ฝ้าย หญิงไทยใจกว้าง! ทำอาหารให้ “คน Homeless” ในอเมริกาทาน

0
1081
จริง “คุณหมอคนไทย” ใน Hawaii กับชีวิตสุดอโลฮ่า!

Q: แนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

ประภารัช ประภาวิชา ค่ะ จบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ จากธรรมศาสตร์ ไม่เคยทำงานที่ไทยเลยค่ะ แล้วมาเรียน Baking and Pastry Arts ที่ Johnson and Wales University, RI ที่ผ่านมาก็เป็น Pastry Chef ของ Paul Bakery USA อยู่สักพัก ก็ย้ายไปทำงานให้ Dean and Deluca USA เป็น Pastry Chef พร้อมๆกับ Junior Creative team

ตอนนี้เป็น Excecutive Chef ใน team ของ บริษัท Start-up ด้านอาหารของคนไทยในอเมริกาชื่อ The Rootastes ค่ะ

Q: เรียนเศรษฐศาสตร์อยู่ดีๆ ทำไมกลับไปเรียนต่อด้านทำอาหารอ่ะคะ

มันคือความขี้เกียจของคนไม่ชอบอ่านหนังสือ ฝ้ายมากับเพื่อนสนิท แล้วเราเรียนภาษาด้วยกัน แต่เพือนฝ้ายเค้าสอบเข้าไปเรียน Finance ก่อนเทอมนึง แล้วเพื่อนเค้าอ่านหนังสือหนักมาก

ในขณะที่ฝ้ายปาร์ตี้หนักมาก เราก็เลยกลัวจะเรียนไม่ไหว ไม่อยากอ่านหนังสือเยอะไงคะ เพื่อนสนิทอีกคนเลยบอกว่า ฝ้ายไปเรียน Chef ดิ สวยๆ ทำขนม ซึ่งปรากฏว่ามันคือเรื่องโกหกทั้งเพเลย เรียนเชฟกฎเยอะ ระเบียบจัด วินัยแน่น อ่านหนังสือเยอะอีกต่างหาก

Q: มีอะไรอยากบอกกับน้องๆที่อยากเปลี่ยนสายที่ตัวเองเรียนมา

มันต้องลอง พอมันเริ่มซัดส่ายว่า เราจะเปลี่ยนทิศทาง หรือไม่มีความสุขในสิ่งที่กำลังทำ ให้ลองเลย อย่างน้อยที่สุด จะได้ไม่เสียใจ ว่าทำไมถึง “ไม่ทำ”

Q: เห็นบอกว่า ได้มีโอกาสทำเมนูให้กับ Dean and Deluca USA ด้วย…มันเป็นไงบ้างคะ

เราถูก Promote จาก Paul ก่อน ทีนี้นายที่ Paul เขาย้ายไปทำทีมให้ Dean แล้วพบว่ามันมีโอกาสที่ดี แล้วนายเป็นคนสอนงานเรามา เราก็ทำงานได้ดั่งใจเขาด้วย เขาเลยเรียกเข้าไปดู

แล้วคือโอกาสมันอยู่ในมือ เราก็เต็มที่กับมันอยู่แล้ว พอเข้าทีม มันมีสิบสองล้านสิ่งให้เราเรียนรู้ ให้เราปรับปรุง ให้โลกทัศน์เราเปลี่ยน มันก็สนุกบนความขมขื่น เพราะงานครัวมันหนักอยู่แล้วไงคะ

เช่นว่า พอทีมเริ่มประชุม เราต้องเทรนงานเอกสาร ต้องวิ่งเข้าครัว ต้องดีลกับคนงาน ต้องดูการสั่งของ แล้วพอจะเปลี่ยนเมนู มันไม่ใช่สักแต่ว่าเปลี่ยนได้เลยทันที ทีมต้องมาเปิดไอเดีย วาดรูป ลงสี ให้เห็นภาพก่อน ปัจจัยการทำเมนูมันมีพวก cost พวก ingredient list เข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วก็ต้องวิ่งตามทีมลงแต่ละสาขาเพื่อตรวจงานพร้อมนาย

แล้วเราตัวเล็กมาก เป็นผู้หญิงด้วย มันก็จะเป็นปัญหาของการคุมคนงานซึ่งเป็น ผู้ชายซะ 90 % เราก็จะต้องเรียนรู้ความเด็ดขาดจากนาย ว่า ต้องยิ้มเย็นๆนะ มันถึงจะมีผล อะไรแบบนั้น

ความสนุกมันมีเยอะ พอๆกับความเครียด อย่างที่บอก เวลาที่เรายิ่งยุ่ง ความกดดันก็จะเยอะตามไปด้วยค่ะ

Q: ทำไมถึงตัดสินใจออกมาเป็นเชฟให้กับ start-up คนไทย The Rootastes คะ

มันถึงจุดที่ว่า Dean ไม่ตอบโจทย์การมีความสุข เราทำงาน ประสบความสำเร็จในการงาน แต่ล้มเหลวในการใช้ชีวิตอย่างมาก เราให้เวลากับงานมากกว่าการใช้ชีวิตให้มีความสุข ระบบบริษัทมันกดดันเราให้วิ่งตลอดเวลา ห้ามหยุด ถ้าหยุด เราก็จะไม่โต วันนึงตื่นมาแล้วมีความรู้สึกไม่อยากทำงานเลย มันทรมานจิตใจเหลือเกิน เลยลองถอยออกมาตั้งหลักดู แล้วให้เวลากับตัวเอง ว่าเราต้องทำอะไรต่อไป

Rootastes ถูกสร้างขึ้นมาจากมิ้นและแป้ง ซึ่งแป้งเป็นเพื่อนฝ้ายตั้งแต่ประถม วันนึงอยู่ดีๆแป้งก็แมสเสจมา บอกว่าหาเชฟอยู่ เลยไปนั่งคุยกับแป้งกับมิ้นว่า ฉันไม่เคยทำครัวร้อนนะ ทำแต่ขนมมาก็อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ แล้วฝ้ายอยากทำ food sharing อยู่แล้ว เราเลยมาคุยกันว่า Rootastes มันจะให้อะไรเรา ตอบโจทย์ของการสร้าง charity ของฝ้ายด้วยหรือเปล่า มิ้นกับแป้งให้โอกาสเราได้ลอง เราก็เลยมาลุยกันสักตั้ง ก็เหนื่อยมาด้วยกันจนวันนี้ค่ะ

ความดีของ Start up คือปัญหามันเยอะ แล้วเราก็ต้องแก้ปัญหาให้ได้ มันท้าทายเราด้วยว่า เราใหม่มากนะ แต่เราจะทำยังไงให้มันดีขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งทุกอย่างมันเริ่มเข้าที่เข้าทาง

Q: เห็นฝ้ายมีโปรเจคทำอาหารให้ “คนไร้บ้าน” ในอเมริกาด้วย?

ฝ้ายกับเชฟอีกคนคือนิว มาเริ่ม Delicious sharing with Chef Faye ที่เราจะแชร์อาหารของ rootastes ซึ่งเป็น healthy food เนี่ย ให้กับคนไร้บ้าน เพราะเราพร้อมที่จะแบ่งปันให้คนอื่น

ฝ้ายมีความสุขที่เห็นคนมีความสุขที่ได้กินอิ่ม พอมันกินอิ่ม เขาจะได้มีพลังไปทำอย่างอื่นได้ ทีมของ Rootastes ก็สนับสนุนเรื่องนี้มากเหมือนกัน เราก็เลยพยายามโปรโมทแคมเปญนี้ออกไปให้คนได้เห็น ให้ความสำคัญกับการให้และการแบ่งปันค่ะ

Q: เคยเจออะไรพีคๆมาบ้างกับชีวิตที่ USA

มันเยอะมากเลยค่ะ สุดๆก็พวกโดนตำรวจจับความเร็ว โดนจับบ่อยมาก มีแฮชแทกส่วนตัวว่า #ตำรวจกับกูเป็นของคู่กัน
ทำงานมาเงินเดือนจ่ายค่า ticket หมด

ล่าสุดโดนรถตำรวจ 4 คันสะกัด เพราะรถที่ซื้อมาป้ายทะเบียนหลุด แล้วตำรวจสงสัยว่าเป็นรถที่ขโมยมา เค้าก็ล้อมทุกทิศทางเลย บอกให้เราโยนกุญแจออกนอกรถแล้วค่อยๆเดินออกมา เราก็มีประสบการณ์โดนจับมาเยอะนะ แต่ครั้งนี้น่ากลัวมาก เหมือนถ่าย CSI แล้วโดนล้อมจับ ก็ตื่นเต้นดีค่ะ Once in a life time

Q: ชอบและไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตที่ USA บ้าง

ชอบ:
1. ชอบความสดใหม่ มันได้ทำอะไรที่เราไม่เคยเยอะมาก เที่ยวได้เยอะ มีวันหยุดนี่ต้องได้เที่ยวตลอด
2. มุมมองชีวิตและทัศนคติเราเปลี่ยนเพราะเราอยู่ในที่ที่มีผู้คนหลากหลาย มันสอนเราให้เคารพความแตกต่าง
3. Passion ของฝ้ายถูกเติมเต็มตลอดเวลา เพราะเราได้เจอคนดีๆ คนเก่งๆ ที่เราจะเรียนรู้จากสิ่งพวกนี้

ไม่ชอบ:
1. ไม่ชอบที่เราต้องห่างครอบครัว มันค่อนข้างจะ sensitive ในครอบครัวไทยอยู่แล้วค่ะ แม่บ่นถึงตลอดเวลา
2. ไม่ชอบผลไม้ที่นี่เลย อยากกินมังคุด คิดถึงอาหารตามสั่งที่ไทยมาก
3. ไม่ชอบสภาพอากาศ บอสตันแปรปรวนกว่าผู้หญิงเป็นประจำเดือน สามารถมีสี่ฤดูในวันเดียวได้ แล้วมันทำให้เราป่วยบ่อย

Q: ช่วยแชร์ quote ที่สอนชีวิตได้ดีที่สุด

“Don’t gain the world and lose your soul, wisdom is better than silver or gold”. Bob Marley
มันชัดเจนในทุกๆคำอยู่แล้วค่ะ ฝ้ายเชื่อว่าความพยายามคือพระเจ้า สมองของเราคือสิ่งล้ำค่าที่สุด

Q: ฝากข้อคิดอะไรไว้กับคนไทยในต่างแดนด้วยกัน หรือคนไทยที่อยากไปใช้ชีวิตในต่างแดนสักหน่อย

ด้วยวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่าง เราต้องพยายามเปิดตัวเองแล้วรับให้มากที่สุด เพื่อที่เราจะได้เติบโตในการเป็นคนที่ดีขึ้น มันก็ลำบาก แต่เราก็จะมีความสุขกับความลำบาก (ฟังดูย้อนแย้ง) พยายามนะคะ ก้าวออกจาก comfort zone แล้วจะเห็นว่าโลกมันสวยกว่าที่เราเคยเจอมาค่ะ

Facebook Comments