เกริก ชีวิตเด็กไทยนอก Comfort Zone ในอังกฤษ

0
2385
เกริก ชีวิตเด็กไทยนอก Comfort Zone ในอังกฤษ

Q: ช่วยแนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

ชื่อ เกริก ครับ เรียนจบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วได้มีโอกาสไปศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักร โดยได้เรียนจบปริญญาโทใบที่สองที่ King’s College London ครับ ตอนนี้เป็นนักกฎหมายที่ Thanathip & Partners ซึ่งเป็น law firm แห่งหนึ่งในไทยครับ

Q: ชีวิตและการเรียนการสอนที่ King’s College London มันดีจริงอย่างที่ทุกๆคนอยากมีโอกาสเข้าเรียนมั๊ยคะ

ในสาขา International Financial Law นี่ผมคิดว่าเป็นโปรแกรมที่ดีมากครับ นอกเหนือจากหลักสูตรที่มีเนื้อหาเข้มข้นและ practical โดยไม่ได้เรียนแต่ทฤษฎีอย่างเดียว อาจารย์ยังได้จัดให้มีคาบ tutorial ที่ให้นักเรียนพูดคุยถกเถียงกันในเคสต่างๆ ซึ่งนักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติจริงในการทำงานทางด้านกฎหมายครับ

อีกทั้งทาง King’s ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆทั้งทางวิชาการ และสันทนาการ ให้นักเรียนอยู่เรื่อยๆด้วยครับ

Q: เกริกได้พบเจออุปสรรคอะไรต่างๆในการใช้ชีวิตในฐานะเด็กนอกบ้างมั๊ยคะ

การไปเรียนต่างประเทศก็เหมือนกับการอยู่หอที่เราต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองครับ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีข้อกำหนดต่างๆที่ไม่เหมือนกัน ประเทศไทยนี่เราสามารถทำอะไรได้สะดวกหลายๆอย่าง

อย่างเช่น การรับการรักษาจากแพทย์ แต่การจะได้เข้าพบแพทย์ที่ UK นี่มีหลายขั้นตอนมากครับ ทั้ง register กับ GP (คล้ายๆ คลินิก บ้านเรา) แล้วค่อยโทรนัดกับแพทย์ บางทีใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะนัดได้ แล้วแพทย์จะไม่ค่อยจ่ายยาให้ครับ เค้าเน้นให้ผู้ป่วยเยียวยาตัวเอง ถ้าป่วยร้ายแรงถึงจะมีการส่งตัวไปโรงพยาบาลครับ

Q: ขอทิปการฝึกภาษา และ make friend ให้กับคนที่บอกว่า “ไม่เก่งภาษา กลัวฝรั่ง”

ผมคิดว่าถ้ามาเรียนถึงต่างประเทศแล้วคบแต่เพื่อนคนไทย มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเรียนคอร์สอินเตอร์ในไทยนั่นแหละครับ นอกจากการหาเพื่อนในคลาสเรียนผมจึงเลือกอยู่ student accommodation เพื่อที่จะหาเพื่อนต่างชาติ แล้วผมก็ได้มีกลุ่มเพื่อนที่มีความหลากหลาย เป็นคนอิตาลี่ อเมริกัน จีน โคลอมเบีย กรีซ

นอกจากมีการสื่อสารกันเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ยังได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความรู้ ภาษาอื่นๆ การทำอาหาร ทำได้ผมได้เปิดโลกทัศน์ได้มากเลยทีเดียว

ผมขอแนะนำว่าอย่ากลัวการเข้าไปคุยกับชาวต่างชาติก่อน ถึงแม้ภาษาอังกฤษเราจะไม่ได้โอเคมาก แต่ถ้าสื่อสารกันแล้วเข้าใจพวกเค้าก็พร้อมที่จะคุยกับเราครับ โดยเฉพาะการอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ผู้คนล้วนมาจากต่างประเทศด้วยกันทั้งนั้น หลายๆคนเค้าพร้อมที่จะมีเพื่อนใหม่อยู่แล้วครับ เราแค่ต้องกล้าที่จะเข้าไปคุยไปทักคนอื่นก่อน แล้วเราจะได้อะไรกลับมามากกว่าที่คิดเยอะมากครับ

Q: ชอบและไม่ชอบอะไรมากที่สุดเกี่ยวกับชีวิตที่ UK

ชอบการที่ต้องติดต่อองค์กรต่างๆด้วยตัวเองเมื่อมีปัญหาครับ อย่างเช่น โดนหักเงินในบัญชีโดยที่เราไม่ได้ใช้ การติดต่อสถานพยาบาล โทรไป complain การบริการ จองร้านอาหาร เพราะเราต้องทำเพื่อรักษาผลประโยชน์ของเราเองครับ การติดต่อต่างๆทำให้ผมมีความกล้าในการติดต่อกับคนอื่นทางโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษอย่างมากครับ ไม่ชอบที่สุดคงเป็นเรื่องสภาพอากาศครับ เพราะอากาศที่ UK แปรปรวนมาก บางทีในวันเดียวกันมีทั้งหิมะ ฝน แดด ลม ถ้าสุขภาพไม่แข็งแรงก็ทำให้ป่วยเอาได้ง่ายๆครับ

Q: มี quote อะไรที่สอนชีวิตได้ดีที่สุด

If you have a bad day, a really bad day, try to treat the world better than it treated you.

Q: แนะนำหนังสือที่ทุกคนควรอ่าน 1 เล่ม

Liar’s Poker ครับ เป็นหนังสืออ่านเล่นที่เกี่ยวกับ financial market ครับ ถ้าใครมีความคิดอยากจะเริ่มศึกษาเรื่องการลงทุนหรือการเงิน หนังสือเล่มนี้ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากเล่มนึงเลยครับ

Q: ฝากอะไรไว้ให้น้องๆที่อยากเจริญรอยตามเกริกหน่อย

สำครับใครที่อยากจะศึกษาต่อที่UK หรือศึกษาต่อต่างประเทศนะครับ ผมขอแนะนำว่า เมื่อไปถึงแล้วให้พยายามเก็บเกี่ยวทุกๆอย่างที่ดีและสามารถพัฒนาเราได้ไปให้ได้มากที่สุด แล้วจะได้ไม่มานึกเสียดายทีหลังครับ

Facebook Comments