ก้อย จากน.ร.เลอกอร์ดองเบลอ สู่ เชฟไทยคนเก่งในออสเตรเลีย

0
695
ก้อย จากน.ร.เลอกอร์ดองเบลอ สู่ เชฟไทยคนเก่งในออสเตรเลีย

Q: แนะนำตัวให้รู้จักกันหน่อย

สวัสดีค่ะ ชื่อก้อยนะคะ เรียนจบธุรกิจระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญค่ะ ตอนนั้นกำลังจะเรียนจบเทอมสุดท้ายพอดี กำลังคิดเลยว่าควรจะทำยังไงต่อกับชีวิต พอดีได้เจอลูกสาวของเพื่อนคุณพ่อที่เป็นเชฟทำงานในออสเตรเลียอยู่แล้วมาแนะนำค่ะว่าที่นี่กำลังขาดคนในสายอาชีพนี้ แล้วถ้าเราย้ายมาเรียน มาทำงานที่นี่ก็อาจจะมีสิทธิ์ขอเป็นเป็นคนที่นี่ หรือที่เค้าเรียกกันว่า Permanent Residency (PR) ของที่นี่ได้

จริงๆแล้วเราก็ชอบการทำอาหาร ถ้าลองมาเป็นเชฟที่นี่ก็น่าจะสนุกดี แต่ด้วยความที่เราไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนก็เลยไปลองลงคอร์สทำอาหารแบบเบสิคที่เลอกอร์ดองเบลอมาก่อนคอร์สนึงค่ะ จะได้รู้ว่าความจริงเราชอบทางนี้จริงๆรึเปล่า พอเรามั่นใจว่าชอบจริงแล้วก็โอนมาเรียนต่อให้จบคอร์สอื่นๆที่นี่

ปัจจุบันนี้ได้ PR แล้ว และก็เป็น sous-chef (ซูเชฟ ภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “รองหัวหน้าเชฟ” ค่ะ) ให้กับโรงแรมในเครือ Accor ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลียค่ะ

Q: กว่าจะได้มาเป็น sous-chef… เคยผ่านอะไรมาบ้าง

โห… กว่าจะได้เป็นซูเชฟ (รองหัวหน้าเชฟ) ก็ทำมาหลายที่ หลายอย่างนะคะ

ตอนแรกก็เริ่มแบบเด็กไทยคนอื่นๆนี่แหละ ทำงานตามคาเฟ่ ตามร้านอาหาร พอมีเวลาว่างก็มีไปรับจ๊อบอื่นๆบ้างแล้วแต่จะหาได้ ช่วงนั้นมีงานอะไรก็ทำหมดแหละค่ะ ทำงานไปเรียนไป

ใจจริงตอนนั้นก็อยากทำงานกับร้านฝรั่งๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วค่าตอบแทนจะสูงกว่าค่ะ แต่ก็กลัว กลัวไปหมดเลยว่า เราจะทำได้มั๊ย? จะคุยกับเค้ารู้เรื่องรึเปล่า? แล้วเราจะทำอาหารฝรั่งได้ยังไงในเมื่อเราเป็นคนไทย? ประสบการณ์อะไรก็ไม่มี?

คือยืนถือเรซูเม่อยู่หน้าร้านนานเลยค่ะ แต่สุดท้ายก็พยายามบอกกับตัวเองค่ะว่าถ้าวันนี้เราลองยื่นไปผลลัพธ์ก็มีทั้งได้และไม่ได้ แต่ถ้าเราหันหลังกลับตอนนี้ เราจะไม่มีสิทธิ์ได้อะไรเลย ก็พยายามคิดหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองค่ะว่าเราต้องสู้สิ เราอุตส่าห์ไปลงเรียนมาแล้ว จะมาตกม้าตายเพราะแค่เราไม่กล้าแค่นี้เหรอ?

และในที่สุดก็ได้งานที่โรงแรมในเครือ Accor ค่ะ แล้วสุดท้ายก็ได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็น sous-chef ค่ะ

Q: ทำไมก้อยจึงได้รับการสปอนเซอร์วีซ่าจากที่ทำงานในออสเตรเลียคะ

ก้อยว่าหลักๆเลย เราทำทุกอย่างให้เค้าเต็มที่ตลอดค่ะ และก้อยพยายามพัฒนาตัวเองตลอดเลย อ่านหนังสือ สังเกตตลาด ฝึกคิดและลองเมนูใหม่ๆคือก้อยว่าการอยู่ใน safe zone ของตัวเองมันก็ดีค่ะแต่เราจะพัฒนาได้ช้า

ความจริงแล้วการเป็นเชฟไม่ใช่แค่การทำอาหารเพียงอย่างเดียวแต่มันถือเป็นศาสตร์อย่างนึงเหมือนกันนะคะ เราต้องเรียนรู้การตลาด ต้องศึกษาเรื่อง financial ต้องใช้คอมพิวเตอร์ให้ได้ในระดับนึง ต้องหัดสร้าง connection กับ supplier เรียนรู้เรื่อง supply chain management แล้วก็อะไรหลายๆอย่างอีกเยอะเลยค่ะ
มันเลยทำให้ก้อยเป็นคนที่ไม่ใช่แค่ทำอาหารได้อย่างเดียวแต่เราสามารถบริการและจัดการเรื่องอื่นๆได้อีกด้วยค่ะ

Q: ขอทิปให้กับคนที่อยากได้รับการสปอนเซอร์วีซ่าหน่อยละกัน

  1. ทำทุกอย่างให้เต็มที่ตลอดค่ะ
  2. ด้วยนิสัยคนไทย เราเป็นคนน้อบน้อมและทำงานกับคนอื่นได้ง่ายอยู่แล้ว จงนำสิ่งนี้ออกมาใช้
  3. แสดงให้เค้าเห็นว่าพยายามพัฒนาตัวเองและใฝ่หาความรู้อยู่ตลอดค่ะ

Q: คนไทยหลายๆคนกลัวการสมัครงานกับ “ฝรั่ง” ทั้งๆที่ความสามารถตัวเองสูงมากๆ มีอะไรอยากบอกกับน้องๆบ้างคะ

“ความกล้า” ค่ะ คนไทยส่วนใหญ่มีนิสัยถ่อมตัว ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดีค่ะ เราก็ต้องมีความมั่นใจในตัวเองด้วย
อย่าไปคิดว่าเราคงทำไม่ได้หรือไม่เก่งพอถ้าเรายังไม่ได้ลองทำ

แต่ก็ไม่ใช่มั่นใจจนเกินไปคิดว่าเราเก่งไปหมดนะคะ เอาเป็นว่าอยู่ในระดับที่เราเคารพคนอื่นแล้วก็ไม่ดูถูกตัวเองก็พอ

ถ้าครั้งแรกผ่านไปได้ต่อๆไปก็จะง่ายขึ้นค่ะ

Q: ก้อยมีทิปฝึกภาษาอังกฤษอย่างไรบ้าง

จริงๆแล้วภาษาอังกฤษก็เป็นภาษาที่ใช้สื่อสารภาษานึงเหมือนภาษาไทยนี่แหละค่ะ ที่เราสื่อสารภาษาไทยได้คล่องก็เพราะเราใช้มันอยู่ตลอด

ดังนั้นถ้าเราอยากใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องเราก็ต้องพยายามใช้มันเหมือนกัน พยายามพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ไม่ได้ถึงขนาดที่ว่าจะต้องนั่งท่องคำศัพท์ใหม่ๆทุกวันๆ แค่ถ้ามีโอกาสใช้ก็ “อย่าหนีมัน” ภาษาเป็นอะไรที่ต้องใช้ต้องฝึกฝนค่ะ ถ้าเราใช้มันไปเรื่อยๆวันนึงเราก็จะเก่งเองโดยอัตโนมัติค่ะ

Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตในออสเตรเลีย

ชอบหลายอย่างเลยค่ะ

  • ชอบที่ท้องฟ้าที่นี่เป็นสีฟ้า (555+ จริงๆนะคะ) อยากให้ที่บ้านเราท้องฟ้าแจ่มใสแบบนี้บ้าง
  • ชอบที่ผู้คนมีความหลากหลายแต่ทุกคนก็เคารพในความแตกต่างของกันและกัน
  • ถ้าเป็นเรื่องงาน คนที่นี่ค่อนข้างจะตรงไปตรงมาและวัดกันที่ตัวผลงานมากกว่าจะมาให้ความสำคัญว่าคุณเป็นใครมาจากไหนหรืออายุเท่าไหร่ค่ะ

ที่ไม่ชอบมากที่สุด

  • น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องมาอยู่ไกลบ้านนี่แหละค่ะ ไม่ว่าที่อื่นจะดียังไงมันก็ไม่อบอุ่นเหมือนอยู่บ้านเราค่ะ อยู่ที่นี่มาตั้งนานก็ยังเหงาเหมือนเดิม

Q: ฝากอะไรไว้หน่อยสำหรับกับคนที่อยากเจริญรอยตามก้อย

  1. ตอนคนเราเองฝึกเดิน ยากที่สุดก็ “ก้าวแรก” นี่แหละค่ะ ถ้าเราก้าวผ่าน “ความกลัว” ไปได้ ก้าวต่อๆไปก็จะง่ายขึ้นค่ะ
  2. ความนอบน้อมและถ่อมตัวของคนไทยเป็นเรื่องที่ดีมากๆและควรรักษาไว้ค่ะ แต่อย่าไปคิดค่ะว่าคนไทยเก่งสู้ชาติอื่นไม่ได้ ข้อเสียคนไทยก็มี แต่ข้อดีก็มีเยอะเหมือนกันค่ะ คนไทยขยัน อดทน นอบน้อม เห็นอกเห็นใจและให้เกียรติผู้อื่นค่ะ
  3. ช่วงแรกเราอาจจะต้องพยายามมากหน่อยเพราะภาษาอังกฤษเราไม่แข็งแรงเหมือนฝรั่งเค้า แต่อย่าลืมค่ะว่าไม่ได้มีชาติไทยชาติเดียวที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ มีอีกตั้งหลายชาติที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ แล้วเท่าที่เจอเพื่อนที่ทำงานมาด้วยกัน ภาษาอังกฤษเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเค้าเลยค่ะ ถ้าเค้าทำได้ แล้วทำไมเราจะทำบ้างไม่ได้
Facebook Comments