แพรว ชีวิตดี๊ดีของสาวไทย Cruise Specialist ท่องเที่ยวเรือสำราญในออสเตรเลีย

0
889
แพรว ชีวิตดี๊ดีของสาวไทย Cruise Specialist ท่องเที่ยวเรือสำราญในออสเตรเลีย

Q: แนะนำตัวเองให้รู้จักกันหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ ชื่อแพรวนะคะ ชื่อเต็มคือ นางสาวแพรว ม่วงนนท์ ก่อนมาออสเตรเลียแพรวเรียนจบม.4 สายศิลป์-คำนวนมาจากโรงเรียนที่สุพรรณค่ะ เป็นเด็กต่างจังหวัดธรรมดาคนหนึ่งที่เคยตัดผมสั้นเท่าติ่งหูตอนมต้น เงียบๆ ไม่กล้าแสดงออก ก็ได้เรียนภาษาอังกฤษเท่าเด็กไทยคนอื่นๆ คือพูดไม่ได้เลย

ได้มาออสเตรเลียเพราะย้ายมาตามคุณแม่ค่ะ และเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนภาษาอังกฤษ แล้วเราก็ดันมีความฝันที่อยากจะไปเที่ยวรอบโลกมาตั้งแต่เด็ก คิดว่าการพูดภาษาอังกฤษได้ จะทำให้เราเที่ยวได้สะดวกขึ้น 555

ตอนนี้ทำงานเป็น Cruise Specialist (ผู้เชียวชาญเกี่ยวกับการไปเที่ยวด้วยเรือสำราญ) ภายใต้ Retail Leadership Graduate Program ให้กับ Cruiseabout ซึ่งเป็นหนึ่งในของบริษัทที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมากที่สุดในออสเตรเลีย ชื่อ Flight Centre Travel Group ค่ะ

ถ้าใครได้ไป Circular Quay บ่อยๆก็คงจะเห็นว่าที่ Sydney เนี่ยเป็นท่าที่มีเรือสำราญใหญ่ๆมาลงเยอะมาก

Q: ชีวิตการทำงานเป็นผู้เชียวชาญด้าน Cruise มันเป็นยังไงบ้างคะ

หลักๆคือเราเป็นตัวกลางระหว่าง Cruise Lines กับลูกค้า ซึ่งสนุกมากเพราะเราได้เจอคนหลากหลายรูปแบบ และเรื่องที่คุยในทุกๆวันก็จะเป็นเรื่องเที่ยวอย่างเดียวเลย

ในระหว่างทำงานก็ได้มีโอกาสขึ้นไปบนเรือบ้างเพื่อการเรียนรู้ พอทำผ่านครึ่งปีที่บริษัทก็ให้ ไปนอนบนเรือฟรี 3 คืน หรือเวลาที่มีเรือใหม่ๆเข้ามาในซิดนีย์เราก็จะได้มีโอกาสไปเห็นก่อนคนอื่น

แล้วที่เป็นโบนัสมากๆเลยก็คือเวลาเราไปเที่ยวเราจะได้จ่ายเรทที่ถูกกว่ามากจากคนทั่วไป 555 อย่างล่าสุดเลยก็เพิ่งกลับมาจากนิวซีแลนด์

Q: ทำยังไงถึงได้มาเป็น Cruise Specialist กับบริษัทท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย

ตอนช่วงใกล้จบ ก็ได้แอบหาข้อมูลไว้บ้างแล้ว แล้วก็รู้ว่าการจะได้เข้าไปทำงานในสถานทูตอย่างที่ฝัน ต้องมีประสบการณ์ทำงานและควรจะต้องเรียนต่อโทด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก่อน

ในช่วงหาข้อมูลอยู่นั้นก็เห็นว่า Flight Centre Travel Group มี Graduate Program สำหรับนักเรียนจบใหม่ แล้วโดยส่วนตัวแพรวเป็นคนชอบเที่ยวมากๆอยู่แล้ว การได้เอาสิ่งที่เราชอบทำในเวลาว่างๆมาเป็นงานประจำ ฟังดูน่าสนุกมากๆ ก็เลยลองสมัครไปดู

เค้าก็โทรมาสอบสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เสร็จแล้วพอผ่านก็ได้เข้าไปสัมภาษณ์สำนักงานใหญ่ ตอนนั้นจำได้ว่าตื่นเต้นมากๆ เพราะเป็นงานแรกที่สมัครในชีวิต

การสัมพาทเริ่มตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึงบ่าย มีทั้งสัมภาษณ์เดี่ยว สัมภาษณ์กลุ่ม ทำข้อสอบเกี่ยวกับเลข และการท่องเที่ยว

Q: แพรวมีทิปหาสัมภาษณ์งานสำหรับคนไทยด้วยกันมั๊ยคะ

ส่วนตัวคิดว่า “การหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท” และ “การฝึกตอบคำถาม” สำคัญมากๆ เพราะแพรวรู้ตัวว่าเราไม่ได้ฉลาดมากและเราไม่มีประสบการณ์ เราเลยต้องเครียมตัวเยอะกว่าคนอื่น และก็เชื่อในคำที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น…ไม่มีอะไรได้มาด้วยคำว่าบังเอิญหรือฟลุก

และแม้ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาหลักของเรา ถ้าเกิดเราตั้งใจฝึกอย่างเต็มที่แล้วความมั่นใจจะมาเอง แล้วพอมั่นใจปุ๊ป ความกลัวก็จะหายไป ยิ่งเราเตรียมตัวมากเท่าไหร่ โอกาศการได้งานก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

Q: แพรวภูมิใจอะไรในตัวเองมากที่สุด…ในฐานะเด็กไทยในต่างแดน

ช่วงอยู่มหาลัยได้มีโอกาสไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศจีนด้วยเพราะเราเน้นเรียนภาษาจีนและประวัติศาสตร์ของเค้า โดยได้ทุนจากของมหาลัย Macquarie และได้ทุนจาก Department of Foreign Affairs and Trade ชื่อ New Columbo Plan ซื่งเป็นทุนที่สนับสนุนให้เด็กได้เข้าไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเทศทางเอเชียแปซิฟิก และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียกับประเทศนั้นเหล่านั้น

ทุนนี้คือนอกจากจะได้เงินสนับสนุนแล้ว เราจะได้มีโอกาสไปฝึกงานกับบริษัทของออสเตรเลียในประเทศที่เราไป ตอนนั้นเราผ่านการคัดเลือกไปฝึกงานกับ National Australian Bank (NAB) สาขาเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นการฝึกงานในออฟฟิสครั้งแรก และได้เรียนรู้ พร้อมกับสร้างคอนเนคชั่นมากมาย ทั้งกับคนจีนและคนออสเตรเลียที่ทำงานที่สาขานั้น

ในระหว่างแลกเปลี่ยนก็ได้ไปร่วมงานสำคัญๆของออสเตรเลียที่เซี่ยงไฮ้บ่อยๆ เช่นมีครั้งหนึ่งเราในฐานะนักเรียนทุนก็ได้ไปดินเนอร์กับนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ Julia Bishop ซึ่งเค้าเป็นต้นแบบของผู้หญิงทำงานเก่งในดวงใจคนหนึ่งเลย ตอนนั้นต้องบอกว่าฝันเป็นจริงจริงๆค่ะ

Q: ไหนๆลองแนะนำ cruise ในฐานะผู้เชียวชาญหน่อยเร็ว

“ตอนนี้มีเรือหลายลำ และหลายบริษัทมากๆ เรือแต่ละลำก็จะมีข้อดีแตกต่างกันไป เช่นเรือบางลำเหมาะสำหรับการไปเที่ยวเป็นครอบครัวมากกว่าเพราะมีกิจกรรมให้เด็กๆเยอะ หรือเรือบางลำก็เหมาะสำหรับคนชอบดูการแสดงไปเลย

แล้วก็การขึ้นไปบนเรือมีกิจกรรมให้ทำเยอะมาก อย่างเช่น ลานไอสเก็ต หน้าผาจำลอง สนามบาสเก็ตบอล สนามพัดกอลฟ์ สระว่าน้ำ ผับ ที่ช๊อปปิ้ง สปา โรงหนัง คาราโอเกะ ยิม และอีกหลายๆอย่าง หรือถ้าอยากพักผ่อนจริงๆ ก็ไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ มีคนบริการตลอด

การไปเที่ยวด้วยเรือสำราญเป็นการที่จะได้เที่ยวในที่ต่างๆโดยการที่รื้อกระเป๋าแค่ครั้งเดียว (Unpack once) ราคาที่ต้องจ่ายก็จะรวมค่าที่พักและค่าอาหารทุกมื้อ คือสำหรับแพรวๆว่าคุ้มมากๆ แล้วนักท่องเรือก็จะได้รับการบริการอย่างดี

แล้วก็ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังบูมมากๆตอนนี้ก็คงจะเป็นเรือไป อลาสก้าหรือไปทางทะเลเมดิเตอรเรเนี่ยนค่ะ”

Q: ขอทิปในการออกจาก Comfort Zone หน่อยค่ะ

คำเดียวเลยค่ะ “ต้องอย่ายึดติด” ทำตัวให้เปลี่ยนแปลงได้เข้ากับทุกสถานการณ์

คำว่าอย่ายึดติดนี่ไม่ได้หมายถึงสิ่งของอย่างเดียวนะคะ แต่ต้องอย่ายึดติดกับกลุ่มคนที่เราคบ และอย่ายึดติดกับวิถีชีวิตแบบไหนแบบหนึ่ง แพรวเป็นคนชอบท้าทายตัวเอง แล้วก็เอาตัวเองไปอยู่ในที่ใหม่ๆเสมอ

ตัวอย่างเช่น อย่างน้อยเดือนละครั้งแพรวจะลองเข้าไปในร้านอาหารที่ไม่เคยเข้า ลองใส่ชุดที่ไม่เคยใส่ ลองไปคุยกับคนที่ไม่เคยคิดจะคุยด้วย การทำแบบนี้จะทำให้เราได้เห็นอะไรในมุมใหม่ๆ ได้มองโลกในมุมที่ต่างดูบ้าง

Q: มีวัฒนธรรมอะไรบ้างของคนออสซี่ที่อยากแชร์ให้คนไทยในการทำงานดู

แพรวชอบมากเวลาที่เค้ามีอะไรเค้าก็จะถามเราเลยตรงๆ แล้วเค้าก็จะตั้งใจฟังและพยายามเข้าใจ ไม่ได้มาตัดสินว่าสิ่งที่เราพูดนั้นถูกหรือผิด

ทุกคนจะเปิดกว้างกับความคิดเห็นใหม่ๆและยอมรับได้กับความแตกต่างทางด้านความคิด ทัศนคติของแต่ละคน ซึ่งตรงนี้ทำให้แพรวสามารถใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคนออสซี่ด้วยความมั่นใจ

Q: Quote อะไรสอนชีวิตที่ดีที่สุด

Life is too short to be anything but happy, love deeply, forgive quickly, take chances and no regrets. เป็นประโยคที่แพรวคิดว่าตรงและสอนชีวิตได้ดีค่ะ

เพราะประโยคนี้รวมเข้าทุกอย่างเอาไว้ด้วยกัน และเป็นสิ่งที่ทำได้ในชีวิตประจำวันทุกวัน ใช้ได้กับทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ถ้าแปลเป็นไทยในความคิดแพรวคือ ชีวิตมันสั้น ต้องอยู่ให้มีความสุข อยู่แบบมีความรักที่ลึกซึ้งจริงใจ ไม่ยึดติด อะไรให้อภัยได้ก็รีบให้อภัย ไม่ปล่อยให้โอกาศที่เข้ามาผ่านไปง่ายๆ แล้วสำคัญที่สุดคือใช้ชีวิตในแบบที่จะไม่ทำให้ต้องมาเสียใจทีหลัง

Q: ฝากถึงพี่ๆน้องคนไทยในต่างแดน

อยากบอกว่า”สู้”ๆค่ะ แพรวอยากเห็นคนไทยสร้างโอกาสให้กับตัวเอง ไม่เอาแต่รอให้โอกาสเดินเข้ามาหา

แล้วก็อย่าคิดว่าทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ลอง ตัวแพรวเองก็คิดว่าเรายังอยากลองอะไรอีกหลายๆอย่าง ถ้าถึงเวลาที่เหมาะสมแพรวจะต้องหาโอกาสกลับไปเรียนเพื่อตามความฝันในการทำงานสถานทูตแน่นอนเลย มาพยายามไปด้วยกันนะคะ

Facebook Comments