ปิ่ณ สาวไทยใจแกร่ง! พิชิตโรคมะเร็งร้ายสำเร็จ เพราะอยากเรียนต่อเมืองนอก

0
708
ปิ่ณ สาวไทยใจแกร่ง! พิชิตโรคมะเร็งร้ายสำเร็จ เพราะอยากเรียนต่อเมืองนอก

Q: แนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อย

สวัสดีค่ะ ชิ่อปิ่ณนะคะ ตอนนี้เป็น Brand Manager ของเครื่องสำอาง theBalm ค่ะ ก่อนหน้านี้เรียนคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกขับร้อง สาขาดนตรีเชิงพาณิชย์ จะเรียนแบบเน้นทำเบื้องหลัง ธุรกิจดนตรี แต่งเพลงอะไรประมาณนี้ค่ะ

เมื่อทำงานสายนี้มาได้สักพักก็อยากลองเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ประกอบกับเป็นคนที่สนใจในเรื่อง Branding มากค่ะ คิดว่ามันใช้ได้กับทุกธุรกิจ และเป็นสิ่งที่ไม่มีวันล้าสมัย เพราะการทำBrandingมันคือแก่น คือหัวใจของแบรนด์เลยนะ

สุดท้ายเลยตัดสินใจลองหาคอร์สปริญญาโทที่อังกฤษดู ตอนที่เลือกมหาลัย ปิ่ณจะเลือกจากคอร์สที่อยากเรียน ตามด้วยเมืองที่อยากอยู่ เงื่อนไขของปิ่ณคือ ไม่ใช่ลอนดอนเพราะไม่ชอบคนเยอะๆ แต่ก็ต้องไม่ใกล้จากลอนดอนมากเพราะก็ยังอยากไปเที่ยวได้ง่ายๆอยู่ 555 สรุปเลยไปตกที่มหาวิทยาลัย De Montfort ที่เมืองเลสเตอร์ เป็น MA Design Management and Entrepreneurship ค่ะ

Q: ตอนนั้นที่เราพบว่าเราเป็นมะเร็ง…เราบอกตัวเองว่าอะไร

ปิ่ณพบว่าเป็นมะเร็งก่อนหน้าที่จะต้องไปอังกฤษแค่แป๊บเดียวเองค่ะ ได้ offer แล้วด้วย ปรากฏว่าดันเจอว่ามีก้อนเนื้อขึ้นมา ก็รีบไปหาหมอเลย อยากเคลียร์ให้เสร็จก่อนไปอังกฤษ หมอก็แทบไม่ตรวจอะไรเลยค่ะ บอกว่าน่าจะเป็นซิสต์ธรรมดา ให้ผ่าเลย นี่ก็เชื่อหมอ รีบผ่าเลย

ตอนผ่าออกมาแล้วเนี่ยแหละ แอบตุ้มๆต่อมๆ เพราะต้องรอผลชิ้นเนื้อด้วย แล้วระหว่างที่รอ ก็มีก้อนขึ้นมาใหม่ในตำแหน่งเดิมอีกสามก้อน ปิ่ณก็เอาแล้ว! หาความรู้จากเพื่อนที่รู้ใจอย่างกูเกิ้ลนี่แหละ บอกเราได้ทุกอย่าง เอาจริงๆเวลาป่วยแล้วเสิร์ชกูเกิ้ล บางทีมันก็ทำให้วิตกจริตได้นะคะ แบบสมมติแค่ไอเฉยๆ อ่านจากที่เสิร์ชแล้วอาจจะมโนไปไกลนึกว่าตัวเองเป็นมะเร็งปอดได้เลย 555

แต่สำหรับปิ่ณ ปิ่ณเป็นคนที่ชอบคิดในแง่ที่ร้ายที่สุดไว้ก่อน เพื่อที่จะเตรียมใจรับมือกับมันไว้ ถึงเวลาจะได้ไม่ช็อคค่ะ ไม่ใช่ว่ามองโลกในแง่ร้ายนะ เราแค่มองให้มันหลายๆมุม แล้วก็คิดว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดแหละ ทำใจสบายๆ

ทีนี้เราก็เตรียมใจละ ว่าอย่างแย่ที่สุดก็คงเป็นมะเร็ง แล้วสุดท้ายก็เป็นจริงๆด้วย คุณหมอเรียกเข้าไปฟังผลในห้อง พอได้ยินเท่านั้นแหละ มันรู้สึกตื้อๆ งงๆ เอ๋อๆ แต่ก็ยังยิ้มรับไป เดินออกมาเบลอๆ อยู่ๆน้ำตามันก็ไหลออกมาเองแบบนางเอกเอมวีเลย นี่ก็แบบคิดในใจ เห้ออออ อดไปเรียนแล้วสินะ เสียดายจัง อีกไม่กี่เดือนก็จะได้ไปแล้ว (สรุปคือร้องไห้เพราะไม่ได้ไปเรียนต่อ ไม่ใช่เพราะรู้ว่าเป็นมะเร็ง 55555)

บอกตัวเองอย่างเดียวเลยค่ะ ว่ายังไงเราก็ต้องหาย เราไม่มีวันตายตอนนี้แน่นอน เชื่อแบบนั้นจริงๆนะ ไม่เคยกลัวเลย

Q: ปิ่ณคิดว่าเราเอาชนะมะเร็งมาได้อย่างไร

ปิ่ณเป็นคนที่ชอบตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตค่ะ มีทั้งเป้าแบบในอนาคตอันสั้น และแบบยาว สำหรับปิ่ณ แรงขับเคลื่อนที่ทำให้หายจากมะเร็งได้ไวขนาดนั้น เป็นเพราะเรามีเป้าหมายว่า เราต้องรีบหายเพื่อที่จะได้ไปเรียนต่อ

เพราะฉะนั้นทางไหนที่ทำให้เราหายได้ไวที่สุด เราทำหมดเลย! หลับตาแล้วจินตนาการถึงภาพตอนที่ตัวเองอยู่ที่อังกฤษคิดว่าเราไปอยู่ตรงนั้นจริงๆนะ ปิ่ณเชื่อค่ะว่าเราอยากได้สิ่งใหน เราก็จะดึงดูดสิ่งนั้นเข้ามาหาตัว ปิ่ณได้ให้คีโมแค่สองเดือน(แบบหนักๆ)เอง พักฟื้นไม่กี่เดือน พอไปตรวจอีกทีมะเร็งก็หายไปหมดแล้ว
คิดว่าตัวเองโชคดีนะคะ เป็นมะเร็งชนิดที่ลุกลามไวที่สุด โตไวสุด คนเป็นน้อย ค่อนข้างหายาก แต่ที่ดีคือมียารักษาที่ทำให้หายขาดได้เลยถ้าร่างกายตอบสนองกับยาดี ผลข้างเคียงก็เยอะตามมาเหมือนกันค่ะ เพราะคีโมค่อนข้างแรงมาก ตอนนั้นคือเดินไม่ได้ กินไม่ได้ไปหลายวัน

Q: การมาเรียนต่อที่ต่างประเทศมันให้อะไรกับชีวิตปิ่ณบ้าง

ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เป็นสิ่งที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อน แล้วก็ได้ฝึกภาษาด้วย อยู่ไทยไม่มีโอกาสได้ใช้ คือไก่กามากเลยนะ

อีกอย่างคือได้เรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ที่ไม่ต้องคอยพึ่งคนอื่น ไม่มีคนทำความสะอาด ไม่มีคนทำอาหารให้ ไม่มีคนรู้จักด้วย เหมือนเริ่มนับหนึง ใหม่ที่นั่นเลย สนุกมากๆเลยค่ะ ตอนนี้ทำอาหารและขนมคล่องมาก เพราะสมัยอยู่นู่นคือทำทุกวัน ทำเมนูยากๆได้ด้วย เพราะสถานการณ์บังคับ 555

ปิ่ณเคยเป็นคนที่ค่อนข้างจะ introvert นะ แต่พอไปอยู่นู่นก็เริ่มปรับตัว เริ่มพยายามผูกมิตร ออกไปสังสรรมากขึ้น จากที่แทบไม่เคยเลย ตอนนี้เลยน่าจะเป็น Ambivert แล้วล่ะ คือกลางๆ ไม่ได้ชอบเข้าสังคมมาก แต่ก็ไม่ได้โลกส่วนตัวสูงเวอร์จนคนเข้าไม่ถึง

Q: ปิ่ณมีอะไรบ้างที่อยากจะบอกกับพี่ๆน้องๆที่กำลังเจออุปสรรคต่างๆในชีวิต (ไม่ว่าจะความเจ็บป่วย การหลงทางในชีวิต หรืออุปสรรคต่างๆนานา)

อยากให้ลองหลับตา นึกถึงสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขที่เรายังไม่เคยได้รับดูค่ะ เช่น บางคนอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง ลองนึกถึงมันดูนะ แล้วตั้งเป้าว่า ไม่ว่ายังไง ก่อนตายเราต้องมีบ้านให้ได้ เดี๋ยวกำลังใจมันจะมาเอง

อุปสรรคก็เหมือนกัน ลองคิดซะว่ามันเป็นเกมส์ที่เราจะต้องเอาชนะให้ได้ ถ้าผ่านมันไปได้แล้ว เราจะแกร่งจะเก่งขึ้นมากๆเลย มองย้อนกลับไปก็น่าภูมิใจนะคะ

Q: ปิ่ณไปเป็นเด็กนอกที่ ชอบ/ไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตที่ UK

ไม่ชอบหน้าหนาวที่มีฝนตกพร้อมกับลมแรงค่ะ ทรมานมากกก แล้วปิ่ณเป็นภูมิแพ้ ผื่นขึ้นเต็มไปหมดเลย
อีกอย่างที่ไม่ชอบคือ ร้านค้าปิดไวสุดๆ ไม่เหมือนเมืองไทยที่มีอาหารให้กิน 24 ชั่วโมง มีตลาดนัดกลางคืนให้ช็อปปิ้งดึกๆ ของเขาไม่มีอะไรเลยค่ะ นอกจากความหนาว

ส่วนที่ชอบมากๆคือเดินไปทางไหนก็มีแต่เสียงดนตรี แล้วแต่ละคนที่มาเปิดหมวกคือเล่นดีมากกก ดีจนต้องยืนฟังอยู่หลายเพลง(ยืนเฉยๆก็เสียมารยาทใช่ไหมคะ ก็ต้องเสียเงินด้วยค่ะ555)

ชอบบ้านเมือง ชอบวัฒนธรรมเก่าๆของเขาค่ะ มันคลาสสิคดี

Q: มี quote อะไรที่สอนชีวิตได้ดีที่สุด

กำลังใจจากใคร ก็ไม่สามารถช่วยเราได้มากเท่ากับกำลังใจจากตัวเองค่ะ

Q: อะไรเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของปิ่ณ

ความรักค่ะ ทุกรูปแบบเลย ทั้งจากตัวเอง จากครอบครัว จากคนรอบข้าง ความรักเป็นสิ่งที่ทำให้ปิ่ณมีชีวิตอยู่ได้ค่ะ

Q: ฝากอะไรไว้กับน้องๆคนไทยที่อยากสวยและสตรองเหมือนปิ่ณ

รักตัวเองให้มากๆค่ะ แต่ต้องไม่หลงตัวเองนะ ถ้าเรารักตัวเองมากพอ เราจะอยากเป็นเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เราจะเป็นได้ แล้วเราก็จะไม่หยุดพัฒนาตัวเองในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน รูปร่างหน้าตา การงานการเงิน หรือแม้กระทั้งการเป็นคู่ครองที่ดีค่ะ

อยากทำอะไร ทำเลยนะ ถ้ามันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ทำไปเถอะค่ะ ดีกว่ามาเสียดายทีหลังว่ารู้งี้ทำซะดีกว่า

Facebook Comments