ก้อย เทคนิคฝึกภาษาอังกฤษ “เลิศๆ” จากครูไทยในออสเตรเลีย

0
265

Q: แนะนำตัวเองหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะก้อยเอง ก้อยเรียนจบตรีที่ไทยมาค่ะ จบนิติศาสตร์ที่รามคำแหงและอักษาศาสตร์ที่ศิลปากร แต่ใม่ใช่เอกภาษานะคะอย่าเข้าใจผิด เข้าเอกภาษาไม่ได้แถมยังเกือบตกภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานของภาคที่เป็นตัวบังคับอีก เรียกว่าจบมาแบบถูๆไถๆเลยค่ะภาษาอังกฤษ

ก้อยอุทิศชีวิตเพื่อกิจกรรมคณะจนไม่ได้ใส่ใจเรื่องการเรียนเท่าที่ควรในช่วง 2 ปีแรก ขึ้นปี 3 เลยสำนึกตัวเองได้และรู้สึกอิ่มตัวกับกิจกรรมคณะเลยหันมาใส่ใจการเรียนมากขึ้นค่ะ

ดีที่รู้ตัวมาตั้งนานแล้วว่าอยากมาเรียนต่อต่างประเทศและอยากพัฒนาภาษาอังกฤษ ทำให้ที่บ้านเตรียมแผนการเงินไว้ให้แต่เนินๆ จนได้ตัวสินใจมาเรียนเป็น “คุณครู” ต่อที่ประเทศออสเตรเลีย เพราะว่าสามารถนำดีกรีมาใช้สมัครเป็นพลเมืองของประเทศออสเตรเลียได้หลังจากเรียนจบและดูมีแนวโน้มที่น่าจะงานได้ ปัจจุบันก็ทำงานเป็น educator เด็กๆอยู่ที่ออสเตรเลียค่ะ

Q: เห็นบอกว่า…ทางบ้านถึงกับขายนาเพื่อส่งเราเรียนเลย

แม่นี่เป็นหนี้ก้อนโต! ขายแทบจะทุกทุกอย่างเพื่อมาส่งเราเรียน เพราะมันเป็นความฝันของเรา ที่บ้านพ่อแม่ก้อยเป็นข้าราชการ ไม่ได้ทำธุรกิจหรือมีเงินอะไรมาก

เพราะมันเป็นแบบนี้เราเลยมีแรงฮึดสู้! ทำงานส่งตัวเอง เรียนตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น เลิกเรียน 5 โมงครึ่งไปทำงานร้านอาหารเสิร์ฟตอนกลางคืน ค่ากินอยู่ออกเอง แต่ค่าเรียนแม่ช่วยออก จดไว้แทบทุกอย่างเอาเงินค่าอะไรมาบ้าง

แต่ทุกวันนี้เรียนจบทำงานแล้ว และก็ส่งเงินกลับให้แม่ด้วยค่ะ

Q: เคยคิดมั๊ยว่า “เราเป็นคนไทย…เราจะมาสอนที่ออสเตรเลียได้ยังไง นักเรียนจะฟังเราหรอ?”

การทำงานกับเด็กๆ ก้อยไม่มีปัญหาอะไร เทคนิคการสอนมีเพรียบ แต่ติดบ้างคือ “ภาษา” คืออยากให้มันเป๊ะกว่านี้ เคยกดดันตัวเองมากๆ

แต่พอก้อยปล่อยวางและให้กำลังใจตัวเองมากขึ้น เราก็รู้สึกว่ามีความลื่นไหลมากขึ้น เพราะเราปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ ไปบีบไปเค้นมันมากยิ่งไปกันใหญ่ค่ะ ค่อยๆเรียนรู้ๆค่อยๆซึมซับไป ไม่ใช่เรียนรู้แค่ภาษาแต่ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศเค้าไปด้วย ซึ่งกลับพบว่าเทคนิคนี้ช่วยทำให้ก้อยพัฒนาภาษาได้เร็วขึ้นมาก ในขณะเดียวกันก็ทำมันสม่ำเสมอ พูดเข้าไปค่ะ เขียนเข้าไปค่ะ อย่าอายใคร!

Q: คนไทยหลายๆคนมี mindset ที่ว่า “ตัวเองไม่เก่งภาษา กลัวพูดผิด สำเนียงไม่เป๊ะ ไม่กล้าพูดกับฝรั่ง” ก้อยมีอะไรอยากจะบอกกับพวกเขาบ้าง

“ฉันพูด 2 ภาษาในระดับที่ดีมากสื่อสารได้ หล่อนอะพูดได้กี่ภาษายะ” อันนี้คิดขำๆนะคะ แต่มันช่วยได้บ้าง

ทำไปทีละนิดแต่ทำบ่อยๆ เดี๊ยวมันจะชินเอง ภาษาอังกฤษที่เรียนมากับภาษาอังกฤษในชีวิตจริงมันค่อนข้างต่างกัน ต้องใจเย็นๆและให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ

อีกอย่างลองเปลี่ยนการเรียนภาษาอังกฤษเป็น passion (ความหลงไหลในการเรียนภาษา) แล้วการเรียนภาษาชองเราจะไปได้ไกลเพราะหัวสมองการเรียนรู้ทั้งห้านี่จะเปิดรับหมดเลย เจออุปสรรคก็ว่า “มันท้าทาย ตื่นเต้นเร้าใจซะงั้น” อะไรก็ดูดีไปหมด

Q: ขอทิปการฝึกภาษาอังกฤษจากก้อยเลยแล้วกัน

  1. รักมันค่ะ เปลี่ยนจากความชอบเป็นความรักให้ได้ มันจะพัฒนาภาษาได้ไหลกว่าและไวกว่ามากค่ะ
  2. ใช้มันให้เยอะๆค่ะ ไม่มีคนพูดด้วยก็ฝึกพูดคนเดียว ฝึกอ่านออกเสียงคนเดียวค่ะช่วยได้ค่ะ อีกอย่างอย่าเรียนแค่ภาษาค่ะ เรียนรู้เรื่องราววัฒนธรรมประเพณีเค้าด้วย มันจะประกอบกันทำให้ภาษาเราไหลลื่นขึ้นค่ะ ไม่แข็งทื่อ
  3. มีความมั่นใจในตัวเองค่ะ ภาษาก็เหมือนกับอย่างอื่นในชีวิตค่ะ อย่าไปยึดติดกับมันมาก ผิดแล้วก็แก้ค่ะ พยายามไม่ผิดอีก แต่ก็อย่าไปเคร่งครัดมาก ปล่อยให้มันเป็นไปแบบสบายๆ มีสติในการใช้ เรียนภาษาต้องใช้เวลาค่ะ ขอแค่อย่าหยุด อย่าถอย มันจะดีขึ้นแน่นอนค่ะ ให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ

Q: เห็นก้อยตั้งเพจที่ชื่อ englishlunlaaa ขึ้นมาด้วย มันคืออะไรคะ

เพจนี้เป็นความตั้งใจตั้งแต่ตอนมาเรียนที่ออสเตรเลียแรกๆแล้วค่ะ ว่าอยากหาที่ระบายและบอกกับทุกคนในสิ่งที่ตัวเองเจอมา หลักๆคือเอาจากประสบการณ์ในชีวิตก้อยเองค่ะ และอยากหาโอกาสทำอะไรให้คนไทยบ้าง เช่น การช่วยแชร์ความรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษค่ะ หรือข้อมูลที่มีประโยชน์ ในการใช้ชีวิตที่นี่ และที่สำคัญมากที่สุดคงเป็นการที่ได้ฝึกภาษาอังกฤษของทั้งตัวเองและผู้ที่มาชมเพจค่ะ ใครที่สนใจอยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่นี่ ส่งเมสเสจเข้ามาบอกได้นะคะ เผื่อก้อยจะได้เอาข้อมูลมานำเสนอได้ค่า ฝากกดไลค์และติดตามกันด้วยนะคะ

Q: ก้อยชอบ/ไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับชีวิตที่ออสเตรเลีย

ชอบ
  • คุณภาพชีวิตค่ะ ความปลอดภัยในชีวิต ปัญหาอาชญากรรมน้อยกว่าที่ไทยมาก ยิ่งก้อยเห็นข่าวทะเลาะกัน เอาปืนยิงกันเป็นว่าเล่นเลยที่ไทย ยิ่งกลัวเลยค่ะ ที่นี่ค่อนข้างปลอดภัยค่ะ คนเค้าจะรักษากฎหมายบ้านมืองมากค่ะ ไม่ค่อยมีคนแหกกฎหรือหลุดพ้นจากการทำความผิดได้ง่ายๆค่ะ ชอบมากข้อนี้
  • อากาศดีค่ะ มลพิษไม่ค่อยสูง เค้ารักษาธรรมชาติดีมากค่ะ และมีการจัดแปลนเมืองที่ดีมาก ถนนหนทางก็ไม่ฉวัดเฉวียน
  • ค่าตอบแทนในการทำงานค่ะ ที่นี่ให้ความสำคัญกับทรัพยาการมนูษย์มาก เป็นแม่บ้าน ช่างทาสี เงินเดือนดีมากค่ะ เพราะเค้าถือว่าเป็นทักษะเฉพาะตัวที่เค้าต้องการค่ะ การให้เกียรติในความแตกต่าง และการแบ่งชั้นวรรณะจะไม่ค่อยเข้มข้น แบบไม่เป็นแบบยศฐาบรรดาศักดิ์มากค่ะ
ไม่ชอบ
  • แพงค่ะ อะไรๆก็แพง ของกินหายากเพราะก้อยอยู่นอกเมืองค่ะ สองทุ่มนี่ร้านอาหารเริ่มปิดหมดแล้วค่ะ เลยต้องหัดทำกับข้าวกินเองไปโดยปริยาย ใครๆที่กำลังจะมาเรียนต่อหรือใช้ชีวิตที่นี่เรียนรู้การทำอาหารทานเองมาด้วยนะคะ แล้วจะหาว่าก้อยไม่เตือน
  • วีซ่าค่ะ ต่อมันเข้าไปค่ะ ต่อแล้วต่ออีก ต่อจนกว่าจะได้สัญชาติโน่นแหละค่ะถึงจะจบสิ้น เอกสารมีเท่าไหร่ขนมาแปลให้หมดค่ะ เงินมีเท่าไหร่ก็เอามาจ่ายให้หมดค่ะ ใครที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่นี่จะเข้าใจดีว่าก้อยบ่นทำไม

Q: Quote อะไรสอนชีวิตได้ดีที่สุด

Being grateful and truly love yourself. การรู้จักขอบคุณสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะดีหรือร้ายค่ะ เจออุปสรรคหรือปัญหาก็แทนที่จะมองเห็นแต่ข้อเสีย ก็จะมองเห็นข้อดีในทุกๆสถานการณ์ค่ะ ซึ่งมันจะเป็นพลังบวกให้กับชีวิตได้ก้าวผ่านไปค่ะ แถมยังได้โอกาสในการเรียนรู้ด้วย จำไว้ว่าชีวิตคือการเรียนรู้ค่ะ ถือเป็นการแสดงความรักต่อตัวเองและสิ่งต่างๆค่ะ เมื่อเรารักตัวเอง เข้าใจตัวเอง เราก็จะรักและเข้าใจและให้อภัยคนอื่นได้ง่ายขึ้นค่ะ

Q: มีหนังสืออะไรที่อยากแนะนำให้คนอ่านมากที่สุด 1 เล่ม

ตอนนี้กำลังอินกับ “หนังสือเรื่องสมองเศรษฐี” ค่ะ ของคุณขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร ค่ะ เพราชอบคุณขุนเขามาก ได้เรียนรู้แง่คิดในชีวิตและความคิดดีๆที่มีประโยชน์ต่อชีวิตมากๆเลยค่ะ เค้าสอนมุมมองการใช้ชีวิตแบบบวกซึ่งเป็นสิ่งที่ก้อยฝึกอยู่ค่ะ เพราะการคิดบวกเป็นทักษะที่สำคัญมากอย่างหนึ่งของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตค่ะ

Q: มีอะไรอยากฝากไว้กับคนที่อยากเจริญรอยตามก้อย

เอาเป็นว่าใครที่สนใจอยากจะมาเป็นคุณครูที่ประเทศออสเตรเลียเชิญได้นะคะ เพราะยังเป็นอาชีพที่ต้องการอยู่ ก้อยรู้สึกว่าสาขานี้ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจจากคนไทยเท่าไหร่ สำหรับใครที่อยากเรียนจบแล้วมีงานที่ค่อนข้างมั่นคงทำที่ออสเตรเลีย อาชีพครูถือเป็นอาชีพทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ เพราะไม่เพียงแต่รายได้ดี แต่ยังสามารถสมัครเป็นพลเมืองของประเทศนี้ได้ด้วย

ในกรณีที่สนใจอยากจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลียค่ะ ฝึกภาษามาตั้งแต่ที่ไทยนะค่ะเอาให้แน่นๆ พอมาเรียนจะได้ไม่ขรุขระมากเหมือนก้อยค่ะ และไม่ต้องมาเสียเวลาและค่าค่าเรียนภาษาเหมือนก้อยเป็นปีๆนะคะ ที่ไทยครูสอนภาษาอังกฤษเก่งแยะค่ะ ถูกกว่ามากด้วย เก็บเงินเอามาเรียนปริญญาเลยดีกว่าค่ะ

Facebook Comments