แป๋ม เด็กไทยเรียนต่อ…แต่ไม่จำเป็นต้องทำงาน “แรงงาน” เสมอไป!

0
2444
แป๋ม เด็กไทยเรียนต่อ...แต่ไม่จำเป็นต้องทำงาน “แรงงาน” เสมอไป!

Q: แนะนำตัวให้รู้จักกันหน่อย

สวัสดีค่ะ ชื่อแป๋มนะคะ จบจากคณะบัญชี ภาคบริหารธุรกิจ เอกโลจิสติกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ

หลังจากเรียนจบ แป๋มเริ่มทำงานเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออกในบริษัทขนาดกลางที่ประเทศไทยทั้งหมดสามแห่ง จนกระทั่งรู้สึกอิ่มตัวกับงานที่ทำ และอยากเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว โดยตัดสินใจที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และองค์ความรู้ให้มากที่สุด ก่อนจะเริ่มทำธุรกิจแบบเต็มตัว

แป๋มตัดสินใจ ลงคอร์สเตรียมตัวเรียนปริญญาโทที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และเดินทางมาเรียนต่อปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจ MBA ที่ University of the west of Scotland ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ตอนนี้แป๋มทำ Research analyst ที่ บริษัท Maritzcx บริษัทวิจัยการตลาดชื่อดัง 1 ใน 5 ของโลกที่ลอนดอน ควบคู่ไปกับการเป็น Compliance Analyst ที่บริษัท Empello Ltd บริษัท Tech start up ค่ะ

Q: เด็กไทยในต่างประเทศ มักจะไปทำงาน hospitality/งานแรงงาน ซะส่วนใหญ่ (ซึ่งก็ไม่ผิด)…แต่ทำไมแป๋มถึงเลือกไปทำงานที่เป็นบริษัทคะ

แป๋มมองว่าทุกๆงาน มีคุณค่าและโอกาสดีๆซ่อนอยู่เสมอ แต่ขึ้นกับว่า ตัวเราต้องการคุณค่าในมิติไหน ที่จะคุ้มค่ากับเวลา และค่าเสียโอกาสของเรามากที่สุด

งานในร้านอาหารบางร้าน สามารถสร้างรายได้ให้เรา มากกว่างานออฟฟิศบางแห่ง ได้พบปะพูดคุยกับผู้คนหลากหลาย รูปแบบงานชัดเจน อาศัยความขยันและอดทน ในการทำงาน แตกต่างออกไปสำหรับการทำงานในองค์กรเอกชน ท้าทายเรื่องวิธีคิด การปรับตัว การเรียนรู้ทางสังคม จัดการ และแก้ไขปัญหาใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ความแตกต่างที่ชัดเจนสำหรับการเป็นพนักงานและเด็กฝึกงาน จึงไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาจากงานที่ทำ แต่รวมไปถึงโอกาสในการก้าวหน้า และวิธีการวัดผล เพราะบริษัทเอกชนจะจ่ายเงินเป็นค่าตอบแทน โดยดูจากผลงานที่เราทำในแต่ละวัน ไม่ได้กำหนดชัดเจนแบบพนักงานร้านอาหาร ซึ่งหมายความว่า เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อผลงานที่ดีขึ้นในทุกๆวัน

ไม่ใช่แค่รายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานในองค์กร ค่อนข้างตอบโจทย์ของแป๋มในมิติของการบริหาร มากกว่าการบริการ เข้าใจคนทำงานในทุกระดับชั้น เพื่อเรียนรู้ที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจอย่างเต็มตัว

Q: ช่วยเล่าประสบการณ์การหางานที่อังกฤษให้รู้จักกันหน่อยว่ามันยากง่ายยังไงบ้าง

ไม่ยากเลยค่ะ ถ้าเรารู้จักตัวเองดีพอ แต่จะยากมากถ้าเราไม่รู้ว่าจุดเด่นของตัวเองอยู่ตรงไหน เพราะการสมัครงาน คือการเดินเข้าไปบอกบริษัทว่าสิ่งที่ฉันทำได้ดี มันช่วยให้บริษัทคุณเติบโตได้อย่างไร และไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะยอมรับในความเป็นตัวเรา ไม่ใช่ถูกปฏิเสธแค่ครั้งเดียว แต่อาจจะมากกว่าสิบครั้ง และท้ายที่สุดมันขึ้นกับว่าเราจะหยุดหรือไปต่อ

แป๋มได้งานผ่านบริษัทพวก recruiter และจากการสมัคผ่าน indeed เว็บไซต์รวมประกาศงาน ด้วยการเน้นจุดเด่นของตัวเองลงในเรซูเม่ และแน่นอนว่าเมื่อถูกปฏิเสธ แป๋มไม่หยุด แป๋มไปต่อค่ะ

Q: แป๋มมีทิปอะไรอยากฝากคนไทยในการหางานในต่างประเทศทั้งๆที่วีซ่าของเราก็ยังเป็นนักเรียนอยู่

เนื่องจากวีซ่านักเรียน ถูกจำกัดชั่วโมงทำงาน ประกอบกับตารางเรียนช่วงกลางวัน ทำให้จัดเวลาทำงานลำบาก แป๋มเองก็เคยปฏิเสธงานที่อยากทำมากๆ เพราะติดเรียน อยากบอกว่าเข้าใจจริงๆ เพราะงานบริษัทต้องเข้างานตอนกลางวัน ส่วนเราก็ต้องเข้าเรียนช่วงเวลาเดียวกัน งานที่ทำหลังเลิกเรียนได้ ก็ไม่พ้นงานร้านอาหาร หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต

แต่ในเมื่องานให้ผลลัพธ์ที่ไม่ตอบโจทย์ แป๋มจึงบอกกับตัวเองว่า Don’t lose your faith เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วออกไปตามหาสิ่งที่ใช่ ทุกครั้งที่สัมภาษณ์งาน แป๋มจะบอกกับผู้สัมภาษณ์เสมอว่าแป๋มอยากทำงานและเหมาะสมกับงานนี้ขนาดไหน พร้อมบอกเงื่อนไขเรื่องเวลาของเราไป

Q: ช่วยเล่าประสบการณ์ที่พีคที่สุดตั้งแต่ไปอยู่ที่อังกฤษ

เรียกว่าเป็นอุทาหรณ์เลยค่ะ ก่อนหน้านี้ แป๋มไปเรียนที่ออสเตรเลียมา อาชญากรรมน้อย ใช้ชีวิตค่อนข้างประมาท ไปไหนมาไหนแบบไม่ระวังตัว จนมาเรียนที่ลอนดอน ช่วงหน้าร้อนพระอาทิตย์ตกดินช้า บางวัน 3 ทุ่มแล้วท้องฟ้าก็ยังไม่มืด

วันนึงแป๋มเดินกลับบ้านปกติ…แต่ผิดเวลา วันนั้นเป็นเวลาเกือบห้าทุ่ม อีกประมาณ 200 เมตรจะถึงหน้าบ้าน อยู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งมาจากทางด้านหลัง พอหันหลังกลับไป ก็มีผู้ชายตัวใหญ่เข้ามาประชิดตัวพร้อมมีดในมือ พูดง่ายๆก็คือ “โดนปล้น” นั่นเองค่ะ แป๋มช็อค! ทำอะไรไม่ถูก! ร้องไม่ออก!

สุดท้ายโจรได้กระเป๋าแบรนด์เนมที่เพิ่งซื้อมาได้อาทิตย์เดียวไป ข้างในมีโทรศัทพ์ แท็บเล็ต เงิน บัตรเครดิต และของมีค่าหลายชิ้น แป๋มเดินเข้าบ้านเล่าให้คนในบ้านฟัง หลังจากโทรแจ้งตำรวจ ไม่เกิน10 นาที ตำรวจมาถึงหน้าบ้านเลยค่ะ แต่สุดท้ายก็จับตัวคนร้ายไม่ได้ คดีถูกปิดไปเพราะไม่มีเบาะแสเพิ่มเติม ไม่มีกล้อง CCTV ในบริเวณนั้น หลังจากวันนั้น แป๋มรีบย้ายออกและยังหลอนเสียงฝีเท้าคนตอนกลางคืนไปพักใหญ่

แป๋มอยากฝากถึงเพื่อนๆที่ต้องกลับบ้านดึกๆ ไม่ว่าเมืองไหน ประเทศอะไร ควรระวังเรื่องการใช้ของราคาแพง ที่อาจทำให้ถูจับจ้องจากมิชฉาชีพ และเพื่อความปลอดภัย ไม่ควรกลับดึกเพียงลำพัง ที่สำคัญ แนะนำให้แยกเก็บของมีค่า อย่ารวมไว้ในกระเป๋าใบเดียวค่ะ

Q: การที่เราได้ไปใช้ชีวิตที่อังกฤษมา….หากเรานำเอาวัฒนธรรม/ค่านิยมดีๆของอังกฤษกลับมาพัฒนาประเทศไทยได้อย่างหนึ่ง…สิ่งนั้นจะเป็นอะไร

การอนุรักษ์ค่ะ บ้านเมืองที่นี่สวยงามด้วยตึกเก่า และต้นไม้อายุหลายร้อยปี สิ่งต่างๆเหล่านี้ แสดงถึงการเห็นคุณค่า เห็นคุณค่าของสิ่งของ และธรรมชาติ ความสวยงามที่ถูกถ่ายทอดจากการดูแลรักษาแบบรุ่นต่อรุ่น

ความเจริญที่ไม่ได้วัดกันด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้า แต่แสดงคุณค่าด้วยความละเอียดของหัวใจ การแยกทิ้งขยะรีไซเคิล การเห็นคุณค่าของสินค้าทำมือ ท่ามกลางตึกเก่าที่ตั้งตระหง่านท้ากาลเวลา แต่รายล้อมด้วยคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยลืมรากเหง้า และความสวยงามในอดีต

คงจะดีไม่น้อยนะคะถ้าเมืองไทย รับเอาวัฒนธรรมนี้ไป

Q: ชอบ/ไม่ชอบอะไรบ้างเกี่ยวกับชีวิตที่อังกฤษ

ชอบ ขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบายและทั่วถึงค่ะ ที่นี่โดยเฉพาะในลอนดอน รถยนต์ไม่ใช่สิ่งจำเป็น เราไม่จำเป็นต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง นั่งนิ่งๆบนถนนบัตร Oysterใบเดียว สามารถเดินทางได้ ทั้งบนดิน ใต้ดิน และทางน้ำ อีกทั้งระบบ free wifi ที่มีความเร็วพอๆกับรถไฟที่วิ่งอยู่ จนสามารถวีดีโอคอลข้ามประเทศได้ขณะที่รถไฟเคลื่อนที่

มากกว่านั้น ผู้คนที่นี่ ทั้งคนไทย ต่างชาติ และคนอังกฤษเองให้ความช่วยเหลือแป๋มดีมากๆค่ะ เรียกว่าดีจนล้น ดีจนอยากส่งต่อเรื่องราวแบบนี้ ให้กับคนอื่นๆบ้าง

ในทางกลับกันสิ่งที่แป๋มไม่ชอบเลยก็คือ “ห้องน้ำสาธารณะ” ไม่ใช่สกปรกนะคะ แต่หายากมาก ถ้าเป็นที่เมืองไทย อยากเข้าห้องน้ำให้มองหาปั๊มน้ำมัน แต่ที่นี่ เติมน้ำมันต้องกดเติมเอง บริการตัวเอง และแทบจะไม่มีห้องน้ำค่ะ ในห้างสรรพสินค้าหรือสวนสาธารณะ ก็ต้องหยอดเหรียญเข้า แป๋มมองว่ามันเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่ควรจะมีให้ฟรี หรือหาได้ง่าย

นอกจากนี้ ก็เป็นเรื่องอาหาร ที่ไม่ค่อยหลากหลาย โดยเฉพาะผักที่ต้องนำเข้า เวลาคิดถึงอาหารไทย อย่างผัดกระเพรา ในร้านอาหารไทยยังไม่มีใบกระเพราเลยค่ะ ทำให้คนไทยอย่างเราคิดถึงอาหารไทยมากขึ้นไปอีกสิคะ

Q: quote อะไรสอนชีวิตได้ดีที่สุด

แป๋มยึดหลัก 3G ค่ะ Grow , Gratitude และ Generous

  • Grow คือเราต้องเปิดใจเรียนรู้ ไม่หยุดพัฒนา ไม่หยุดที่จะเติบโต ทั้งความคิด ฐานะ สังคม โตขึ้นในทุกมิติ โตอย่างมีคุณภาพ ให้ไวและไกลกว่าอายุ
  • Gratitude คือรู้จักขอบคุณ รู้จักเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ ขอบคุณตัวเอง ขอบคุณผู้อื่น ขอบคุณโลกใบนี้ แม้เพียงเรื่องเล็กน้อย หรือพูดง่ายๆคือขอบคุณเพื่อเข้าใจค่ะ เมื่อเราขอบคุณเราจะเข้าใจ เราจะอภัย และนั่นแหละค่ะ ความสุข ในนิยามของแป๋ม
  • Generous ความเอื้ออาทรค่ะ ยิ่งให้ยิ่งได้ อยากได้อะไรให้ส่งออกไปแบบนั้น

Q: อื่นๆที่อยากจะฝากไว้กับเพื่อนๆคนไทยด้วยกัน

อยากจะฝากถึงเพื่อนๆที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ และอยากมาอยู่ต่างประเทศ เมื่อมาถึงแล้ว อย่าละทิ้งความฝันและความหวัง โดยเฉพาะเป้าหมายทางการศึกษา ถ้าได้รับโอกาสแล้วก็เต็มที่ไปเลยค่ะ อย่าปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบทำลายเป้าหมาย ทั้งเรื่องงานและเรื่องเรียน ไม่จำเป็นต้องเลือก แต่ต้องลุยค่ะ เหนื่อยแน่นอน แต่อย่าลืมนะคะ เหนื่อยแค่ไหนก็หายได้ วันเวลาต่างหาก ที่เมื่อผ่านไปแล้วจะทำยังไงก็ไม่มีวันเอากลับคืน ความภูมิใจจากใบปริญญาและความสำเร็จ จะเป็นบทพิสูจน์

แป๋มเองก็เป็นหนึ่งคนที่มีความฝัน อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง การได้มาเรียนต่อ ทำให้แป๋มมีทิศทางในการเริ่มต้นชัดเจนขึ้น แป๋มอยากนำไวน์ไทยออกสู่ตลาดสากล โดยมีคณาจารย์คอยให้คำปรึกษา มีเพื่อนๆในคลาสให้กำลังใจ และงานที่แป๋มทำ ก็ล้วนมีวิธีการมากมาย ที่สามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจนี้ได้อย่างดีเลยล่ะค่ะ

แป๋มเองก็จะทำเต็มที่ และเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆไปพร้อมๆกันนะคะ

Facebook Comments