Gina สาวไทยสุดโชคดี! ผู้ได้รับใช้พระบรมวงศานุวงศ์จากตปท.ในสวิสเซอร์แลนด์

0
479
Gina สาวไทยสุดโชคดี! ผู้ได้รับใช้พระบรมวงศานุวงศ์จากตปท.ในสวิสเซอร์แลนด์

Q: แนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

ชื่อ จีน่า น่ะค่ะ เราพื้นเพเป็นคนจังหวัดลำปาง คุณพ่อเป็นคนออสเตรีย ส่วนคุณแม่เป็นคนไทย เราเรียนจบมัธยมจาก American Pacific International School ที่เชียงใหม่ แล้วก็สอบได้ทุนไปเรียน ปริญญาตรีที่ Ritsumeikan Asia Picific University ประเทศญี่ปุ่น จบ Bachelor of Social Science

พอเรียนจบกลับไทยมารู้สึกยังไม่อยากทำงานเลยไปเรียนทำอาหารต่อที่ Le Cordon Bleu Dusit Culinary school จนจบ Diploma in French Cuisine

หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้ทำรายการทีวีเกี่ยวกับสอนทำอาหารอยู่พักนึง ก็ตัดใจเบนเข็มไปเป็นแอร์สายการบินต่างชาติ ทำงานอยู่ 3 ปีเราก็รู้สึกว่าอาชีพแอร์ยังไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำจริงๆแม้ว่าเราจะเริ่มรู้แล้วว่าเราชอบและเหมาะกับงานบริการ เราเลยตัดสินใจลาออกเพื่อตามหาสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ

เลยมาเรียนต่อปริญญาโทสาขา Hotel and Event Management ที่ IMI International Management Institute ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เรียนจบก็ฝึกงานที่ Hotel Savoy Baur en Ville ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาวที่เก่าแก่ที่สุดของสวิสเซอร์แลนด์ (ทางโรงแรมยังเคยมีโอกาสได้ถวายการรับใช้ สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรม หลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อครั้งเสด็จประพาส อีกด้วยค่ะ)

ปัจจุบันอยู่สวิสมาเกือบ3ปีแล้ว แต่กำลังจะย้ายไปอิตาลีกลางปีนี้ค่ะ

Q: ทำไมถึงเลือกไปเรียนต่อที่ Swiss

โดยนิสัยส่วนตัวถ้าเราสนใจอะไรเราจะไปลงเรียนอย่างจริงจังเพราะเราอยากจะศึกษาอย่างถ่องแท้ ไม่ว่าจะเป็นทำอาหาร, ทำขนมไทย,​ เรียนภาษา หรือ ต่อยมวย เราลงเรียนหมด

อย่างที่เราบอกตอนต้นไปว่าพอเราเริ่มจับทางได้แล้วว่าเราชอบงานบริการ เราเลยอยากไปต่อยอดความรู้ ถ้านึกถึงสถาบันสอนงานบริการหรือการโรงแรม แน่นอนทุกคนต้องนึกถึงประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพราะที่นี่เค้ามีชื่อเสียงเรื่องสถาบันเหล่านี้มาก ติดอันดับต้นๆของโลกด้วย เราเลยตัดใจมาเรียนต่อโทที่นี่บวกกับเราเป็นลูกครึ่งถือ EU passport เราเลยมาเรียนได้ไม่ยุ่งยาก

Q: ชีวิตที่สวิสเป็นยังไงบ้างคะ

สวิสเป็นประเทศเงียบๆประชากรน้อย ประเทศเต็มไปด้วยภูเขาสลับซับซ้อน อยู่กับธรรมชาติล้วนๆเลยไม่ค่อยมีไรตื่นเต้น

ส่วนเรื่องผู้คน คนสวิสค่อนข้างเคร่งครัดในกฎระเบียบมากๆ บ้านเมืองสะอาดสะอ้าน ความปลอดภัยสูง

เรื่องอากาศ ที่นี่อากาศหนาวมากและหนาวนาน

Q: มีเรื่องอะไรภูมิใจตัวเองมาที่สุดในฐานะคนไทยในต่างแดน

ก็คงเป็นช่วงที่ทำงานโรงแรม เราได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายให้ถวายงานรับใช้ มงกุฎราชกุมารแห่ง Lichtenstein และ พระบรมวงศานุวงค์จากหลายๆประเทศค่ะ

เรารู้สึกว่าเราเป็นแค่คนไทยตัวเล็กๆในต่างแดนแต่กลับได้รับเกียรสูงสุดให้ถวายงานรับใช้พระบรมวงศานุวงศ์อย่างใกล้ชิดหลายๆครั้ง ก็ไม่คิดไม่ฝันจริงๆค่ะว่าวันนึงตัวเองจะมีบุญวาสนาได้ถวายงาน ภูมิใจค่ะที่เค้ามองเห็นศักยภาพของคนไทยค่ะ

Q: Gina เป็นคนสวยเก่งอยู่แล้ว ไปอยู่ต่างแดนยังเจออุปสรรคบ้างมั๊ยคะ

เราไม่เคยคิดว่าอะไรเป็นอุปสรรคสำหรับเรา ทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตเรามักจะคิดว่ามันคือ “บททดสอบ” ซึ่งเราต้องผ่านมันไปให้ได้ไม่ช้าก็เร็ว อาจจะมีบ้างบางทีที่เราเหงา เบื่อ คิดถึงบ้าน

เพราะอย่างที่บอกสวิสเป็นประเทศที่เงียบมาก ค่าครองชีพก็สูงมาก เพื่อนคนไทยก็น้อย แต่ถ้าอยู่ไปเรื่อยๆเราจะเริ่มปรับตัวอยู่กับมันได้เอง ซึ่งชีวิตก็มีความสุขดีน่ะ สุขไปอีกแบบ แบบเแนวๆ slow life ดี

Q: การได้มาใช้ชีวิตในต่างประเทศมันให้บทเรียนอะไรกับชีวิตตัวเองบ้าง

เยอะมากๆ เล่า 10 วันก็ไม่จบ เหมือนที่เค้าบอกว่า “อ่านหนังสือ 10 เล่ม ก็ไม่เท่าก้าวเท้าออกจากบ้านเพียงครั้งเดียว” คุณไม่รู้ทางรู้จริงๆว่าคุณจะเจอกับอะไร ถ้าคุณไม่เคยได้ลองออกมาใช้ชีวิตต่างแดน ที่แน่ๆเรามีความอดทนและเข้มแข็งมากขึ้นทุกๆปี

Q: ชอบ/ไม่ชอบชีวิตอะไรกับชีวิตที่ Swiss

สิ่งที่ชอบคือ
1. ความปลอดภัย ที่นี่ปลอดภัยมากๆสวิสไม่มีคุกน่ะค่ะ คิดดู
2. การคมนาคมสะดวกสบาย สวิสเป็นประเทศเล็กๆอยู่ตรงกลาง ติดกับ เยอรมัน ออสเตรีย ฝรั่งเศส อิตาลี เราสามารถนั่งรถไฟ 3 ช.ม.ถึง Milan หรือ 1 ช.ม.ถึงเยอรมัน เที่ยวสบายๆ ไปเช้าเย็นกลับยังได้
3. ที่นี่สะอาดสะอ้านมาก อากาศดีสุดๆเพราะสวิสอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเยอะมากๆ ซึ่งดีต่อผิวพรรณวรรณะเรามากๆ รู้สึกผิวดีขึ้น หน้าใสกว่าแต่ก่อนเยอะ และมี่สำคัญไม่เป็นหวัดมานานมากล่ะ

สิ่งที่ไม่ชอบ คือ
1. สวิสทีกฎระเบียบที่เคร่งครัดมาก บางทีติดต่อเอกสารอะไรก็รู้สึกอึดอัดด้วยความเยอะของเค้า และคนที่นี่เค้าก็ไม่อะลุ่มอล่วยกับอะไรทั้งสิ้น ดังนั้นเราต้องรอบคอบเสมอ
2. ที่นี่ค่าครองชีพแพงเป็นอันดับต้นๆของโลก ทุกอย่างแพงหมด ข้าวไข่เจียวจานละพันบาท ขนมปังก้อนละร้อยกว่าบาท ถ้ามาอยู่…อย่าคำนวณเป็นเงินบาทเด็ดขาด ไม่งั้นจะซื้อไม่ลง
3.คนสวิสเป็นคนเย็นชาและไว้ตัว ดังนั้นอย่าไปคาดหวังให้เค้าชวนเราคุยเพราะเค้าจะไม่ทำ เราต้องใช่เวลากับคนสวิสนานหน่อยกว่าเค้าจะคุย กว่าเค้าจะเปิดใจเล่า แต่ไม่ต้องคิดมาก โดยพื้นฐานคนสวิสเป็นคนใจดี แค่ไม่ช่างคุยเท่านั้นเอง

Q: มี quote อะไรที่สอนชีวิตได้ดีที่สุด

“Time heals everything” เวลาจะเยียวยาทุกอย่าง เรื่องบางเรื่องคิดมากไปก็เท่านั้น กดดันตัวเองเปล่าๆ ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมันบ้าง

Q: แนะนำหนังสือที่ทุดคนควรอ่าน 1 เล่ม

“Eat Pray Love” ของ Elizabeth Gilbert หนังสือเล่มนี้ทำให้เรา ซื้อตั๋วไปท่อง อิตาลี 10 วันเต็ม เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆให้เรามาก

Q: ฝากอะไรไว้ให้น้องๆที่อยากเจริญรอยตาม​ Gina หน่อยค่ะ

  • มันไม่แปลกเลยถ้าคุณยังไม่รู้ว่าฝันของตัวเองคืออะไร คนบางคนเดินตามหาความฝันมาทั้งชีวิตกว่าจะเจอ อย่างเราเป็นต้น เดินทางมาจนถึงวัย 30 ก็พึ่งจะค้นพบสิ่งที่ตัวเองรักและอยากทำจริงๆ ดังนั้นจงซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง ใช่ก็ลุย! ไม่ใช่ต้องหยุด
  • อย่าปล่อยให้เวลาเดินไปอย่างสูญเปล่า ลุกขึ้นมาลองทำอะไรใหม่ๆ ออกเดินทางไปหลายๆที่ คุยกับคนหลายๆประเภท มันคุ้มค่ามากน่ะเพราะ เราจะได้เรียนรู้และได้สัมผัสอะไรใหม่ๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
  • เสน่ห์ของคนไทยก็คือความเป็นไทยนี่แหละ! ใจดี ยิ้มง่าย ขี้เกรงใจ มีสัมมาคาราวะ คงเสน่ห์เหล่านี้เอาไว้ เพราะชาวต่างชาติเค้าชอบเราก็เพราะว่าเราเป็นคนไทย
Facebook Comments