ฝ้าย ประสบการณ์การฝึกทหาร US Navy สุดโหดในอเมริกา!

0
1109
ฝ้าย ประสบการณ์การฝึกทหาร US Navy สุดโหดในอเมริกา!

Q: ช่วยแนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

หวัดดีค่ะ ชื่อ ลลิตา ลิมปิชาติ หรือเรียกสั้นๆว่า “ฝ้าย” ก็ได้ เป็นคนไทยที่เกิดที่อเมริกาแต่โตที่ไทยค่ะ หลังจากออกจาก ม.3 ที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ก็มาเรียนต่อ High School ในรัฐ New Jersey พอจบแล้วก็ตัดสินใจสมัครเป็นทหารเรือใน U.S. Navy

เป็นทหารอยู่ 5 ปีก้ออกมาเรียนต่อเพราะรู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง มีความรู้สึกว่าต้องการอะไรที่ถ้าทายทางปัญญามากกว่า บวกกับงานที่ทำไม่ได้ให้ job satisfaction ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนสายงานมาทำอะไรที่คิดว่าช่วยคนได้มากกว่า แล้วก็เป็นอะไรที่เราสามารถenjoyได้ด้วย

ปัจจุบันทำงานเป็น Soil Scientist อยู่ที่ U.S. Department of Agriculture ค่ะ ทำงานสำรวจดิน (field survey) เพื่อเก็บข้อมูลมาจำแนกประเภทของดิน แล้วนำมาใช้ในการทำแผนที่ดิน (soil maps)

การศึกษา: A.S. in Natural Science and Mathematics at Bergen Community College
B.S. in Environmental Resource Management (Soil Science concentration) at Penn State
Utilitiesman “A” School at 366th Training Squadron/Center for Seabees and Facilities Engineering

Q: ทำไมถึงมีโอกาสได้เข้าร่วม US Navy

เอาแบบตรงๆเลยนะ ตอนนั้นอายุ 18 ฝ้ายก็คิดแบบเด็กๆว่าเราอยากไปเปิดโลก อยากไปต่างประเทศ อยากไปเที่ยวว่างั้นเหอะ 55 อยากไปหาประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เหมือนใคร

อีกอย่างฝ้ายไม่ต้องการจะกวนคุณพ่อคุณแม่เรื่องค่าเทอม ก็เลยคิดว่าถ้าทำแล้วไม่ชอบ ทางทหารก็มีทุนการศึกษาให้ พอที่จะส่งเราเรียนจนจบ แถมได้เงินเดือนบวกสวัสดิการอีกต่างหาก ก็เลยตัดสินใจลองสมัครดู

ตอนนั้นไปอเมริกาได้เกือบ 4 ปี ภาษาเราก้ยังไม่ถึงกับแข็งหรอกนะ ไปสอบเข้าทหารครั้งแรกยังไม่ผ่านด้วยซ้า แต่ด้วยความที่ชอบการถ้าทายตัวเองก้เลยพยายามอีกที จนได้

Q: ช่วยเล่าชีวิตใน US Navy ให้ฟังหน่อย ต้องทำอะไรบ้าง ต้องตื่นกี่โมง โหดมั๊ย

ชีวิตในกองทัพเรือของฝ้ายไม่ค่อยจะเหมือนทหารเรือทั่วไปหรอกค่ะ เพราะว่าไม่ได้อยู่บนเรือ มียืนเวรยามตอนดึกๆเป็นบางครั้ง ทำความสะอาดบ่อยๆ

แต่ที่ต้องทำเป็นประจำคือตื่นตี 5 ครึ่งทุกวัน เพื่อไปเข้าแถวแต่เช้า แล้วทุกวันจันทร์ พุธ ศุกก็จะมีการออกกำลังกายตอนเช้าด้วยกันทั้ง Battalion ก่อนที่จะเข้างานเวลา 9โมง ออกกำลัง ก็แล้วแต่นะว่าใครเป็นคนนำ ถ้าเจอ Senior Chief สายโหดนำ ก็จะพาทุกคนวิ่ง 5 ไมล์ (ประมาน 8 กิโล) หลังจากที่ดันพื้น sit-up อะไรเสร็จแล้ว แต่ถ้าปกติก้คือ calisthenics บวกวิ่ง 3 ไมล์

Q: ที่บอกว่าทำงานใน US Navy นี่คืองานอะไรอ่ะคะ

ก็คือแล้วแต่เลยว่าวันนั้นมีงานอะไรบ้าง อาจจะมีการเรียนงานเฉพาะสายในห้องเรียน หรือเรียนรู้การป้องกันตัว, combat warfare, marksmanship คือฝึกโน่นนั่นนี่ตลอดเวลาแหละ แล้วแต่ว่าเค้าจะให้ทำอะไร อันนี้คือตอนที่ไม่ได้ deploy ไปต่างประเทศ

แต่ถ้าเวลา deploy ให้ไปทำงานที่ต่างประเทศ ก็คือจะเป็นการไปทำงานเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงหรือที่เรียกว่า camp maintenance ซะส่วนใหญ่ หน่วยที่ฝ้ายทำงานเป็นหน่วยก่อสร้างซ่อมบำรุงของ US Navy

ส่วนใหญ่งานที่ทำเวลาไปต่างประเทศก็จะเป็นแนวนั้น อย่างเช่นไปสร้างห้องน้ำให้หมู่บ้านในญี่ปุ่นบ้าง ไปสร้างอาคารที่ฐานทัพเรือใน Cuba บ้าง

Q: แล้วมีแบบต้องไปฝึกรบอะไรงี๊บ้างป่าว

ถ้าไม่ไปต่างประเทศ ก็จะมีการฝึกรบแบบที่ต้องเข้าไปสู้กับศัตรูกันในป่า แบบยุคVietnam War คล้ายๆในหนังนั่นแหละ 55 เวลาพูดแบบนี้อาจจะฟังดูน่าสนุกนะ แต่ความสนุกที่ว่าคงมีแต่การมโน ในหัวเราแค่นั้นแหละ ว่าเรากำลังเล่นเกมอยู่

จริงๆแล้วลำบากมาก ทั้งอดนอน อดอาบน้ำ อดใช้มือถือ ยืนเวรยามกลางฝนกับปีนบวกเสื้อเกราะ บางทีเหนื่อยจนสัปหงกทั้งยืนเลยก็มี 55 แต่ในความลำบากนั้นมันก้ทำให้เราเห็นคุณค่าของอะไรเล็กๆน้อยๆในชีวิตได้เหมือนกันนะ มันทำให้ฝ้ายได้รู้ว่าที่จริงแล้วคนเรามีของไม่กี่ชิ้นก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

Q: ในฐานะสาวไทยตัวน้อยๆ…เคยเจออุปสรรคอะไรในการเข้าร่วม US Navy บ้างมั๊ย

โอ้โห เยอะเลย 555

  • ตั้งแต่ยังไม่เข้าเลยดีกว่า ปกติแล้วเป็นคนไม่ค่อย active ด้วย ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ เลยต้องเตรียมตัวหนักกว่าคนอื่น
  • ช่วงที่จะเข้าไปใหม่ๆก็เลยกลัวว่าจะไม่ผ่านเกนณ์สมรรธภาพร่างกาย แต่พอผ่านแล้วไปเข้า bootcamp เค้าก็พาเราวิ่งๆๆจนขาเจ็บ เพราะร่างกายไม่ชินแล้วรับไม่ไหว ไปหาหมอ หมอก็ให้พักนิดๆหน่อยๆก้ต้องกลับไปฝึกต่อแล้ว มันก็ไม่หายขาดสักที
  • แต่ก็บอกตัวเองว่าเรามาไกลเกินกว่าที่จะกลับหลังแล้วเลยสู้ต่อไป เพราะครูฝึกจะชอบเตือนทุกคนว่าการ graduate คือวิธีที่คุณจะได้ออกไปจาก bootcamp อย่างเร็วที่สุด
  • โชคร้ายที่เกิดมาขาสั้น 55 จะวิ่งให้ทันคนอื่นก้ต้องพยายามมากกว่า 2 เท่าแรกๆเราก็ตามเค้าไม่ทัน ใช้เวลาประมาน 3 ปี นานเหมือนกัน กว่าจะวิ่งตามแบบสบายๆได้
  • เรื่องภาษาก้เป็นอุปสรรคเหมือนกัน บางทีก็ฟังคำสั่งไม่รู้เรื่อง 555 เราก้อาศัยการชำเลืองมองว่าคนอื่นเค้าทำกันยังไงแล้วพยายามทำตาม ผ่านมาได้แบบเอาตัวรอดสุดๆ
  • อีกอย่างฝ้ายเป็นผู้หญิงที่ทำงานในองกรค์ที่มีผู้ชายเป็นส่วนมาก อุปสรรคในการทำงานคงหนีไม่พ้นการที่ผู้ชายจะมองเราว่า “ด้อยกว่า” ในหลายๆด้าน อาจจะเป็นความอดทนหรือร่างกายที่อ่อนแอกว่า หรืออาจจะมองว่าผู้หญิงคงทำอะไรเหยาะแหยะ
  • เป็นเหตุผลที่เราจะต้องต้องพิสูตรตัวเองให้เค้าเห็นว่าเราก็สามารถทำในสิ่งที่เค้าทำได้เหมือนกัน บางทีต้องทำให้ได้ดีกว่าซะด้วยซ้ำ ถึงจะได้รับการยอมรับนับถือจากเพื่อนร่วมงานและลูกน้อง

Q: เคยเจออะไรพีคๆมาบ้างใน Navy

  • ที่คิดว่าพีคที่สุดคงจะเป็น Gas Chamber คือเค้าจะให้เราเดินใส่หน้ากากเข้าไปในห้องที่มีแก๊สน้ำตาอยู่ แล้วถอดหน้ากากเพื่อ “บอกชื่อ ตอบคำถามอะไรนิดหน่อยซึ่งมันเร็วมาก” แต่มันทรมานสุดๆเพราะเราจะหายใจไม่ออก ทุกอย่างจะแสบ น้ำหูน้ำตาไหลแบบบังคับไม่ได้ เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ฝ้ายมองโลกเปลี่ยนไป
  • อีกอันที่พีคคือตอนที่ได้ไปฝึกการป้องกันตัวของ​ Marines ที่จะต้องผ่านด่านแรกด้วยการโดนฉีดสเปรพริกไทยบนหน้าก่อนที่จะปฏิบัติ ที่จริงแล้วการป้องกันตัวไม่ได้ยาก แต่ที่ยากคือการที่จะต้องทำสิ่งที่เรียนมาให้ได้ในขณะที่มีสเปรพริกไทยอยู่บนหน้า เพราะความแสบร้อนทำให้สมาธิเสียและมองไม่ค่อยเห็น ถ้าถามว่าเจ็บมากมั้ย บอกเลยว่าพีคมาก!! ไข้ขึ้นเลย 55
  • เรื่องพีคๆก็มีตอนที่ได้ไปทำงานใน Guantanamo Bay, Cuba ซึ่งเป็นที่ๆเค้าคุมขังพวกผู้ก่อการร้าย จากการที่ได้เจอบวกกับเรื่องเล่าที่ผู้คุมเล่าต่อกันมาทำให้เสียวสันหลัง แต่ฝ้ายขอไม่เล่ารายละเอียดของเรื่องราวที่ได้ยินมาเพราะคงจะไม่เหมาะสมที่จะแชร์ในนี้

Q: การได้มาใช้ชีวิตใน US Navy มันให้บทเรียนอะไรกับชีวิตตัวเองบ้าง

ฝ้ายได้บทเรียนอะไรหลายๆอย่างที่คงพูดทีเดียวไม่หมด แต่หลักๆคงจะเป็นการทำงาน ที่เราอาจจะได้เจอกับเจ้านายที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง เพียงแต่เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด มีสติ รู้จักระงับอารมณ์ ก็จะทำให้เรา อยู่ได้

ความเคารพซึ่งกันและกันนั้นสำคัญ ไม่ว่าเพื่อนร่วมงานเราจะอายุน้อยกว่าหรือว่าอายุเท่ากัน เป็นเพื่อนกับเราหรือไม่เป็นเพื่อนกับเรา ยศต่ำกว่าหรือเท่ากับเราก็ควรจะ respect ซึ่งกันและกัน เพราะเราอาจจะไม่มีทางรู้ว่าวันนึงคนเหล่านั้นจะได้มาเป็นลูกน้องหรือเจ้านายเรารึเปล่า เพราะถ้าคนเหล่านั้น มีความเคารพในตัวเรา มันจะทำให้การทำงานราบรื่นขึ้นเมื่อวันนั้นมาถึง

Q: มุมมองชีวิตที่ไทย “ต่าง” จากตอนไปอยู่ที่ US ยังไงบ้าง

ด้วยความที่เป็นคนที่โตที่เมืองไทย ก้จะเข้าใจวิธีการคิดและค่านิยมหลายๆอย่างของคนไทย ซึ่งทำให้การมาอยู่ที่นี่นานๆเห็นความแตกต่างและมีมุมมองที่เปลี่ยนไป

ในความคิดเห็น ฝ้ายคิดว่าคนไทยเก่งนะ แต่อาจจะไม่ได้ใช้ศักยภาพทั้งหมดของตัวเองหรือทำสิ่งที่ชอบเพราะความกดดันจากคนรอบข้างบ้าง หรือตามเพื่อนบ้าง

ฝ้ายว่าไม่ต้องไปเลียนแบบใครหรอก เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด ถ้าจะเลียนแบบให้เลียนแบบนิสัยของคนเก่งเท่านั้น แล้วดูว่าเค้าทำอะไรถึงประสบความสำเร็จ การค้นหาตัวเองอาจจะทำได้ยากและใช้เวลานาน แต่แนะนำให้ลองทำในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยดูบ้าง เพราะมันอาจจะให้คำตอบกับตัวเองได้ว่าอะไรที่ใช่สำหรับเรา

Q: มีทิปการฝึกภาษาอังกฤษอะไรมาแชร์บ้าง

วิธีที่ฝ้ายใช้ในการเรียนภาษาช่วงที่มาแรกๆเลยคือดู TV 55 ดูหนัง ดูซีรี่ในทีวี (ที่ไม่มี sub) แล้วฟังว่าเค้าพูดหรือ เรียบเรียงประโยคยังไง ไม่ได้สนเรื่องแกรมม่ามากเท่าไหร่ แค่อยากรู้ว่าบทสนทนาเป็นยังไงเท่านั้น พอฟังไปจนเริ่มชินแล้วเราก้จะเริ่มเห็นวิธีการใช้ tense ที่แตกต่างในแต่ละสถานการณ์

หรือถ้ายากไป อาจจะหาอะไรที่เปิด English subtitle ก้ได้จะได้รู้ว่าเค้าออกเสียงบางคำยังไง

แต่คิดว่าวิธีที่จะทำให้ได้ภาษาเร็วที่สุดคือการใช้กับเจ้าของภาษาเองซะเลย และการอ่านจะช่วยเพิ่มคำศัพศ์ได้ดีด้วยค่ะ

Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไรกับชีวิตที่ US

ที่ชอบ
– ผู้คนมีอิสระมากกว่า ในการแสดงความคิดเห็นหรือการศึกษา อย่างเช่นเวลาเข้ามหาลัยเด็กที่นี่สามารถเลือกสาขาตอนปีหนึ่งหรือปีสองได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกสายที่เรียนก่อนเข้ามหาลัย
– กฎหมายที่นี่เข้มงวดและมีไว้คุ้มครองคนได้จริงๆ
– ผู้คนที่นี่ไม่ค่อยวัถถุนิยมมากเท่าที่ไทย เค้าไม่ค่อยแคร์ว่าคุณจะใส่เสื้อผ้ายี่ห้ออะไร หรือขับรถแบบไหน เวลาไปข้างนอกก้จะแต่งตัวแบบสบายๆ

ที่ไม่ชอบ
-ค่าครองชีพและอาหารที่นี่ส่วนใหญ่จะแพงกว่าบ้านเรา แล้วอาหารรสชาติก็จะฝรั่งๆอ่ะเนอะ มันจัด หวานจัด
-อากาศที่บางทีหนาวจัดจนทรมาน ทำให้ไม่อยากออกนอกบ้าน แล้วหนาวนานด้วยนะ บางทีแย่จนถึงขนาดออกจากบ้านไปไหนมาไหนไม่ได้เลย
-อเมริกาเป็นประเทศที่ใหญ่มาก จนบางทีก้รู้สึกว่าใหญ่ไปมั้ย? แค่เดินทางภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างเมืองหรือระหว่างรัฐต้องใช้เวลานานและค่าใช้จ่ายสูง เลยคิดว่าอเมริกาน่าจะเอาอย่างยุโรปหรือญี่ปุ่นบ้างแล้วสร้างทางรถไฟใช้ในการคมนาคมให้มากกว่านี้

Q: มี quote อะไรที่สอนชีวิตได้ดีที่สุด

“By failing to prepare, you are preparing to fail” – Benjamin Franklin

Q: แนะนำหนังสือที่ทุดคนควรอ่าน 1 เล่ม

“คำพ่อสอน” หนังสือประมวลพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของในหลวงร. 9

Q: ถ้ามีน้องๆอยากสมัครเข้าทำงานใน US Navy บ้าง ฝ้ายแนะนำอะไรได้บ้างคะ

ถ้าพูดถึงการสมัครเข้าเป็นทหารของ U.S. แล้วคงต้องเป็น U.S. citizen หรือ permanent resident เท่านั้น
แต่ถ้าไม่ติดข้อแม้เหล่านั้นแล้วคิดว่าต้องการจะสมัครเข้าเป็นทหารของสหรัฐก็ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

Q: ฝากอะไรไว้กับพี่ๆน้องๆคนไทยหน่อยค่ะ

ถ้าพูดถึงการทำตามฝันของตัวเองแล้ว ฝ้ายก็ขอให้น้องๆไปถึงจุดหมายที่ต้องการ

  • ขอแค่มีความอดทน มีการเตรียมพร้อมที่ดีและอย่าละเลยรายละเอียดยิบย่อย เพราะมันสามารถช่วยได้หลายๆอย่าง เช่นการประหยัดเวลา ช่วยให้เราไม่พลาดโอกาสดีๆ และฝึกให้เราเป็นคนรอบคอบ
  • ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามให้ทุ่มกับมัน 100% เสมอ เพราะถ้าเราพลาด อย่างน้อยเราก้ไม่ต้องเสียดายเพราะเราได้ทำมันจนสุดความสามารถแล้ว
  • อย่ามองความล้มเหลวว่ามันเป็นการก้าวถอยหลัง ให้มองว่ามันเป็นบทเรียนที่จะช่วยต่อยอดให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นในวันข้างหน้า
  • เชื่อว่าเราต้องทำได้ ถ้าเราไม่ลองอะไรใหม่ๆเพราะคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ ถือว่าเราแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแล้ว
Facebook Comments