มาย ชีวิตเด็กนอกในอังกฤษ…ไม่ได้สวยหรูอย่างที่ใครคิด!

0
2982
มาย ชีวิตเด็กนอกในอังกฤษ...ไม่ได้สวยหรูอย่างที่ใครคิด!

Q: ช่วยแนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

ชื่อ มายด์ ค่ะ ตอนนี้ศึกษาอยู่ที่ University College London (UCL) สาขาวิชา MSc International Real Estate and Planning ค่ะ ก่อนหน้านี้เรียนจบปริญญาตรีมาจาก จุฬาลงกรณ์- มหาวิทยาลัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาสถาปัตยกรรมภายในค่ะ หลังจากเรียนจบก็ได้ทำงาน เป็นสถาปนิก อยู่ที่บริษัทในกรุงเทพ เป็นระยะเวลา 3 ปีก่อนที่จะตัดสินใจมาเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษค่ะ

Q: มายไปเรียนต่อสถาบันระดับโลกอย่าง University College Londonได้ยังไงคะ และมันเข้ายากจริงมั๊ยคะ

หลายคนก็บอกว่ามหาลัยนี้ค่อนข้างจะเข้ายากนะคะ แต่ว่าสำหรับมาย มายคิดว่าคือมีตาม requirement ที่ทางมหาลัยต้องการ (ซึ่งสามารถศึกษาได้จากทางเวบไซต์ ที่จะแตกต่างไปตามแต่ละหลักสูตร)

ถ้าผ่าน หรือมีตรงตามที่เกณฑ์ที่เค้ากำหนมดไว้ ก็น่าจะสบายๆค่ะ แต่ถ้ามีไม่ครบตามที่เขากำหนด มายว่าก็อย่า เพิ่งหมดหวัง เราก็เพิ่มส่วนอื่นให้ดูน่าสนใจขึ้น ถ้าทางมหาลัยพิจารณาว่าน่าสนใจ ประกอบกับปีนั้นมี จังหว่ะที่เด็กเข้าเกณฑ์น้อยกว่ากำหนด เราก็จะมีโอกาสมากขึ้นค่ะ

Q: การเรียนการสอนของมายที่อังกฤษ มันต่างจากที่ไทยยังไงคะ และมายชอบแบบไหนมากหว่ากัน​

จริงส่วนตัวคิดว่ามันแตกต่างกันตั้งแต่ที่ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารแล้วค่ะ เพราะมายเป็นเด็กที่เรียนกับ หลักสูตรภาษาไทยมาตลอดไม่ว่าจะเป็น ประถม, มัธยม หรือระดับมหาลัยก็ตาม ทั้งนี้ตัวมายเองก็ไม่เคยไปเรียนภาษา หรือคอร์สสั้นที่ต่างประเทศ หรือใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางการสอนเลยด้วยค่ะ จึงค่อนข้างเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ค่อนข้างต้องปรับตัวมากอยู่ทีเดียว

แต่ทั้งนี้การเรียนต่างภาษาค่อนข้างจะท้าทายให้เราต้องปรับตัวตลอดเวลา ซึ่งก็เป็นการดีสำหรับการเรียนรู้ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้มากค่ะ แต่บางครั้งบางเนื้อหามันก็ค่อนข้างยาก อีกทั้งอาจารย์สำเนียงอังกฤษบางท่าน เราก็จะไม่ค่อยคุ้นเคย ตำราภาษาไทยที่หาได้ตามอินเตอร์เนตก็ค่อนข้างช่วยได้มากค่ะ

Q: การเรียนต่ออังกฤษครั้งนี้มันทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปยังไงบ้างคะ

เรียกได้ว่าการมาเรียนต่อคือการเปิดมุมมองใหม่ๆให้ตัวเองในหลายจุดเลยค่ะ บางคนมักจะมองว่าการไป เรียนต่อต่างประเทศนั้น ค่อนข้างน่าอิจฉา ได้ไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก ได้ไปเที่ยว ชีวิตสวยหรู แต่ความจริง นั้นเหมือนเป็นชีวิตหลังม่านที่เราต้องคอยจัดการ แก้ปัญหา และหาวิธีรับมืออยู่กับปัญหาใหม่ๆที่เข้ามา ตลอดเวลาค่ะ

ก่อนหน้านี้อยู่บ้านที่เมืองไทย คือถ้ามีปัญหาบางทีเรายังมีครอบครัว หรือมีเพื่อนที่คอยช่วย เหลือเราตลอดเวลา แต่การมาเรียนเมืองนอก บางที ก็เหมือนกับการมาฝึกการอยู่กับตัวเอง การแก้ปัญหา ต่างๆเฉพาะหน้าด้วยตัวเอง ซึ่งหลายๆครั้งก็มีท้อใจบ้างเหมือนกันค่ะ แต่ก็ต้องพยายามหาเป้าหมาย ให้ กำลังใจ และเอาชนะตัวเองให้ได้ค่ะ

Q: มีอะไรอยากบอกกับคนที่บอกว่า “อยากเรียนต่อนอก…แต่ไม่มีทุนทรัพย์ หรือ ไม่เก่งภาษา”

จริงๆทุกวันนี้มีหลากหลายโอกาสที่เป็นทางเลือกให้กับคนทุกเพศทุกวัยนะคะ อย่างแรกเลยคือถ้าบอกว่า ไม่มีทุนทรัพย์ การแก้ปัญหาคือความพยายามค่ะ

มีหลายที่ที่เค้ามอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน หรือการ สอบชิงทุนต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกนะคะ ลองติดตามข่าวสารตามเวบไซต์ หรือหนังสือที่มีข้อมูลทุนต่างๆ แต่คือก็ต้องท่องไว้ว่า โอกาสพวกนี้คงไม่ใช่ว่าเราอยู่เฉยๆแล้วมันจะวิ่งเข้ามาหาเรา คือเราก็ต้องมี การศึกษาล่วงหน้า ข้อมูล เงื่อนไข เพื่อให้เราได้มีเวลาในการเตรียมการ “ให้มี” ตามคุณสมบัติที่ทุนต่างๆ เหล่านั้นต้องการค่ะ

หรือการที่บอกว่าเรื่องไม่เก่งภาษาก็ดี มายเป็นคนที่ไม่เก่งภาษาเช่นกันค่ะ อย่างที่บอก ว่ามายไม่เคยเรียนอินเตอร์ หรือไปเรียนต่างประเทศเลย ก่อนจะมาที่นี่ ก็ต้องเตรียมสอบ IELTS อยู่พอสม ควรเลยเช่นกันค่ะ ซึ่งก็ทุ่มเทมาก ทวนหนักมาก และตั้งเป้าหมายให้ตนเอง ว่าภายในสองเดือนจะทำอย่าง เต็มที่ และจะต้องสอบผ่านตามเป้าที่กำหนดให้ได้ คล้ายๆกับพระยาตากทุบหม้อข้าวก่อนจะไปออกรบมั้ง คะ เป็นการสร้างแรงจูงใจและเป้าหมายให้ตัวเองทำให้สำเร็จให้ได้ค่ะ

Q: เจอเรื่องอะไรพีคๆกับชีวิตที่อังกฤษมาบ้าง

เดือนแรกที่มายมา จบเดือนแรกไปมายก็โดนล้วงกระเป๋า สตางค์เลยค่ะ บัตรทุกอย่างไปหมด เงินทุกปอนด์ บัตรรถกลับบ้านยังไม่มี บัตร BRP (คล้ายๆกับวีซ่าของ ที่นี่ ถ้าหายคือเข้า-ออกประเทศไม่ได้ กว่าจะทำใหม่ก็ใช้เวลา 3 เดือนเป็นอย่างน้อย) ก็หายไปด้วย ตอนนั้นมืดไปหมดเลยค่ะ ก็ต้องตั้งสติ และค่อยๆแก้ปัญหา ทำบัตรใหม่ไปเรื่อยๆทีละอย่าง แต่พอหลังจาก เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เราเป็นคนมีสติมากขึ้น คอยระวังอะไรๆมากขึ้นค่ะ

Q: มายภูมิใจอะไรตัวเองมากที่สุดในชีวิตคะ

พอมาอยู่ต่างประเทศแล้วมีความรู้สึกรักประเทศไทยมากขึ้นกว่าที่รักนะคะ ไม่รู้ทำไม แต่ภูมิใจที่เกิดเป็น คนไทยค่ะ เพื่อนฝรั่งหลายคนเค้าก็ชอบประเทศเรานะคะ ทั้งที่เที่ยว ทั้งอาหาร ร้านอาหารไทยที่นี่ก็ถือว่า เป็น fine dining ดูดีมีราคาขึ้นมาอีก

Q: ชอบและไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับอังกฤษ

สิ่งที่ชอบในประเทศอังกฤษนะคะ

  • ชอบบรรยากาศนะคะ เคยเรียน history of architecture สมัยเรียนสถาปัตย์ค่ะ ก็จะมีความคุ้น เคยกับงานสถาปัตยกรรมยุคต่างๆ เหมือนได้เห็น ได้อยู่กับของที่เคยเรียนมา ได้ฟีลดีค่ะ และ ที่นี่มีงานศิลปะต่างๆที่น่าสนใจให้ดูตลอดเวลาค่ะ น่าตื่นเต้นเวลาเราเห็นงานดีไซน์ หรือร้าน ข้าวของที่มีการออกแบบที่น่าสนใจอยู่รอบตัวค่ะ
  • อากาศที่นี่ดีตรงที่ไม่ร้อนเหมือนบ้านเราค่ะ เป็นคนชอบอากาศเย็นอยู่แล้ว และก็ได้ใส่เสื้อผ้า หลายๆเลเยอร์ด้วยค่ะ
  • ง่ายต่อการไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ เพราะเป็นคนชอบเที่ยว ชอบเห็นอะไรใหม่ๆอยู่แล้วด้วยค่ะ

สิ่งที่ไม่ชอบในประเทศอังกฤษ

  • เหงาค่ะ คือเราต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่มีพ่อแม่หรือคนคอยช่วยเหลืออะไรมากเหมือนตอน อยู่ที่ประเทศไทยด้วย บางครั้งก็เครียดหรือท้อแท้ เราต้องต้องมีสติ พาตัวเองให้ผ่านไปให้ได้ค่ะ
  • ค่าครองชีพค่อนข้างสูง ราคาข้าวต่อจานนี่ถ้าคิดเป็นเงินไทยนี่แทบกินไม่ลงเลยค่ะ
  • อาหารที่นี่คุณภาพตามราคาค่ะ อาหารที่ราคาถูกก็รสชาติมักจะไม่ถูกปาก หากต้องการอาหารที่ อร่อยๆ ก็อาจจะต้องจ่ายหนักด้วยเช่นกันค่ะ

Q: Quote ไหนสอนชีวิตได้ดีที่สุด

ที่คลาสสิคที่สุดเลยค่ะ คือความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ซึ่งคำสอนนี้ยังไงก็จริงเสมอค่ะ เพราะชีวิตมันไม่ได้มีอะไรที่คนเราจะได้มาง่ายๆ หากไม่มีการพยายามค่ะ ไม่ต้องเอาตัวเราไปเทียบกับคนอื่นว่าเขามีแบบนั้นมีแบบนี้

หากเราต้องการจะมีจะเป็นแล้วไม่ทำอะไร เราก็คงอยู่ที่เดิมต่อไปค่ะ แต่ถ้าเรา เริ่มที่จะพยายามหาหนทาง อย่างน้อยเราก็ก้าวเข้าใกล้จุดมุ่งหมายที่เราตั้งไว้ก้าวนึงแล้วค่ะ

Facebook Comments