โบ ชีวิต corporate ในสิงค์โปร์ เงินเดือนสูงกว่าไทย 4 เท่า!

0
1681
โบ ชีวิต corporate ในสิงค์โปร์ เงินเดือนสูงกว่าไทย 4 เท่า!

Q: แนะนำตัวให้รู้จักกันหน่อย

สวัสดีค่ะ ชื่อโบ พรพรหม โรจนกีรติกานต์ (เพื่อนต่างชาติเรียก PJ ) สอบชิงทุนรัฐบาลสิงคโปร์มาเรียน ตอนนี้จบ Bachelor of Business Management สาขา Finance จาก Singapore Management University ค่ะ และจบปริญญาตรีทางเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชด้วยค่ะ ตอนนี้เป็น Market Specialist ดูแลข้อมูลด้านการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ (OTC : Over the Counter) ในประเทศไทย เวียตนาม และพม่า

ตอนปี 2 มีโอกาสได้ไปโครงการแลกเปลี่ยนที่ Ritsumeikan Asia Pacific University ประเทศญี่ปุ่น พอปี 4 ก็ไปโครงการแลกเปลี่ยนที่ University of Canterbury ประเทศนิวซีแลนด์

ระหว่างเรียนทำงานพิเศษที่ Yahoo! Inc กับ Credit Suisse พอเรียนจบก็มีโอกาสเข้าโครงการ Executive Trainee ที่ Microsoft ประเทศไทย หลังจากนั้นก็มาเริ่มทำงานที่ Bloomberg LP สาขาสิงคโปร์ค่ะ

Q: เล่าให้ฟังหน่อยว่ากว่าจะได้งานที่ Bloomberg ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

งานที่ Bloomberg ถือเป็นงานในฝันของเราเลยค่ะ เพราะข้อมูลทุกส่วนที่เราดูแลมีส่วนช่วยให้นักลงทุนทั่วโลกตัดสินใจอย่างแม่นยำที่สุด พอชอบงานขนาดนี้ก็เลยมุ่งมั่นสมัครงานถึง 3 ครั้งกว่าจะได้คำตอบรับ

ครั้งแรกเราสมัครไปฝึกงานในทีมข่าวที่โตเกียว ตอนนั้นเพิ่งจะสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นไม่ผ่านตามที่เค้าต้องการ

ครั้งที่สองนี่ลำบากและจำฝังใจมากๆ ตอนนั้นเพิ่งสอบปลายภาคที่นิวซีแลนด์เสร็จ ก็เลยมีเวลาส่งประวัติไปสมัครงาน คราวนี้ทีมที่สิงคโปร์เรียกสัมภาษณ์เร็วมาก แจ้งมาวันพฤหัส ให้ไปสัมภาษณ์วันอังคาร เลยทำให้เราตัดสินใจซื้อตั๋วบินกลับจากนิวซีแลนด์ก่อนกำหนด ต้องทิ้งแผนการเที่ยวทุกอย่างเพื่อโอกาสนั้น แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเพราะโดนปฏิเสธซ้ำสอง บริษัทมองหาคนที่สามารถเริ่มงานได้ทันที แต่เรายังต้องเรียนต่อเทอมสุดท้ายอีกตั้ง 4 เดือน

พอโดนปฏิเสธหลายๆรอบเข้า เราก็เกิดแรงฮึดสู้ ตั้งใจพัฒนาตัวเองในทุกๆด้าน ทั้งด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ สอบภาษาญี่ปุ่นระดับ N3 ลงเรียนปริญญาตรีใบที่สอง ทำงานพิเศษที่ Yahoo! ลงเรียน Advanced Microsoft Excel ไปช่วยงานสถานทูตไทย เป็นไกด์นำเที่ยวให้พิพิธภัณฑ์และมหาวิทยาลัย เราเชื่อว่าความรู้เเละประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยให้เราเป็นผู้ใหญ่และมีไหวพริบมากขึ้น

พอเรียนจบก็ได้ไปฝึกงานในโครงการ Microsoft Executive Trainee ที่ประเทศไทยก่อน ตอนนั้นเองที่ Bloomberg ส่งข่าวมาว่ากำลังมองหานักวิเคราะห์สถิติทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องเขียนโค้ดเป็นด้วย ก็เลยสมัครไปอีกรอบ แล้วก็เข้าไปสัมภาษณ์แบบไปชวนหัวหน้าคุยซะเอง คิดว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่จะได้เรียนรู้ว่า Bloomberg เป็นอย่างไร ปรากฏว่าหัวหน้าพอใจทั้งความสามารถและทัศนคติค่ะ ตอบรับมาหลังจากสัมภาษณ์แค่ 2 รอบ และให้เงินเดือนที่มากกว่าที่ได้ที่เมืองไทยถึงสี่เท่า

Q: การที่คนไทยจะได้งาน Professional ในต่างประเทศยากมั๊ย มีทิปอะไรบ้าง

จะว่ายากก็ยากนะคะ เพราะแต่ละประเทศมีโควต้าวีซ่าทำงานจำกัด แถมเรายังต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเรามีทักษะที่เหนือกว่าคนอื่นๆในประเทศเค้าอีก ซึ่งต้องใช้ทั้งทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ในกรณีของเรา ได้งานนี้เพราะเป็นคนที่เขียนโปรแกรมได้ เข้าใจสถิติ และสามารถวิเคราะห์เศรษฐกิจได้ ที่สำคัญต้องอารมณ์ดี มีใจที่จะพัฒนาธุรกิจของบริษัทค่ะ

Q: การทำงานที่ SG เคยเจออะไรพีคๆมาบ้าง

ตอนได้งานใหม่ๆ เราเป็นคนยิ้มแย้มเเจ่มใสมากเพราะอยากผูกมิตรกับทุกคน เวลาโดนรุ่นพี่ดุก็ไม่ชักสีหน้าแต่ยิ้มให้แบบนอบน้อม แต่ในวัฒนธรรมอื่น เค้ากลับมองว่าเราไม่ซีเรียสกับงานค่ะ รุ่นพี่คนนั้นไปรายงานกับผู้จัดการ จนเราโดนเรียกตักเตือนว่าการยิ้มของเรายิ่งทำให้คนอื่นโมโหยิ่งขึ้น จากวันนั้นมาเราเลยฝึกทำหน้าจริงจัง เเละมุ่งมั่นทำผลงานเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

Q: การอาศัยอยู่ในต่างแดน…มันให้บทเรียนชีวิตอะไรกับเราบ้าง

พื้นฐานของการมาอยู่เมืองนอกคือต้องหัดพึ่งตัวเองในทุกๆด้าน ต้องคิดล่วงหน้าถึงสถานการณ์คับขันต่างๆ เช่น หลงทาง ลืมกุญแจเข้าบ้าน ท่อน้ำชำรุด ไฟฟ้าลัดวงจร ฯลฯ

ถ้าอยากประสบความสำเร็จก็ต้องมีความกล้า (ปนความบ้าบิ่นนิดๆ) ถ้ามั่นใจว่าสิ่งที่ทำมีประโยชน์ และไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครก็ลุยเลยค่ะ ไม่ต้องสนใจคำทัดทานหรือคนที่ไม่เชื่อว่าเราจะทำได้

Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตที่ SG

ชอบ:

  • สิงคโปร์มีบ้านเมืองที่ปลอดภัย
  • ทุกเชื้อชาติและศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้
  • เงินเดือนสูง ภาษีต่ำ

ไม่ชอบ:

  • ที่พักราคาเเพงมาก
  • คนขับเเท็กซี่ชอบปฏิเสธคนที่มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่

Q: quote อะไรสอนชีวิตได้ดีที่สุด

เวลาเจอคนไม่มองไม่ทักหรือไม่เห็นด้วยกับไอเดีย เรามักจะนึกถึงสิ่งที่อาจารย์ภาษาอังกฤษของเราเคยสอนไว้เมื่อตอนม.ต้นว่า “อย่าเอาความสุขของชีวิต ไปผูกติดกับความคิดของคนอื่น” แทนที่จะเสียใจ เราก็เฉยกับคนเหล่านั้นซะ

Q: ช่วยแชร์หนังสือหรือหนังที่ทุกคนควรอ่าน/ดู

The Pursuit of Happyness (หนังตั้งใจสะกดผิด) แสดงนำโดย Will Smith เป็นเรื่องที่สอนให้เราสู้กับอุปสรรคชีวิตไม่ว่าจะเจอกับอุปสรรครูปแบบไหน

หนังสือชุด วิธีพาตัวเองออกจากกล่องใบเล็ก (Leadership and Self-Deception: Getting Out of The Box) เขียนโดย The Arbinger Institute เล่มนี้ช่วยให้เราเลือกที่จะเป็นตัวของตัวเองเมื่อรู้สึกว่าหัวใจไม่ไปตามสมอง เป็นหนึ่งในหนังสือที่เปลี่ยนชีวิตเราเลยล่ะ

Q: มีอะไรอยากทิ้งท้ายไว้กับคนไทยด้วยกัน

คนเราไม่ได้เกิดมามีคนช่วยเหลือหรือร่ำรวยทุกคน แต่ก็ใช่ว่าจะไร้หนทาง ถ้ามีความอดทนและขยันที่จะพัฒนาตนเอง ก็จะไม่มีอะไรมาหยุดความก้าวหน้าของเราได้

Facebook Comments