มินท์ สาวไทยคนเก่ง! ติดลิส ‘100 Boston’s High Impact Startup’ ในอเมริกา

0
3477
มินท์ สาวไทยคนเก่ง! ติดลิส ‘100 Boston’s High Impact Startup’ ในอเมริกา

Q: ช่วยแนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

มิ้นท์ พัทธนันท์ ขอแนะนำตัวก่อนว่า ได้เรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขาการโรงแรม การท่องเที่ยว แต่หลังจบมา ได้มีโอกาสได้ลองทำงานต่างสาย ซึ่งเป็นในส่วนของ Marketing and Public Relations หลังจากนั้นเลยได้เรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์ ในสาขาการบริหารสื่อสารมวลชน เพื่อศึกษาเพิ่มเติมในส่วนนี้

มิ้นท์ได้มีโอกาสทำงานที่บริษัทศุภาลัย (อสังหาริมทรัพย์) และ บริษัท IRPC ในเครือปตท. พอเราได้ทำงานมาระยะนึง เริ่มรู้สึกว่าอิ่มตัว เลยนึกอยากหาประสบการณ์เพิ่มเติมในต่างประเทศ เราเคยมาอเมริกาหลายๆครั้ง ตอนช่วงนั้นได้ไปกับโครงการ Work and Travel เลยคิดว่า ถ้าจะได้ทำงานที่อเมริกาคือต้องกลับไปเรียนปริญญาโทอีกใบ เนื่องจากหลังจบป.โท นักเรียนต่างชาติจะได้โอกาสทำงาน 1 ปีในสถานะ OPT (Optional Practical Training)

มิ้นท์ได้เลือกเรียนต่อที่ Boston College Master of Sciences in Leadership, Specialize in Corporate Communications and Marketing ระหว่างเรียนเราคิดแพลนถึงอนาคตว่าจะทำยังไงให้มีโอกาสได้งานหลังจบ เลยได้มีโอกาสฝีกงาน และ Volunteer ที่ American Marketing Association และ Venture Cafe (startup entrepreneurs community) ใน Boston

ปัจจุบันเป็น Start-up บริษัท Rootastes ในอเมริกาค่ะ

Q: Rootastes คืออะไรคะ

เป็นบริการจัดส่งอาหารกลางวันค่ะ เราทำอาหารด้วยการหมุนเวียนเมนูอาหารตามผักที่มีในแต่ละฤดู ในเขต New England เราใช้วัตถุดิบจาก local farms และใช้ container ที่ย่อยสลายได้ ปัจจุบันเมนูอาหารเรา เป็น vegan และ gluten free ถึง 90% เพราะเราต้องการสร้างเมนูอาหารให้เหมาะกับทุกคนในที่ทำงาน ในอเมริกาจะมีคนที่แพ้อาหารประเภทต่างๆ ทางเชฟเราปรับปรุงเมนูตาม feedback ลูกค้าจนมาถึงเมนูในปัจจุบันที่ได้รับการตอบรับที่ดี

Q: อะไรเป็นจุดเริ่มต้นของ Rootastes คะ

มิ้นท์ได้ present project ‘Healthy Meal Delivery’ ใน Marketing class ที่มหาวิทยาลัย เพื่อนร่วมห้องและอาจารย์ให้ feedback เรามาดีมากๆ

จนวันนึงเราได้เริ่มทำงานหลังเรียนจบ เราเจอปัญหาคือ คนในที่ทำงานมุ่งมั่น ขยันทำงานกันมาก จนลืมดูแลตัวเอง กินข้าวไม่เป็นเวลา หรือรีบกินอาหารอะไรก็ได้ที่ได้กินเสร็จไวๆอย่าง fast food หรือพวก sandwich เพื่อรีบกลับมาทำงาน ซึ่งเราเองก็กินอยู่แต่รู้สึกมันน่าเบื่อมาก

เราเลยคิดกลับไปถึงโปรเจคที่ได้ present และเอาไอเดียนั้นมาเปิดบริษัท แต่เปลี่ยนกลุ่มลูกค้ามาเป็นกลุ่มบริษัทที่สั่งอาหารกลางวันให้พนักงานกิน ซึ่งเป็น benefit ให้กับพนักงาน

Q: หลายๆคนอยากสำเร็จ แต่กลัวในการเริ่มต้นทำอะไรเป็นของตัวเอง…มิ้นมีอะไรจะบอกพวกเค้าบ้าง

มิ้นท์รู้สึกว่าไม่มีผิดหรือถูก แต่เราต้องกล้าที่จะลองเสี่ยง ถ้าเราอยากเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างอย่างในชีวิต เราต้องลงมือทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อจะได้เรียนรู้ทั้งจากสิ่งที่ผิดพลาดและสิ่งที่สำเร็จ มิ้นท์เชื่อว่าในทุกๆประสบการณ์ที่ผ่านมาจะมีประโยชน์ต่อตัวเราในอนาคต

อีกอย่างคือลองเข้าร่วม community startup entrepreneurs ดูค่ะ มันช่วยสร้างแรงบันดาลใจและทำให้เรารู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปได้ แค่เราลงมือทำ การทำธุรกิจอยู่ในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ เป็นสิ่งที่ท้าท้ายและถ้าเราทำได้ เราจะก้าวไปอีกขั้น มิ้นท์รู้สึกประทับใจที่คนที่นี่ทั้งอเมริกันและคนต่างชาติ support กันมากๆ เราแชร์ resource กัน เพื่อทำให้งานของแต่ละคนราบรื่น ไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่ง

Q:พูดถึง Rootastes เอง…กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ มิ้นผ่านอะไรมาบ้างคะ

มิ้นท์ได้เพื่อนและทีมที่ดีมากๆที่มาช่วยกันตั้งแต่ต้น หลายๆคนในทีมไม่ได้มีประสบการณ์เข้าครัวทำอาหาร แต่พอเริ่มธุรกิจ เราต้องตื่นเช้ามาเตรียมวัตถุดิบทำอาหารเพื่อส่งในเวลา 11 โมง ในช่วงแรกๆมีติดขัดบ้างเนื่องจากยังเริ่มเรียนรู้กันทั้งหมด มิ้นท์เชื่อว่าการทำงานเป็น teamwork รักในสิ่งที่ทำ และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ทำให้เราทำงานได้ราบรื่นและผลิตผลงานที่มีคุณภาพ

พวกเราทำธุรกิจไปถึงเดือนที่หก เราได้รางวัล ‘100 Boston’s High Impact Startup’ ถูกนำเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโดย Bank of America เป็น 1 ใน 3 ของ Food Startup ที่ได้เข้าไป

ปัจจุบัน Rootastes ส่งอาหารกลางวันให้กับลูกค้าที่เป็นบริษัทใหญ่ และ startup มากกว่า 150 บริษัทในย่าน Boston และ Cambridge อาทิ HubSpot, Amazon, Converse, Reebok, Salesforce

Q: มีทิปดีๆอะไรบ้างสำหรับคนไทยที่อยากเป็น start-up กันหน่อย

จากประสบการณ์ที่นี่ การเข้า Networking Event หรือ Workshop ต่างๆ และการหา Advisor สำคัญมาก รวมถึงศึกษาในสิ่งที่เราไม่รู้ อ่านหนังสือ ติดตาม Facebook Page และ Facebook Groups ข่าว technology ต่างๆจะทำให้เรา update ในสิ่งที่เกิดขึ้นช่วงนั้น และนำมาปรับใช้ในธุรกิจ

หลายๆ Event ที่ได้ไปที่นี่ เราได้เจอคนระดับตำแหน่งสูงๆ CEO ใน tech startup ได้เข้าไปพูดคุย แชร์ประสบการณ์หรือปัญหาที่เจอ ทำให้เราได้เรียนรู้จากคนที่ผ่านจุดนั้นมาก่อน ซึ่งก็ช่วยได้มากๆ

Q: มิ้นภูมิใจอะไรตัวเองมากที่สุดในชีวิต

ได้ตัดสินใจออกจากงานที่ไทยมาลองทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ เรารู้สึกว่าเราเองเป็น คนเงียบๆ Introvert ไม่ชอบ Networking / Public Speaking แต่พอมาได้ทำธุรกิจ ทำให้เราได้เอาชนะสิ่งที่เราไม่ชอบ และรู้สึกเป็นจุดอ่อนและพัฒนาตรงนั้นให้ดีขี้น ซึ่งพอเราผ่านมันไปได้และทำอะไรบางอย่างสำเร็จ ก็รู้สึกว่ามันก็เป็น Milestone นึงในชีวิตเราแล้ว ในช่วงอายุเท่านี้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากที่เราตัดสินใจออกมาทำสิ่งนี้

Q: เจอเรื่องอะไรพีคๆมาบ้างใน US

ตอนนั่งรถไฟกลับบ้านในบอสตัน เจอเด็กมหาลัย Boston University เรียกให้ร้องเพลงวันเกิดให้เพื่อนเค้า ซึ่งคนในรถไฟ โบกี้นั้นก้อบ้ายอร้องเพลงกันหมด พอเราเงยหน้ามาก็งง อ้าวนี่เตรียมกันมาป่ะเนี่ย แล้วมีเด็กคนนึงเดินเข้ามาบอกว่า เห้ย! ทำไมไม่ร้องเพลงละ เราเลยถูกเรียกไปให้ร้องกลางกลุ่มคนในนั้น ไม่มีใครรู้จักเลย แบบ เออร้องก็ร้องวะ! 5555

Q: ชอบและไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับ US

อย่างที่บอกไปแล้วว่า คนที่นี่ support กันมากๆ แชร์ประสบการณ์และให้คำปรึกษา ในเรื่องธุรกิจซึ่งทำให้เรารู้สึกว่า ทุกอย่างมันเป็นไปได้ และไม่ได้ยากเกินความสามารถ

ไม่ชอบอากาศที่บอสตัน บอสตันเป็นเมืองที่น่าอยู่ เหมาะกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆมากๆ แต่อากาศหนาวมากกก ฤดูหนาวเกือบ 9 เดือน คิดถึงหน้าร้อนเมืองไทยมากๆ

Q: ขอหนังสือแนะนำให้ทุกคนต้องอ่าน 1 เล่ม

เราได้มีโอกาสไปเจอ CEO ของ HubSpot (CRM – Inbound Marketing platform) เราเป็นคนที่ปลื้มผลงานของเค้ามาก วันนั้นมีโอกาสได้คุยในงานอึเว้นท์ ซึ่งคนต่อคิวคุยกับเค้าเยอะมาก เราเลยนึกคำถามว่าจะถามอะไรที่เราจะได้ประโยชน์เอาไปปรับใช้กับธุรกิจเราต่อ เราเลยถามว่า ‘What is your best advice to first-time founder of startup?’ เค้าเลยถามกลับว่าเราอ่านหนังสือไหม เคยได้ยินหนังสือเล่มนี้ไหม

“The Hard Thing about Hard Things: Building a business when there are no easy answers” by Ben Horowitz.

เค้าแนะนำให้เราไปอ่าน และบอกว่ามันจะมีประโยชน์ต่อเธอไม่ว่าตอนธุรกิจสำเร็จหรือตอนที่รู้สึกท้อ พอเราได้อ่านก็คิดว่ามันมีประโยชน์มาก และช่วยได้จริงๆ (เวลาท้อ55) เลยอยากแชร์ให้คนที่กำลังทำ หรืออยากทำธุรกิจให้ลองหามาอ่านดู

Q: Quote ไหนสอนชีวิตได้ดีที่สุด

“The biggest risk is not taking any risk…In a world that’s changing really quickly, the only strategy that is guaranteed to fail is not taking risks.” – Mark Zuckerberg

Q: อื่นๆที่อยากจะบอกกับคนไทยด้วยกัน

เรายินดีแชร์ประสบการณ์และ resources ที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็กไทยที่สนใจจะเริ่มทำธุรกิจของตัวเองในต่างประเทศ connect LinkedIn และส่งข้อความมาได้ที่ Mint Pattanan Ketthin ค่ะ

Facebook Comments