตอนนั้นฟอยได้รู้จักกับอปป้าเกาหลีคนนึง ซึ่งเค้าเป็นเด็กยอนเซเหมือนกัน แต่คนละสาขากับที่ฟอยเรียน เค้าเจอฟอยในงานปาร์ตี้ของมหาลัย แล้วเค้าก็มาทำความรู้จักกับเรา บอกว่าอยากจะช่วยมาสอนภาษาเกาหลีให้กับคนต่างชาติ เค้าทรีทเราดีมากกกกกกกกก ประหนึ่งพระเอกออกมาจากซีรีย์ค่ะ หน้าตาก็ดี สูง นิสัยดี โอ๊ยดีทุกอย่างค่ะ แม้กระทั่งเวลาเราจะนั่งพื้น เค้าจะไม่ให้นั่งเปล่าๆนะคะ จะรีบหากระดาษหนังสือพิมพ์มาปูไว้ กลัวกระโปรงเราเลอะ ราวกับเราเป็นนางเอกให้ซีรี่ค่ะ 55

แล้วเราเป็นเด็กอายุ 17 คนนึงที่คงจะหัวอ่อนมาก เราก็อารมณ์คล้อยๆตามเค้าค่ะ แต่แรกๆเค้าจะนัดที่ห้องสมุดนะคะ เราก็วางใจ และบอกให้คุณแม่ทราบมาตลอด แต่พอหลังๆนี้ เค้าเริ่มนัดเราออกมาตอนกลางคืน มีรอบหนึ่งเค้าบอกว่า ไป ห้องDVD กันมั้ย ไปดูหนัง ไอเราก็เข้าใจว่ามันคือ โรงหนังขนาดย่อม เราก็ไปด้วย แต่พอไปถึงมันมืดมากกกกกกกค่ะ มันดูเหมือนสถานที่ลึกลับมากๆ เงียบๆด้วย แต่ด้วยความที่โง่หรือมองโลกในแง่ดี ก็ยอมไปค่ะ

รอบแรกเค้าไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ ไปดูหนังเฉยๆจริงๆ แต่พอรอบสองเค้าชวนฟอยไป (คนละที่กับที่แรกค่ะ เพราะไอดีวีดีรูมมันมีเยอะมากที่เกาหลีค่ะ) แล้วคนที่เป็นเจ้าหน้าที่เค้าเห็นหน้าฟอยแล้วขอตรวจพาสปอร์ต ฟอยก็ยื่นให้เค้าไป เค้าทำหน้าตกใจมากค่ะ! แบบเห้ยไม่ได้นะ! เข้าไม่ได้เด็ดขาด! แล้วเค้าก็ดูช็อคมาก ฟอยก็งงๆว่าทำไม อปป้าคนนี้ก็บอกว่า งั้นเราไป จิมจิลบัง แทนนะ (ห้องซาวน่าเกาหลี ที่ค้างคืนได้) ยังไงคืนนี้ก็อยากอยู่ด้วย

เราก็ว่ามันแปลกๆแล้วนะ เรากลัวแล้ว หลังจากนั้น ก็บอกคุณแม่ คุณแม่เลยรีบติดต่อเพื่อนฟอยที่นู่น (ซึ่งเป็นคนญี่ปุ่น) ให้เค้าช่วยมารับฟอยหน่อย หลังจากนั้น ฟอยก็ได้รู้จากเพื่อนเกาหลีว่า ไอสถานที่ที่นี่น่ะ มันเอาไว้ทำเรื่องแบบนั้นนะ!!! เธอไม่ควรไปเด็ดขาด!! มันอันตรายมากๆเลย ทำไมโง่ได้ขนาดนี้

Q: ฟอยได้บทเรียนอะไรมาจากเรื่องนี้คะ

การที่ฟอยรอดพ้นมาได้ มันทำให้เราโตขึ้น พอที่จะเป็นคนระวังตัวมากขึ้น ไม่มองโลกในแง่ดีจนเกินไป แต่มันก็ทำให้รู้ด้วยว่า ต่อให้เค้าทรีทเราดีแค่ไหน เราก็ไม่ควรจะไว้ใจคนแปลกหน้าที่พึ่งรู้จักกันมากมายขนาดนั้น

Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตที่เกาหลี

เรื่องที่ชอบก่อนนะคะ
-ชอบอากาศมากค่ะ อากาศเคลียร์มากๆ หน้าร้อนก็ไม่ร้อนจนเกินไป ฟอยติดอากาศหนาวๆด้วย ได้เล่นหิมะสนุกดีค่ะ ซึ่งการที่อากาศเย็นมันทำให้เราเหนื่อยน้อยลงมาก เดินได้มากขึ้นกว่าตอนอยู่ไทยค่ะ อยู่เกาหลีเดินเป็นกิโลเลยค่ะ
-ชอบที่เรามีอิสระ ได้ทำอะไรในสิ่งที่เราไม่เคยทำเลยที่ไทย ได้ลองใช้ชีวิตเอง เอาตัวรอดเอง หลงเองก็หาทางกลับเอง ไม่ต้องพึ่งพาใครเหมือนตอนอยู่ไทย นั่งรถเมล์ นั่งไม่เป็น ก็ฝึกจนนั่งเองเป็น พูดภาษาเกาหลีไม่ได้ ก็ต้องพูดให้ได้ เพราะคนเค้าไม่ใช่ภาษาอังกฤษมากเท่าไหร่ มันทำให้เราโตขึ้น และชาเลนจ์ตัวเองค่ะ
-ชอบที่บ้านเมืองเค้าปลอดภัยมากค่ะ ออกมาเดินตอนกลางคืนก็ไฟสว่าง ไม่ต้องกลัวว่าเราจะโดนทำร้าย แท็กซี่ก็นั่งได้สบายหายห่วงค่ะ ตอนฟอยอยู่ที่นี่ ตอน เที่ยงคืนฟอยก็ยังออกมาเดินเล่นได้เลยค่ะ มันปลอดภัยจริงๆนะ ซึ่งถ้าเราอยู่ที่ไทย ไม่มีทางที่คุณแม่จะอนุญาติค่ะ แต่ตรงนี้ ฟอยก็อยากบอกว่า เราก็ต้องเซฟตัวเองด้วยนะคะ เพราะว่าแต่ละย่านมันก็อาจจะไม่เหมือนกัน ย่านที่ฟอยอยู่คือย่านมหาวิทยาลัย แถมอยู่ใจกลางเมืองด้วย

สิ่งที่ไม่ชอบคือ
-อพาร์ทเมนต์เค้าค่อนข้างเล็กมากค่ะ แถมยังราคาสูงมากค่ะ อพาร์ทเม้นเล็กมากๆของเค้า ราคาประมาณ 24,000 บาทไทยต่อเดือนค่ะ แต่ที่ฟอยว่าเล็กแล้ว ยังมีเล็กกว่านี้อีกค่ะเค้าเรียกว่า “วอนรูม” อารมณ์แบบ เดินเข้าไปก้าวได้สามก้าวก็เต็มห้องแล้วค่ะ
-อีกเรื่องคือคนเค้าชอบเดินชนค่ะ เดินชนเหมือนตั้งใจจะชนจริงๆนะคะ ฟอยก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไร และอย่าหวังจะได้ยินคำขอโทษค่ะ อารมณ์ว่า ใครเดินชนก่อนชนะค่ะ 555 ฟอยคิดว่าฟอยยังไม่ค่อยชินกับนิสัยนี้คนของเกาหลีบางคนค่ะ

Q: ถ้าเลือกได้ 1 อย่าง…อยากนำอะไรของเกาหลีมาประยุกต์ใช้กับบ้านเราให้บ้านเราดีขึ้น

ความเป็นระเบียบ และความปลอดภัยยามค่ำคืนค่ะ ที่เกาหลีคือเป็นระเบียบค่อนข้างสูง และกฏหมายแรงค่ะ ทำให้คนของเค้านั้นกลัวที่จะทำความผิด เพราะแม้แต่นักร้อง หรือนักแสดงดังๆ หรือแม้กระทั่งคนมีอำนาจ ถ้าทำผิดก็จะได้รับโทษเท่าๆกับคนทั่วไปค่ะ

ฟอยคิดว่าถ้าบ้านเรามีกฏหมายแรงและใช้ได้จริงเท่าบ้านเค้า บ้านเราจะน่าอยู่ขึ้นอีกมากค่ะ

Q: มี quote อะไรที่สอนชีวิตได้ดีที่สุด

“If you want to fly, give up everything that weighs you down.”

Q: ช่วยแชร์หนังสือที่ทุกคนควรอ่าน 1 เล่ม และทำไมต้องเป็นเล่มนี้

The magic of thinking big คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก

Q: ฝากอะไรไว้กับน้องๆคนไทยที่อยากตามรอยฟอย

  • การมาต่างประเทศไม่น่ากลัวอย่างที่คิด มันทำให้เราโตขึ้น มันทำให้เราเห็นมุมมองใหม่เยอะขึ้นมาก ทำให้เรารู้ว่าบ้านเค้ามีอะไรที่เราไม่เคยเห็นจากในซีรี่ย์ ได้เจาะลึกวัฒนธรรมจริงๆของเค้า
  • เมื่อมาถึงแล้ว อย่าอายที่จะ make friends ค่ะ เพราะเพื่อนดีๆนี่แหละ ที่ทำให้เราเติบโตไปในทางที่ดี
  • อย่าอายที่จะพูดภาษาเกาหลีค่ะ จะถูกจะผิด จะอะไรก็ต้องพูดค่ะ เพราะมันคือการฝึกสกิลของเรา ถ้ามาถึงแล้ว ก็ทำมันให้ดี ให้ worth it ที่สุดค่ะ อีกอย่างคือ คนเกาหลีใจดีค่ะ ถึงแม้เขาอาจจะเสียงดัง หรือหน้าดุ แต่เค้าช่วยเหลือเราค่อนข้างมากค่ะ
Facebook Comments